หน้าแรก > ภูมิภาค

รองนายกสุชาติ ประชุมด่วน ติดตามคดีรุกป่าปากเตรียม จ.ระนอง สั่งเข้มตรวจสอบ–เร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด

วันที่ 26 มีนาคม. 2569 เวลา 16:54 น.


วันนี้ (26 มีนาคม 2569) เวลา 11.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และการออกเอกสารสิทธิ์หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ท้องที่หมู่ 2 ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติเป็นวงกว้าง โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมลงคล ที่ปรึกษา รมว.ทส. พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โอกาสนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานผลการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่  มีการออกน.ส. 3 ก. 105 แปลง ประมาณ 2พันกว่าไร ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2532 -พ.ศ.2553 ในที่เขาและภูเขา และยังมีสภาพป่า

ในการนี้ นายสุชาติ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับ ติดตาม และให้คำปรึกษา เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาและดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมกำชับให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” และ “พญาเสือ” บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ อาทิ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อขยายผลถึงขบวนการที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ พร้อมกันนี้ ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจพิสูจน์สิทธิในพื้นที่ด้วยการแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังช่วงปี พ.ศ. 2532–2553 เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่ก่อนการออกเอกสารสิทธิ หากพบว่าเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ ไม่ปรากฎร่องรอยการทำประโยชน์ จะใช้เป็นหลักฐานโต้แย้งสิทธิ  และดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานกรมที่ดินดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อเพิกถอน น.ส.3 ก. จำนวน105ฉบับ ที่ออกโดยมิชอบ รวมถึงตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา ขณะเดียวกัน กรมป่าไม้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ระงับการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้กระทำผิดต่อทรัพยากรธรรมชาติต่อไป

นายสุชาติ กล่าวย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือการนำพื้นที่ป่ากลับคืนสู่รัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากตรวจพบว่าเอกสารสิทธิออกโดยมิชอบ จะต้องเพิกถอนทั้งหมด และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาอย่างเด็ดขาด โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยุติปัญหาการบุกรุกป่า และสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม