24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2569
>> นายกฯ มอบนโยบายเร่งด่วน “ยกระดับป้องกันทุจริต” ทุกหน่วยราชการต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้
10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบูรณาการเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐเชิงรุก ภายใต้โครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
นายกฯ ระบุว่า ผลการประเมินค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยอยู่ในระดับที่น่ากังวล ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเร่งยกระดับระบบการป้องกันการทุจริตให้รัดกุม มีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มข้นและเห็นผลจริง เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานรัฐ เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก
ทั้งนี้ นายกฯ ย้ำว่าการยกระดับคะแนน CPI ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ และเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้จริงโดยเร็ว
>> หนุ่มตกงานคลั่ง คว้าคัตเตอร์บุกเดี่ยวจี้แบงก์ ย่านรัชดาฯ รปภ.ฮีโร่ โดดเข้าชาร์จรวบทันควัน
10.40 น. พ.ต.ท.สุทธิศักดิ์ คชสิทธิ์ สวป.สน.สุทธิสาร รับแจ้งจาก รปภ.ธนาคารฯ ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ว่ามีเหตุชายต้องสงสัย คาดว่าจะเข้ามาก่อเหตุชิงทรัพย์ จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ
ที่เกิดเหตุอยู่ชั้นล่างของตัวอาคาร พบ รปภ.กำลังเข้าควบคุมตัวคนร้ายที่พยายามก่อเหตุชิงทรัพย์ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันจับกุมตัวคนร้ายเอาไว้ได้ เป็นชายไทย อายุ 44 ปี ชาว จ.มุกดาหาร พร้อมอาวุธมีดคัตเตอร์ 1 อัน นำตัวไปสอบสวนที่ สน.สุทธิสาร
รปภ.ธนาคาร ให้รายละเอียดว่า เห็นชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาในธนาคาร ท่าทางมีพิรุธ จึงได้ติดตามชายต้องสงสัยมา จากนั้นชายต้องสงสัย เดินมายังเคาน์เตอร์หมายเลข 6 ชักมีดคัตเตอร์ออกมา ข่มขู่พนักงานประจำเคาน์เตอร์หมายเลข 6 และพูดว่า “มีเงินเท่าไหร่เอาออกมาให้หมด” ตนคิดไว้อยู่แล้ว จึงได้เข้าควบคุมตัวไว้ได้ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน. สุทธิสารเข้ามา ช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว
จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ช่วงนี้ตกงาน ไม่มีเงินใช้ ประกอบกับติดยาบ้า หมดหนทางจึงลงมือก่อเหตุ ไม่คิดว่าจะเกมง่ายแบบนี้ ตรวจสอบประวัติพบมีคดีเสพยา 2 คดี และลักทรัพย์ 1 คดี และตรวจฉี่ พบเป็นสีม่วง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาพยายามชิงทรัพย์ นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> แบตสำรองมือถือระเบิด ซอยสุขสวัสดิ์ 30 ลุกลามกองผ้า มีผู้บาดเจ็บ 1 รายนำส่ง รพ.
10.46 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งเหตุไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตสำรองมือถือ ซอยสุขสวัสดิ์ 30 แยก10 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยราษฎร์บูรณะ ถึงที่เกิดเหตุ ตรวจสอบเพลิงสงบ เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย มีอาการบาดเจ็บบริเวณขา เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง เป็นไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่สำรองมือถือ ลุกลามกองผ้าเล็กน้อย ไม่ส่งผลกระทบต่อตัวบ้านเรือนประชาชน
>> คู่รักต่างชาติชาวอเมริกันนอนกอดกันเสียชีวิตในห้องพัก พัทยา #ชาวต่างชาติ #เสียชีวิต
11.00 น. พ.ต.ท.ชินวัชร์ ธิศาลา สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล รับแจ้งเหตุพบชาวต่างชาติเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านหาดจอมเทียน ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ ภายในห้องพัก ชั้น 3 พบร่างของ ชาวต่างชาติ 2 ราย เป็นผู้ชายอายุ 85 ปี สวมเสื้อเชิ้ตฮาวายสีขาวลายดอก กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน และผู้หญิงอายุ 65 ปี สวมเสื้อเชิ้ตฮาวายสีรุ้ง กางเกงขายาวสีขาว นอนกอดกันอยู่บนพื้นห้อง สภาพศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 - 4 วัน ตรวจสอบภายในห้องพบอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายรายการ และจดหมายเขียนเป็นภาษาอังกฤษ 1 ฉบับ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองเข้าพักในโรงแรมดังกล่าวประมาณ 1 เดือน และมีปัญหาสุขภาพ โดยในช่วง 4 - 5 วันที่ผ่านมาไม่มีใครพบเห็นออกจากห้องพัก กระทั่งพนักงานเดินผ่านและได้กลิ่นเหม็นผิดปกติ จึงเรียกแต่ไม่มีการตอบรับ ก่อนตัดสินใจเปิดห้องเข้าไปตรวจสอบและพบศพดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด และมอบร่างให้มูลนิธิสว่างบริบูรณ์นำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
