วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 21:50 น.
วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ โดยมีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงได้ว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้มีความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป คำถวายสัตย์ที่ได้เปล่งวาจาต่อเบื้องพระพักตร์องค์พระประมุขแห่งชาตินั้น ขอให้ถือว่าเป็นแนวทางในการทำงาน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน คณะรัฐมนตรีชุดนี้อาจจะต้องถือว่าเป็นคณะรัฐมนตรีที่ต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรก ไม่มีเวลาที่เป็นเวลาทดลองงาน เข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกทั้งโลกมีวิกฤตการณ์จากความขัดแย้งของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือของรัฐบาล คณะรัฐมนตรีทุกคนในรัฐบาลชุดนี้จะแก้ไขปัญหาและลดความเดือดร้อน ทำให้ประเทศไทยพัฒนาต่อไป โดยการทำงานของทุกคนขอให้ยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน


คณะรัฐมนตรีชุดนี้ส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว มีความอาวุโส หลายท่านเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีสติปัญญาที่พร้อมที่จะทำงานบริหารราชการแผ่นดิน รับใช้บ้านเมือง ขอให้ใช้จุดแข็งต่าง ๆ ที่มีในการที่จะทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
นายกรัฐมนตรีกล่าวขอให้ถือว่า คณะรัฐมนตรีนี้คือคณะรัฐมนตรีเดียวกัน ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นคณะรัฐมนตรีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นคณะรัฐมนตรีของประชาชนคนไทยดังนั้น ในการทำงาน นายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะนโยบายและการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ขอให้ทุกคนได้ทำงานด้วยความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจซึ่งกันและกัน เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศไทยวันนี้ ความเป็นหนึ่งเดียวของคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดนี้จะทำให้ประเทศสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทั้งหลายไปได้
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกครั้ง ซึ่งจะประชุมทุกวันอังคาร จะเริ่มประชุมในเวลา 10.00 น. ก่อนถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี หากรัฐมนตรีท่านใดประสงค์ที่จะหารือระหว่างกัน หรือต้องการที่จะหารือกับนายกรัฐมนตรี ขอให้แจ้งมายังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะพบและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เจตนารมณ์บรรลุผลสำเร็จทุกประการ ขอให้คณะรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการประชุมคณะรัฐมนตรี ถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง การประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นที่ที่ต้องมาปรึกษาหารือ ต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถของคณะรัฐมนตรีทุกท่านในการที่จะให้มติของการประชุมคณะรัฐมนตรีเกิดเป็นพลัง เกิดความถูกต้อง นายกรัฐมนตรีขอให้คณะรัฐมนตรีทุกท่านให้ความสำคัญกับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด ยกเว้นมีภารกิจ ก็ขอให้ได้เข้ามาร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีโดยพร้อมเพรียงกัน
นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน การช่วยกันประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายควรปฏิบัติร่วมกัน โดยเฉพาะภาครัฐ จึงได้มีข้อสั่งการก่อนหน้านี้แล้ว ขอให้หน่วยงานภาครัฐถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมที่ผ่านมาทั้ง WFH หรือ WFA เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อมในระบบ IT โดยขอมอบให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล DGA และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล และให้สำนักงบประมาณสนับสนุนงบประมาณด้วยหากมีความจำเป็น โดยขอให้รัฐมนตรีทุกท่านกำกับและดูแลให้นโยบาย WFH WFA เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อการประหยัดพลังงาน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี และให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปรับปรุงระเบียบว่าด้วยรถราชการที่อยู่ในความดูแลของ สปน. และคณะกรรมการรถราชการ ซึ่งขอให้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยให้มีทางเลือกสำหรับยานยนต์ในอนาคตด้วย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้กำชับ ทำความพร้อม ในวิกฤตการณ์เช่นนี้อาจจะมีปัญหาการขนส่ง การขาดแคลน packaging ที่จำเป็น พร้อมสร้างความมั่นคงทางยาให้เกิดขึ้น ขอให้มุ่งเน้นการใช้ยาที่ผลิตในประเทศได้อย่างเต็มที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

7 เมษายน 2569
7 เมษายน 2569