วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 02:28 น.
รวบลุงเมา 222 มก. ขับรถกระบะสวนเลนชนร่างสาวเจ็บสาหัสที่เชียงราย ก่อนหนีคดีซุกกรุงแรมปี - ไร้เงาเยียวยาเหยื่อ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) นำกำลังบุกรวบตัวผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับชนแล้วหนีรายสำคัญ หลังสร้างวีรกรรมสุดสลดที่จังหวัดเชียงราย ทิ้งให้เหยื่อสาวต้องเผชิญชะตากรรมลำพังนานนับปี โดยไม่มีแม้แต่คำขอโทษหรือการเยียวยาตามมนุษยธรรม
วันที่ 6 เมษายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สว.กก.1 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เข้าทำการสกัดจับ นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ จ.233/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้บริเวณริมถนนกำแพงเพชร 6 แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ในข้อหาหนัก "ขับรถในขณะเมาสุรา, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย"
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากเหตุการณ์สุดสลดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 ณ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ในวันเกิดเหตุ นายสอ ขับรถยนต์กระบะฟอร์ด สีดำ ในขณะที่มีอาการมึนเมาอย่างหนัก จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดภายหลัง พบตัวเลขที่น่าตกใจถึง 222 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เกินกว่า 4 เท่า ด้วยสภาพที่ขาดสติสัมปชัญญะ รถกระบะของนายสอ ได้เสียหลักพุ่งล้ำเลนเข้าไปในทิศทางสวนทาง ก่อนจะประสานงาเข้าอย่างจังกับรถจักรยานยนต์ของ หญิงไทย ผู้เสียหาย แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของผู้เสียหายกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกหักหลายแห่งทั่วร่างกาย ต้องเข้ารับการผ่าตัดและรักษาตัวนานกว่า 4 เดือนเต็ม ท่ามกลางความทุกข์ทรมานของครอบครัว
พฤติการณ์ ในคดีนี้คือ หลังเกิดเหตุนายสอ ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน แต่กลับไม่สำนึกในความผิดที่ก่อขึ้น เขาเลือกที่จะหลบหนีและเพิกเฉยต่อหมายเรียกของพนักงานสอบสวนหลายครั้ง จนศาลต้องออกหมายจับ
ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันโดนจับกุม นายสอ ไม่เคยติดต่อกลับไปยังผู้เสียหาย เพื่อแสดงความรับผิดชอบหรือให้การเยียวยาใดๆ แม้แต่บาทเดียว ปล่อยให้เหยื่อสาวต้องแบกรับทั้งความเจ็บปวดทางกายและภาระค่ารักษาพยาบาลเพียงลำพัง แม้ปัจจุบันสภาพร่างกายของเธอจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่บาดแผลทางใจจากความไม่ยุติธรรมยังคงอยู่
ผลการดำเนินคดี
จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่คอมมานโด พบว่าผู้ต้องหาได้หนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อกบดานหวังให้เรื่องเงียบหายไป แต่สุดท้ายไม่รอดสายตาเจ้าหน้าที่ ถูกรวบตัวได้ในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามหมายจับ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงชัย จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายต่อไป
7 เมษายน 2569
7 เมษายน 2569