>> รถกระบะพลิกคว่ำลงข้างทาง ริมถนนสาย บ้านดอนแดง - บ้านข่า บาดเจ็บ 3 และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.นครพนม
11.11 น. กู้ชีพ อบต. ท่าบ่อสงคราม ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนสาย บ้านดอนแดง - บ้านข่า บริเวณก่อนถึงโค้งบ้านดอนมะจ่าง ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ป้ายทะเบียน เพชรบูรณ์ ลักษณะพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า อยู่ในร่องกลางถนน ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 รายติดอยู่ในยานพาหนะ จึงได้ดำเนินการนำร่างออกมา และดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลศรีสงคราม จำนวน 3 ราย โดยเป็นคนขับ ชายไทย อายุ 63 ปี และ ชายอีก 2 ราย อายุ 16 ปี เป็นบุคคลสัญชาติลาวทั้งคู่
ส่วนอีก 2 รายนั้นพบว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเป็นชายไทย อายุ 46 ปี และหญิงสาวชาว สปป.ลาว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสงคราม
>> บุกรวบอดีตแอดมินคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกคนไทยสูญเงินนับร้อยล้าน
12.44 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายณอ(นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ฐาน “ร่วมกันประกอบสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงการคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันปลอมและร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม,ร่วมกันกระทำการอั้งยี่หรือช่องโจร,ร่วมกันฟอกเงิน ฯลฯ ”
โดยจับกุมได้ บริเวณศาลาริมถนนภายในหมู่บ้านใหม่หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 มีผู้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายณอ กับพวก รวม 42 คน ในฐานความผิดดังกล่าว กรณีมีกลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกลวงจากแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า นายณอกับพวก ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การชักชวนลงทุน เล่นเกมออนไลน์ เสนอให้ทำงาน หรือแม้แต่ลวงให้เล่นการพนันออนไลน์ โดยอ้างผลตอบแทนสูง เป็นต้น
ต่อมาตำรวจชุดจับกุมสืบสวนกระทั่งจับกุมตัวนายณอได้ โดยผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนเกิดโควิด-19 ได้ถูกชักชวนจากคนรู้จัก ให้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดปอยเปต ประเทศกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยในช่วงแรกทำหน้าที่เป็นแอดมิน พิมพ์ข้อความหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทย ก่อนจะถูกเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่ด้านการโอนเงิน ซึ่งตนได้ทำงานอยู่ที่ปอยเปตประมาณ 2 ปี ในแต่ละวันที่ทำงานมีวงเงินหมุนเวียนสูงถึงหลักล้านบาทต่อวัน เป็นมูลค่าต่อปีกว่า 300 ล้านบาท โดยได้ค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 60,000 บาท และมีการลงโทษพนักงานที่ทำงานได้ไม่ตามเป้าโดยวิธิการที่โหดร้ายต่างๆ เช่นการใช้ไฟฟ้าช็อต ขังเดี่ยวไม่ให้กินข้าว ซึ่งตนเห็นแล้วรู้สึกหวาดกลัวว่าตนอาจจะโดนโทษแบบนั้นถ้ายังอยู่ต่อ จึงหลบหนีออกมาผ่านช่องทางธรรมชาติกลับมาที่ไทย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งให้ พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อดำเนินคดี
>> คนร้ายลอบวางระเบิด ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จนท.เจ็บ 5 นาย เด็กบาดเจ็บอีก 2 ราย
13.00 น. ผู้สื่อข่าวคืบหน้า เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บรวมจำนวน 5 นาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 5 นาย อยู่ระหว่างการรักษาและพักฟื้น
