24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569
>> ชาวญี่ปุ่น ขับรถนั่งส่วนบุคคลเฉี่ยวชนคนเดินเท้า บาดเจ็บสาหัส ริมถนนกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ
06.00 น. อาสามูลนิธิร่วมกตัญญ รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลเฉี่ยวชนคนเดินเท้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บบนถนนกิ่งแก้ว ขาออก มุ่งหน้าแยกคลองขุด บริเวณช่วงศาลเจ้าแม่ทับทิม ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า ยารีส สีขาว สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ห่างออกไปพบร่างของผู้บาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 ราย อายุ 26 ปี มีอาการสาหัสและหมดสติ มีบาดแผลบริเวณใบหน้า และอยู่ในร่องน้ำข้างทาง จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
เบื้องต้นผู้ขับขี่เป็นชายชาวญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี อยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> “นายอนุทิน” ขึ้นนั่งเป็น นายกฯ คนที่ 32 ชนะขาด 293 เสียง
10.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ซึ่งมีวาระรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และมีเรื่องด่วน 1 เรื่อง คือ พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ซึ่งมีวาระสำคัญในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงคะแนนเสียงสนับสนุนจำนวน 293 เสียง คะแนนเสียงดังกล่าวเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนเสียงจำนวน 119 เสียง และงดออกเสียง จำนวน 86 เสียง
จากนั้นประธานสภาฯ จะนำรายชื่อผู้ได้รับเลือกขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและเข้าถวายสัตย์ ก่อนจัดทำนโยบายแถลงต่อรัฐสภา เพื่อบริหารราชการแผ่นดินต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ได้รับเสียงโหวตทั้งหมด 293 เสียง ขณะที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุธ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนเสียง 119 เสียง จากพรรคประชาชน และพรรคเสรีรวมไทย ส่วน 86 คะแนนงดออกเสียง
ทำให้อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการเห็นชอบจากสภา เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 สมัยที่ 2 ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ รัฐบาลต้องประกาศคณะรัฐมนตรี และประกาศนโยบายภายใน 15 วันหลังจากนี้
>> ตำรวจทางหลวง รวบมือปืนรับจ้างยิงเจ้าของรีสอร์ทระยอง พร้อมผู้ช่วย หนีกบดานเพชรบุรี
11.01 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง สนธิกำลังเข้าจับกุม ชายไทย อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง คดีฆ่าผู้อื่น หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายพันยศ เจ้าของรีสอร์ท เสียชีวิตภายในบ้านพักพื้นที่ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง เมื่อคืนวันที่ 17 มี.ค. 69 ก่อนหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่แกะรอยรถยนต์โตโยต้า C-HR ที่ใช้หลบหนี กระทั่งพบถูกนำไปจอดซ่อนไว้ในพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ประสานบุคคลใกล้ชิดกดดันจนผู้ต้องหาติดต่อขอมอบตัว ก่อนควบคุมตัวได้พร้อมขยายผลรวบ “นายศุภวัฒน์” ผู้ร่วมขบวนการซึ่งรับหน้าที่ขับรถพาหลบหนี โดยทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่ จ.ระยอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ศบก.เผยเร่งช่วยคนไทยในตะวันออกกลาง
11.05 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง แถลงข่าวความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมี นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นายวุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ร่วมชี้แจง
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและมีแนวโน้มขยายวง โดยมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในอิหร่าน กาตาร์ ยูเออี และซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ โดยมีรายงานว่าเลบานอนยังคงถูกโจมตีอย่างหนักจากอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังคงถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนโดยอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่สามารถสกัดได้
นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยเฉพาะโรงงานก๊าซธรรมชาติในแหล่งเซาท์พาร์สของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอิหร่าน ได้ประกาศจะตอบโต้และขยายเป้าหมายไปยังโครงสร้างพลังงานในประเทศอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี และกาตาร์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งมีรายงานยืนยันการเสียชีวิตของรัฐมนตรีกระทรวงกิจการข่าวกรองของอิหร่านจากการโจมตีดังกล่าว
>> เจอแล้ว ตู้เซฟ 'มดออย' อินฟลูฯ ดัง ที่แท้ฝีมือช่างคอนโด
11.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้า คดีโจรกรรมตู้เซฟของ “มดออย” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หายไปอย่างปริศนาจากคอนโดหรูกลางเมืองโคราช ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วกลางเมืองโคราช ก่อนคุมตัวไปชี้จุดทิ้งของกลางย่านจอหอ พบสภาพตู้ถูกทุบทำลายจนพังเสียหาย
โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา คือ นาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี และ นาย บีบี (นามสมมุติ) ซึ่งเป็น “ช่างประจำคอนโดมิเนียม” ที่ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ มาชี้จุดเกิดเหตุ บริเวณข้างบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.จอหอ อ.เมือง นครราชสีมา
หลังผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนยกตู้เซฟมาทิ้งไว้สภาพของกลางพบร่องรอยการถูกทุบทำลายบริเวณด้านหลังตู้จนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงเร่งเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุทันที
พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.นครราชสีมา เผยว่า หลังรับแจ้งเหตุได้สั่งการ พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนภูธร จ.นครราชสีมา หัวหน้าชุดนำกำลัง สืบสวนสอบสวน แกะรอยติดตาม จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวคนร้าย
จากการสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่า พบว่า “มดออย” มีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในห้องพัก โดยทราบข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ จึงมีความประสงค์ต่อทรัพย์ จากนั้นวางแผนอาศัยความเป็นช่างในอาคารรู้ช่องทางเข้าออกห้องพักเป็นอย่างดี จึงสบโอกาสลงมือก่อเหตุ ขณะนี้ตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดออกได้ ต้องประสานผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการเปิดเพื่อตรวจสอบว่าทรัพย์สินภายในยังอยู่ครบหรือไม่
เบื้องต้นมีผู้กระทำผิด 2 ราย แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถาน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำเพื่อหาผู้ร่วมกระทำผิดในกระบวนการครั้งนี้เพิ่มเติมและติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำออกไปกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รวบหนุ่มดวงกุด น้ำมันหมดผิดที่ ตร.พบพิรุธ ได้กลิ่นยาบ้า ก่อนโดนรวบ
11.40 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ยึดของกลางยาบ้า จำนวน 15 เม็ด โดยจับกุมได้บนถนนหมายเลข 304 กม.177 (จุดกลับรถเกือกม้าหนองกี่) อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
โดยขณะที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจป้องกันเหตุอาชญากรรม กวดขันวินัยจราจร บริเวณถนนหลวงหมายเลข 304 กม.177 จ.ปราจีนบุรี (จุดกลับรถเกือกม้าหนองกี่) ได้มีรถบัสโดยสารไม่ประจำทาง ทะเบียน กทม. จอดขวางช่องทางการจราจรอยู่ ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบ พบคนขับนั่งอยู่ข้างรถ ตำรวจสอบถามว่ารถเป็นอะไร โดยคนขับตอบว่ารถน้ำมันหมด แต่ท่าทีมีพิรุธ ตำรวจจึงขอตรวจใบอนุญาตขับขี่
แต่ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ได้กลิ่นคล้ายยาเสพติดติดอยู่ที่ใบขับขี่ จึงได้ขอทำการตรวจค้นกระเป๋าสะพายข้าง ปรากฎว่าพบยาบ้า 15 เม็ด อยู่ในกระเป๋าสะพาย
