วันที่ 26 มีนาคม. 2569 เวลา 08:55 น.
26 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตราคาน้ำมันและสถานการณ์พลังงานที่ตึงเครียดจากปัญหาในตะวันออกกลาง
ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งตรวจสอบการกักตุน โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางบรรเทาผลกระทบ โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันเพื่อป้องกันการลักลอบหรือกักตุน
“พวกเราไม่ได้นั่งเฉย พวกเราไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลกำลังหาทางออกทุกวิถีทาง และกำลังลงในรายละเอียดทุกไอเทม น้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่น เราจะใช้ระบบ GPS ติดตามรถน้ำมันทุกคันเพื่อดูว่ามีการวิ่งออกนอกเส้นทางหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าที่บอกว่ามีการลักลอบหรือกักตุนนั้นจริงหรือไม่” คาดภายใน 1 สัปดาห์ จะรู้ข้อเท็จจริง
และ หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ รัฐบาลจำเป็นต้องเตรียมแผนรองรับในหลายมิติ ทั้งเรื่องการนำภาษีลาภลอยมาใช้กับโรงกลั่นว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังใช้ไม่ได้เพราะเรายังเป็นรัฐบาลรักษาการ มีเพียงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต และสุดท้ายประชาชนอาจจะต้องแบ่งเบาภาระไปบ้าง
โดยนายกรัฐมนตรีก็ให้การบ้านกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปหารือกัน ขอยืนยันว่า รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทาง ซึ่งวันนี้ในสภาก็มีการอภิปรายโจมตีว่าไม่เห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไร ซึ่งเราพยายามแก้ทึกวิถีทางภายใต้อำนาจที่มีจำกัดในการแก้ไขปัญหา
“พวกท่านวิจารณ์พวกเรามากมาย พวกท่านทำอะไรบ้าง พวกท่านเสนอแนะพวกเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์ หากท่านมีความรู้และมีความเข้าใจ สามารถเสนอหรือแนะนำมาที่ตัวผมได้ ซึ่งตัวผมพร้อมรับคำแนะนำที่ดี ไม่ใช่พวกท่านทำหน้าที่วิจารณ์ และขอร้องการใส่ร้ายป้ายสี ไม่ได้ทำให้ประเทศของเราเดินหน้าไปได้ แต่หากพวกท่านมีข้อแนะนำที่ดี เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้ ยังไม่ถึงภาวะวิกฤตอย่างที่พวกท่านกังวล” นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำมันดิบวันนี้ ที่มีการสั่งซื้อเพิ่มและสำรองในคลังเชื่อว่ามีมากกว่า 100 วัน และขณะนี้ถือเป็นข่าวดีที่รัฐบาลอิหร่าน โดยการเจรจาของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอให้เรือบรรทุกน้ำดิบไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เบื้องต้นทราบว่าเป็นเรือของบางจาก ซึ่งถือเป็นดีลที่ดีเพราะเราไม่ใช่คู่สงคราม แต่เราขอเป็นคู่ค้าในอนาคตอาจจะขอแลกเปลี่ยน หรือส่งสินค้าเข้าไปในตะวันออกกลาง พลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ตลอด
แต่หากมัวแต่โจมตีรัฐบาล ไม่ให้พวกเราโผล่หน้าขึ้นมา รัฐบาลยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ จึงขอฝากไปยังผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะด้วยความหวังดีหรือมีเจตนาไม่ดี ผมพร้อมรับเสมอ เพราะตลอดระยะเวลา 20 วันที่ผ่านมา ผมรับไปหลายขนานแล้ว
ส่วนรัฐบาลจะเลิกตรึงราคา ปล่อยลอยตัวให้เป็นไปตามกลไกตลาดหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า รัฐบาลคงจะอุ้มไม่ไหว เพราะวันนี้กองทุนน้ำมันใช้เงินอุดหนุน จนติดลบไปกว่า 30,000 ล้านบาทแล้ว จากเดิมที่สถานะกองทุนเป็นบวกกว่า 2,500 ล้านบาท หากสถานการณ์ลากยาวไปมากกว่า 1 เดือน หรือ 2 เดือน 3 เดือน ไม่มีใครทราบ ซึ่งรัฐบาลก็คงต้องแบก แต่ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องช่วยกันประหยัดด้วย
ซึ่งสุดท้ายหากถึงคราววิกฤตจริงๆ ถ้าเราไม่สามารถหาน้ำมันดิบมาได้เพียงพอสำหรับใช้ ซึ่งเดิมเราใช้น้ำมันดีเซลอยู่ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่เมื่อภาวะวิกฤต บางวันใช้ไปถึง 100 ล้านลิตร ซึ่งปัจจุบันเราใช้อยู่ที่ 84-86 ล้านลิตร และหากสมมุติว่ารัฐบาลขอจำกัดการใช้น้ำมันของพวกเราแค่ครึ่งเดียว พวกเราจะทำอย่างไร หากไม่ได้เตรียมตัว
ดังนั้นการที่รัฐบาลจะลอยตัวค่าน้ำมัน ก็ขอให้รัฐบาลได้ต่อสู้จนถึงที่สุด พวกเราจะหาวิธีช่วยเหลือประชาชน พร้อมยกตัวอย่างประเทศมาเลเซียที่เดิมราคาน้ำมันถูกกว่าประเทศไทยลิตรละ 10-12 บาท แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันถูกกว่าประเทศไทยเพียงลิตรละ 6-7 บาทเท่านั้น
ที่มา : "เรื่องเล่าเช้านี้"