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 2 ราย เป็นเด็กชายอาย 14 ได้รับบาดเจ็บถลอกบริเวณเท้าขวา และมีอาการปวดไหล่ โดยผลการเอกซเรย์ไม่พบกระดูกหัก ส่วนอีกคนเป็นเด็กชาย อายุ 13 ปี มีอาการหูอื้อ ทั้งสองรายถูกนำส่งโรงพยาบาลระแงะ โดยแพทย์ได้ตรวจอาการและอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้แจ้งความเข้าชี้จุดในพื้นที่ กรณีคดีลักทรัพย์เงินสดจำนวน 180,000 บาท โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่รวม 9 นาย พร้อมรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ จำนวน 2 คัน และภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ระหว่างเดินทางกลับ ได้ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดดังกล่าว
ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยได้ดำเนินการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้มาตรการปิดกั้นพื้นที่ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดในเส้นทางหลักและเส้นทางรอง รวมทั้งใช้โดรนและอากาศยานเข้าตรวจการณ์และกดดันพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบวัตถุพยานเบื้องต้นเป็นชิ้นส่วนถังแก๊สขนาด 15 กิโลกรัม
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลและยานพาหนะต้องสงสัย โดยได้เชิญตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 ราย มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีผู้นำชุมชนร่วมสังเกตการณ์ตามขั้นตอน
>> ‘นายอนุทิน’ สั่งด่วน คุมเข้มไฟป่าภาคเหนือ จี้ ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ดำเนินการคนลักลอบเผาเฉียบขาด
13.18 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า ตอนนี้ได้สั่งการให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปกำกับดูแล 3-4 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งจะต้องมีความเข้มงวดในเรื่องของการเผา
ส่วนประเด็นการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีควันลอยข้ามแดนมา นายอนุทิน กล่าวว่า ควันลอยข้ามแดนมา ก็ต้องพูดคุยและหาความร่วมมือ เพื่อบริหารจัดการในส่วนที่เราควบคุมได้ และถ้าหากเราควบคุมในประเทศเราได้ ก็จะช่วยลดความรุนแรงได้
นายอนุทิน กล่าวเสริมด้วยว่า ตนย้ำว่าจะต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเหมือนกับปีที่แล้ว ตนก็ไม่อยากทำเหมือนจับปูใส่กระด้ง เพราะถ้าหากทำเต็มที่ก็ถูกกล่าวหาว่าไปกลั่นแกล้ง ทำให้เดือดร้อน แต่ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้รับคำสั่งที่ชัดเจน ว่าต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งถือเป็นการวัดประสิทธิภาพของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย
>> พบโครงกระดูกปริศนาในบ้านร้างย่านตลิ่งชัน คาดเป็นชายไทย ที่แอบอาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งว่า มีผู้พบโครงกระดูกมนุษย์ ภายในบ้านหลังหนึ่ง บริเวณถนนแก้วเงินทอง แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร จึงเดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเดี่ยว 1 ชั้น ตั้งอยู่ริมถนน ลักษณะบ้านเป็นบ้านรกร้าง มีวัชพืชปกคลุม จากการตรวจสอบภายในบ้าน บนห้องนอน พบร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งมีลักษณะ พบแต่กะโหลกศีรษะ บริเวณตรงประตู ห้องที่ 1 ส่วนสภาพศพ ไม่มีเนื้อหนัง สวมใส่เพียงเสื้อยืดกางเกงขาสั้น
จากการตรวจสอบภายในห้องพบเอกสารสำคัญทั้ง บัตรประจำตัว รปภ. หนังสือเดินทาง เเละ บัญชีธนาคารหลายเล่ม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย ทราบชื่อคือ นายทิวา อายุ 49 ปี
จากการสอบถาม ชายไทย อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนเองได้จ้างช่าง เพื่อมาปรับปรุงบ้านหลังนี้ ซึ่งช่างรับเหมาได้เข้าไปเปิดประตูห้องดังกล่าว และพบศพก่อนจะแจ้งให้ตนทราบ
ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน จะติดตามหาญาติของผู้ตาย เพื่อมาประกอบสำนวนคดี ก่อนให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ในเบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายน่าจะเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว และผู้ตายอาจจะลักลอบเข้ามาอยู่อาศัยภายในบ้านหลังเกิดเหตุ โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนมอบร่างให้อาสาสมัครจึงรวบรวมกระดูก และนำส่งชันสูตร ที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช
>> โป๊ะทรายล่มคลองบางกอกน้อย พ่วงเรือยนต์จม คาดเชือกหลุด - เกยหินใต้น้ำ
14.35 น. เกิดเหตุเรือลากจูงพร้อมโป๊ะบรรทุกทรายล่มภายในคลองบางกอกน้อย บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบ พบโป๊ะทรายจมลงน้ำและลากเรือยนต์ลงไปด้วย เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากเชือกยึดเรือหลุดหรือขาด ประกอบกับเรือเกยหินใต้น้ำจนเสียสมดุลและจมลง