ทั้งนี้ นายพอ (คนขับ) ยอมรับว่าได้ซื้อยาบ้ามาจากวัยรุ่นแถวๆนั้น โดยไม่ทราบชื่อ ราคาเม็ดละ 30 บาท และได้ยอมรับว่าเมื่อเช้าได้เสพยาบ้า จำนวน 2 เม็ดมาจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจปัสสาวะ ปรากฏว่าเป็นสีม่วง เจ้าหน้าที่ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบ และทำการจับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี เพื่อดำเนินการต่อไป
>> พบศพหญิงนิรนาม ลอยแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านคลองสาน คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง
12.26 น. สน.ปากคลองสาน รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำศาลเจ้าพ่อกวนอู แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึง พบว่าร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ ถูกผูกยึดไว้บริเวณท่าน้ำดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจการทางน้ำจึงใช้เรือลากจูงร่างผู้เสียชีวิตมายังท่าน้ำใต้สะพานพุทธ ถนนพญาไม้ เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุประมาณ 40–45 ปี รูปร่างอวบ ผมสั้น ผิวขาว สูงประมาณ 160–165 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว-ดำลักษณะคล้ายเสื้อแบรนด์เนม กางเกงขายาวสีดำ ไม่สวมรองเท้า และไม่พบเอกสารแสดงตนติดตัวแต่อย่างใด เบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช พร้อมเร่งสืบสวนเพื่อติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิตมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป รวมถึงตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป.
>> ตร.ไซเบอร์ลุยล้างบาง บุกค้น 4 จังหวัดรวบ 4 ขายคลิอนาจาร
13.16 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการ สอท. สั่งการชุดปฏิบัติการ TICAC เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดในพื้นที่ กทม., สมุทรปราการ, ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา เพื่อกวาดล้างขบวนการสื่อลามกอนาจารเด็กบนโลกอินเทอร์เน็ต ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาชายได้ทั้งหมด 4 ราย พร้อมของกลางสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมาก ตรวจสอบพบหลักฐานมัดตัว ทั้งการเป็นแอดมินกลุ่มลับ Telegram ที่เก็บค่าสมาชิกเข้าชม และเจ้าของบัญชี X (Twitter) ที่มีพฤติการณ์แสวงหาผลประโยชน์จากภาพและวิดีโออนาจารของเยาวชน
จากการขยายผลพบความน่าสลดใจเมื่อผู้ต้องหาบางรายยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือถ่ายคลิปอนาจารเด็กด้วยตนเองภายในที่พัก และบางรายเก็บภาพเปลือยของเด็กหญิงวัยเพียง 14 ปี ไว้นานหลายปี นอกจากนี้ยังตรวจพบสื่อลามกที่แอบถ่ายจากห้องน้ำสาธารณะรวมอยู่ด้วย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนักเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการค้า และครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายและเตรียมสืบสวนขยายผลทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> รวบคาปั๊ม หนุ่มซุกยาบ้า – ไอซ์ เผยรับจ้างส่งยา 1,300 บาท
14.38 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงระยอง จับกุมชายอายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 192 เม็ด และไอซ์ 5 กรัม ขณะนั่งรอส่งยาให้ลูกค้าในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนสุขุมวิท อ.เมือง จ.ระยอง
หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ลักลอบขายยาเสพติด จึงเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบตัวและเข้าตรวจสอบ
ตรวจค้นพบยาบ้าและไอซ์ซุกอยู่ในซองลูกอม ซ่อนในฝาครอบเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหารับว่า ได้ค่าจ้าง 1,300 บาท ให้นำยาเสพติดมาส่งลูกค้าที่ปั๊มน้ำมัน และเสพยาบ้ามาก่อนถูกจับ เมื่อตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด ตำรวจแจ้งข้อหา ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนเสียหายทั้งห้อง คาดว่ามาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าสะสมความร้อน จ.พิษณุโลก
