วันที่ 25 มีนาคม. 2569 เวลา 03:49 น.
รวบหนุ่มบัญชีม้าหลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้เสริม สูญเงินกว่า 2 ล้านบาท
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายริ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหรือแต่บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” จับกุมได้บริเวณริมถนนด่านสำโรง ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
สืบเนื่องจากมิจฉาชีพได้ทำการติดต่อเพื่อหลอกลวงผู้เสียหายผ่านทางช่องทางแชทสนทนาแอฟพลิเคชัน TIKTOK โดยมิจฉาชีพใช้รูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิง (ผู้เสียหายเป็น เพศหญิง อายุ 63 ปี) จากนั้นได้ทำการสนสนากับผู้เสียหายประมาณ 1 เดือน ต่อมามิจฉาชีพได้ทำการชวนผู้เสียหายทำอาชีพเสริมโดยแจ้งกับผู้เสียหายว่า “มาทำอาชีพเสริม หารายได้เสริมด้วยกันไหม” ซึ่งในตอนแรกผู้เสียหายไม่สนใจ โดยมิจฉาชีพแจ้งผู้เสียหายว่า “ทำการตอบแชทลูกค้าเพียงอย่างเดียว หากมีลูกค้ามาสั่งของก็แค่จองออเดอร์กับทางร้านหรือทางบริษัท เพียงเท่านั้น”
หลังจากที่ผู้เสียหายตอบตกลงทำอาชีพเสริมกับมิจฉาชีพแล้ว มิจฉาชีพได้ให้ผู้เสียหาย เปิดร้านเพื่อขายของผ่านทางเว็บที่มิจฉาชีพทำการจัดเตรียมไว้ หลังจากที่ผู้เสียหายเปิดร้านบนเว็บแล้ว ได้มีจะมีลูกค้ามาสั่งของกับผู้เสียหาย หลังจากที่ลูกค้าทำการสั่งของผ่านทางร้านของผู้เสียหาย ผู้เสียหายต้องนำออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง ไปจองกับทางบริษัท โดย ผู้เสียหายต้องทำการสำรองเงินค่าสินค้าออกไปก่อน และจะได้เงินต้น (เงินค่าสินค้า) และ ค่าตอบแทน ในภายหลังที่ ซึ่งผู้เสียหายได้รับค่าตอบแทนพร้อมค่าสินค้า ประมาณ 2-3 ครั้งแรก เท่านั้น
หลังจากนั้น ร้านบนเว็บของผู้เสียหาย ก็มีลูกค้าสั่งของมาจำนวนมาก ซึ่งทำให้ผู้เสียหายต้องสำรองเงินค่าสินค้าออกไปก่อน จนทำให้ยอดสำรองจ่ายของผู้เสียหายสะสมเพิ่มขึ้น จนมียอดสะสมประมาณ 2,000,000 บาท (ภายในระยะเวลาประมาณ 12 วัน) หลังจากที่ยอดที่ยอดพุ่งสูงผู้เสียหายจึงได้ถามกับมิฉาชีพว่า “ค่าตอบแทนพร้อมเงินต้นจะได้เมื่อไหร่” โดยมิจฉาชีพแจ้งว่า “สินค้ายังจัดส่งไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงไม่สามารถจ่ายค่าตอบแทนและเงินต้น ให้แก่ผู้เสียหายได้” ซึ่งผู้เสียหายจึงต้องการหยุดการทำร้านดังกล่าวและต้องการเงินทั้งหมดคืน มิจฉาชีพจึงแจ้งว่า “หากต้องการเงินทั้งหมดคืน ต้องทำการแจ้งปิดร้านบนเว็บเพื่อปิดยอด โดยมีค่าปิดร้านพร้อมค่าภาษีประมาณ 700,000 บาท จึงจะได้เงินคืนทั้งหมด”
ผู้เสียหายจึงได้หลงเชื่อและได้โอนเงินค่าปิดร้านพร้อมค่าภาษีให้แก่มิจฉาชีพ และหลังจากทำการโอนค่าปิดร้านพร้อมค่าภาษี ผู้เสียหายก็ไม่สามารถติดต่อมิจฉาชีพได้อีก จึงเชื่อว่าตนถูกหลอก และได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.พุธทมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อดำเนินการทางด้านกฎหมาย