ด้านเจ้าของท่าทรายเผยว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายสิบปี ขณะที่คนควบคุมเรือระบุว่า ก่อนเกิดเหตุไม่พบสัญญาณผิดปกติ กระทั่งเรือเริ่มเอียงและจมอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นต้องรอระดับน้ำลดก่อนนำเครื่องจักรเข้าตักทรายออกจากโป๊ะ เพื่อดำเนินการกู้เรือขึ้นจากคลองต่อไป
>> รัฐบาล เตรียมแผนเผชิญวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง
14.46 น. นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผย ถึงแผนเผชิญวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง ว่า แผนการจัดการน้ำมันแบ่งออกเป็นระดับตามความรุนแรงของสถานการณ์เป็นระดับขั้นตอน โดย ระดับที่ 1 การจัดหาน้ำมันดิบยังทำได้ตามปกติ ระดับที่ 2 แหล่งพลังงานเริ่มลดน้อยลง แต่ยังพอจัดหาได้ และ ระดับ 2.2 เริ่มมีความยากลำบากในการจัดหา โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง เช่น การปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือบริเวณทะเลแดง ซึ่งกระทบต่อการขนส่งน้ำมันปริมาณมหาศาล และระดับที่ 3 ขั้นวิกฤตสูงสุด ไม่มีของในตลาด หรือแหล่งจัดหาหายไปอย่างมีนัยสำคัญ
หากเข้าสู่ระดับที่ 3 กระทรวงพลังงานจะพิจารณาใช้มาตรการควบคุมการใช้พลังงานในประเทศ การปันส่วนน้ำมัน กำหนดลำดับความสำคัญของผู้ที่จะได้รับน้ำมันก่อน เช่น รถพยาบาล รถตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ควบคุมเวลาเปิด-ปิด อาจมีการกำหนดเวลาการให้บริการของสถานีบริการน้ำมัน (ปั๊มน้ำมัน) รวมถึงเวลาเปิด-ปิดของห้างสรรพสินค้า การประหยัดพลังงานในภาคครัวเรือนและธุรกิจ เช่น มาตรการปิดไฟ หรือการจำกัดการใช้พลังงานเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่
สำหรับมาตรการเลียนแบบต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เรื่องการใช้รถเพียง 5 วันต่อสัปดาห์แบบเกาหลีใต้ นาย วีรพัฒน์ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ ทุกมาตรการถูกเตรียมพร้อมไว้สำหรับสถานการณ์ที่แย่ที่สุด (Worst-case scenario) ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จะนำมาใช้จริงหรือไม่ ต้องดูระดับความรุนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกประเทศประกอบกัน
>> ศาลนราธิวาส พิพากษาจำคุก กลุ่มคนร้ายลอบยิง นายกฯอาร์ม พื้นที่รือเสาะ
15.43 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงาน ศาลจังหวัดนราธิวาส อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในคดีหมายเลขดำที่ อ.1006/2568 กรณีเหตุการณ์คนร้ายลอบยิง นายวิเชษฐ์ หรือ "นายกฯ อาร์ม" นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ เสียชีวิตในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา
โดยในคดีนี้มีจำเลยรวม 6 ราย ถูกฟ้องในความผิดฐานก่อการร้าย, อั่งยี่, ซ่องโจร, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตัดสินดังนี้
จำเลยที่ 3 นายอาฟาน (สงวนนามสกุล) ตัดสินโทษ จำคุกตลอดชีวิต, จำเลยที่ 2 นายอารีฟ (สงวนนามสกุล) ตัดสินโทษ จำคุก 14 ปี, จำเลยที่ 5 นายยาซีร์ (สงวนนามสกุล) ตัดสินโทษ จำคุก 12 ปี, จำเลยที่ 6 นายรอซาลี (สงวนนามสกุล) ตัดสินโทษ จำคุก 2 ปี และ จำเลยที่ 4 นายรุสลัน (สงวนนามสกุล) ศาลมีคำสั่ง ยกฟ้อง
ส่วนจำเลยที่ 1 นายอัฟนัน (สงวนนามสกุล) ศาลมีคำสั่งให้ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว เนื่องจากอยู่ระหว่างการหลบหนีในระหว่างการพิจารณา นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้จำเลยที่ 2, 3 และ 5 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวผู้เสียหาย รวมเป็นเงินจำนวน 870,000 บาท
สำหรับเหตุผลในการพิจารณาลงโทษ ศาลระบุว่าโจทก์มีพยานบุคคลสำคัญ ให้การซัดทอดว่าตนเองและจำเลยทั้งหมดได้เข้าร่วมกลุ่มก่อความรุนแรง ในพื้นที่จริง และได้ร่วมกันลงมือก่อเหตุในคดีนี้ โดยพยานสามารถระบุหน้าที่และการกระทำของจำเลยแต่ละรายได้อย่างละเอียด ซึ่งสอดคล้องกับคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นกรรมวิธีซักถาม ศาลจึงเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง ศาลได้สั่งขังจำเลยที่ 2 ถึง 6 ไว้ในระหว่างการอุทธรณ์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
>> รถกระบะตู้ทึบเสียหลักชนขอบทาง เด็กรถนั่งเบาะโดยสารร่างกระเด็นออกมาเสียชีวิตนอกรถ
16.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ บนถนนหมายเลข 340 ฝั่งขาเข้า บริเวณต่างระดับบางบัวทอง ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน กรุงเทพฯ สภาพด้านหน้ามีรอยชนได้รับความเสียหาย ด้านหน้าซ้ายยุบกระจกแตก ประตูรถทั้งสองด้านเปิดออก บนถนนและข้างทางยังพบกล่องสินค้าจำนวนมาก กระจัดกระจายเกลื่อนถนน นอกราวเหล็กกั้นถนนในพงหญ้าพบร่าง ชาย อายุ 39 ปี เป็นพนักงานติดรถคันดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่ข้าง
ด้าน คนขับรถบรรทุกสินค้า อายุ 50 ปี กล่าวว่า ตนขับรถมารับสินค้าเพื่อจะไปส่งที่คลังสินค้า ที่คลองสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนได้หลับในทำให้รถไปชนกับราวเหล็กกั้นถนนจนรถหมุน ส่วนผู้เสียชีวิตเป็นญาติกันเป็นเด็กติดรถนั่งมาด้านหน้าซ้าย ได้กระเด็นออกจากตัวรถไปเสียชีวิตอยู่ข้างทาง เขาก็คาดเข็มขัดแต่คงจะล็อคไม่แน่น ทำให้กระเด็นออกจากรถไป ซึ่งตนก็ขับมาไม่เร็วเพราะเป็นช่วงทางโค้ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำคนขับรถไว้ยืนยันว่าหลับใน อย่างไรก็ตามได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนศพได้มอบให้อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรพลิกศพต่อไป
>> ไฟไหม้แคมป์คนงาน ซอยประชาราษฎร์ สาย 1 เสียหายวอดทั้งห้อง
16.38 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เพิงพักคนงาน ซอยประชาราษฎร์ สาย 1 ซอย 38 (ซอยสีน้ำเงิน) ถนนประชาราษฎร์ สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารโครงสร้างเหล็ก 2 ชั้น หลังคาเมทัลชีท ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องเลขที่ 12 อาคาร 1 เพลิงลุกไหม้อาคารที่ 1 ลุกลามอาคารที่ 2 เสียหายทั้งหมด จำนวน 64 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายประมาณ 400 ตารางเมตร
รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานปั่น ริมถนนทางเข้า อบต.บางปลากด มีผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชาย ส่วนผู้ใหญ่ 1 รายเสียชีวิต จ.นครนายก
18.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จุด สภ.องครักษ์ มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยาน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนภายในซอย อบต.บางปลากด ในพื้นที่ ม.9ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ปทุมธานี สภาพหน้ารถพังซ้ายและกระจกหน้ารถ มีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ห่างออกไปพบรถจักรยานปั่น สีแดง ล้มคว่ำสภาพด้านท้ายรถพังเสียหาย ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นเด็กชาย อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.มศว.องครักษ์ และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 35 - 40 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.องครักษ์
>> อุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนกับ รถจักรยานยนต์ กลางถนนสายลพบุรี - บ้านแพรก คุณตาวัย 70 กว่าปีเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยทำ CPR แต่ไม่เป็นผล
20.17 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ลพบุรี มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส กลางถนนเส้นทาง ลพบุรี - บ้านแพรก ใกล้เคียงหน้าวัดบ้านดาบ ในพื้นที่ ม.2 ต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. สภาพหน้ารถพังเสียหาย ห่างออกไปที่ข้างทาง พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว - แดง ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัส ไม่มีชีพจร ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยพยายามปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชายไทย อายุ 75 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกุ่ม
>> สาวใหญ่วัย 45 ปีขี่รถจักรยานยนต์ ชนเฉี่ยวกับรถไม่ทราบชนิด เสียชีวิตกลางถนนพหลโยธิน จ.พระนครศรีอยุธยา
22.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.พระนครศรีอยุธยา มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงก่อนถึงต่างระดับประตูน้ำพระอินทร์ ประมาณ 500 เมตร ในพื้นที่ หมู่ 9 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน สระบุรี ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้หญิงไทย อายุ 45 ปี สภาพศีรษะถูกรถไม่ทราบชนิดทับ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระอินทร์ราชา
5 เมษายน 2569
5 เมษายน 2569