15.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ ตำบลอรัญญิก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลก เทศบาลเมืองอรัญญิก สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ พิษณุโลก เข้าควบคุมเพลิงที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว เพลิงลุกไหม้บริเวณห้องนอนและลุกลามออกมาด้านนอกของบ้าน บริเวณคอยระบายความร้อนของแอร์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครพิษณุโลก และ เทศบาลเมืองอรัญญิก ใช้น้ำฉีดสกัดไม่ให้เพิงลุกลาม ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ และพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายจำนวน 1 ราย เป็นประชาชนที่เข้าไปช่วยดับเพลิงเป็นคนแรก หายใจไม่ออกแสบตาจากกลุ่มควัน นำตัวผู้ได้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก โดยมี ชายไทย อายุ 60 ปี เป็นเจ้าของบ้าน
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นขณะเกิดเหตุเจ้าของบ้านไม่อยู่ไปทำงานข้างนอก มีเพียงหลานชายเจ้าของบ้านอยู่เพียงคนเดียว นอนอยู่ภายในห้องนอนซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ
จากการสอบถามหลานชายเจ้าของบ้านทราบว่า มีเสียงระเบิด 1 ครั้ง และมีกลุ่มควันและมีเปลวไหภายในห้องและได้วิ่งออกมาด้านนอกอย่างปลอดภัย ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้คาดไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุปกรณ์ไฟฟ้ามีความร้อนสูงทำให้ระเบิดและเกิดเพลิงไหม้บ้านในครั้งนี้
>> "บิ๊กเต่า" มั่นใจสำนวนสินบนทองคำ "บิ๊กโจ๊ก-พวก" ใกล้ส่งอัยการ ชี้คดีมีความพร้อม
17.20 น. ความคืบหน้าคดีนำทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท ไปติดสินบนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีของ สุรเชษฐ์ หักพาล ล่าสุด จรูญเกียรติ ปานแก้ว ระบุว่า ตำรวจกองบังคับการ ปปป. ได้ควบคุมตัว “สรพงษ์” หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งทำหน้าที่จัดซื้อทอง มาสอบปากคำตามหมายเรียกครั้งที่ 2 พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน” ก่อนปล่อยตัวในชั้นสอบสวน โดยรายละเอียดเชิงลึกยังไม่สามารถเปิดเผยได้
ทั้งนี้ คดีถูกแยกสำนวนออกเป็น 2 ส่วน โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งไปยังรัฐสภาและศาลฎีกาแล้ว ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 ราย รวมถึง สุรเชษฐ์ หักพาล อยู่ในอำนาจการสอบสวนของตำรวจ ซึ่งขณะนี้สำนวนมีความพร้อมเกือบสมบูรณ์ เหลือเพียงตรวจทานเล็กน้อย ก่อนส่งให้อัยการพิจารณา และยืนยันจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด พร้อมย้ำเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย แม้อาจถูกฟ้องร้องก็ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบทุกขั้นตอน
>> นายกฯ เสียใจ แรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิต เผยคนประสงค์กลับไทยน้อยกว่าคนอยากอยู่ต่อ
18.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลเสียชีวิตจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง ระบุว่า
ในเรื่องของการช่วยเหลือ กระทรวงแรงงานมีมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งปกติแล้วทางรัฐบาลอิสราเอลก็จะให้การดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เต็มที่ ส่วนตัวอยากให้ผู้ใช้แรงงานได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของประเทศ และทำตามคำแนะนำของทางการประเทศนั้นๆ เพราะผู้เสียชีวิตรายนี้ เท่าที่ทราบข้อมูลในเบื้องต้นไม่ได้อยู่ในหลุมหลบภัย และในขณะที่เกิดเหตุอาจจะกลับมาเอาของหรือออกมาทำธุระในที่พักของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นจังหวะที่เกิดเหตุพอดี ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ
ขณะเดียวกันได้รับรายงานว่า แรงงานในอิสราเอลที่ทำตามคำแนะนำ ทุกคนก็ยังมีความปลอดภัยอยู่ ขณะที่รัฐบาลไทยก็มีความพร้อม หากแรงงานมีความประสงค์เดินทางกลับประเทศ ก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เมื่อถามว่า ตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง แรงงานไทยในอิสราเอลติดต่อกลับมาบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีทั้งอยากกลับ แต่ไม่มีใครอยากอยู่หรอก เพราะด้วยเรื่องของโอกาสและการที่ต้องหารายได้ แต่จำนวนผู้ที่แสดงความจำนงมีน้อยกว่าผู้ที่จะอยู่ต่อ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลก็ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยทราบว่าในบางพื้นที่ของอิสราเอลที่อยู่ห่างไกลจากการสู้รบ ก็ยังใช้ชีวิตและทำงานเป็นปกติอยู่ ทางนายจ้างก็มีแนวทางในการปฏิบัติตัว ต้องไปหลบภัยหากเกิดเหตุ รวมทั้งมีการซักซ้อมจัดการอย่างเป็นระบบ
>> คนร้ายสร้างสถานการณ์ ป่วนเทศกาลฮารีรายอ ยิงก่อกวน จนท. ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุทันท่วงที เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
21.48 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า รับแจ้งว่า มีรายงานเกิดเหตุลักษณะยิงก่อกวนเพื่อสร้างสถานการณ์ จำนวน 2 จุด ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ บริเวณชุดคุ้มครองตำบลริโก๋ และจุดตรวจฉัตรวาริน ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงใกล้เทศกาลฮารีรายอ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความศรัทธา และการพบปะของครอบครัวพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ สะท้อนพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุที่มุ่งสร้างความปั่นป่วน โดยไม่คำนึงถึงความสงบสุข วิถีชีวิต และความรู้สึกของประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญ
ภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการเร่งควบคุมสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน เบื้องต้น ยังไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ รถบรรทุกตามหลังทับร่างซ้ำ หนุ่มวัย 38 ปีเสียชีวิตกลางถนนเทพรัตน กม.28 จ.สมุทรปราการ
23.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ ถนนเทพรัตน ขาออก ช่วง กม.28 ใกล้เคียงห้างดูโฮม รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
อาสาจุดบางบ่อ คืบหน้าที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ในร่องกลางระหว่าช่องคู่ขนานและทางหลัก สภาพรถพังเสียหาย บนถนนเลนขวา ในช่องทางคู่ขนาน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 38 ปี สภาพท่อนล่างถูกล้อรถทับ ห่างออกไปพบรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน สงขลา จอดอยู่ข้างทาง
จากการสอบเบื้องต้น ผู้เสียชีวิตขับขี่รถจักรยานยนต์ ลักษณะเสียหลักชนแบริเออร์ปูนกั้นขอบทาง แล้วรถกระเด็นตกร่องกลาง ส่วนผู้ขับขี่ร่างกระเด็นตกลงบนถนน รถบรรทุกขับมาหลังมาทับซ้ำ ซึ่งในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ
>> ไฟไหม้เรือประมง บริเวณท่าเทียบเรือ ย่านคลองขนอม เสียหายแล้วหลายลำ จนท.เร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิง จ.นครศรีธรรมราช
00.06 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิสว่างขนอมธรรมสถาน เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือประมงขนาดใหญ่ ที่บริเวณท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง ย่านคลองขนอม ในพื้นที่ ต.ขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช
เบื้องต้นเพลิงไห้มลุกลาม เสียหายแล้วจำนวน 5 ลำ ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ เนื่องจากทางเข้าจุดเกิดเหตุทางเข้าค่อนข้างแคบ
>> ลอบยิงหน้าบ้าน "สส.กมลศักดิ์" ที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส คนขับและผู้ติดตาม ได้รับบาดเจ็บ ส่วนตัวของ สส. ก้มหมอบทัน ปลอดภัย
01.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุลอบยิง บริเวณหน้าบ้านพัก ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ ในพื้นที่บ้านส้มป่อย หมู่ที่ 9 ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
รายงานเบื้องต้นระบุว่า ขณะรถอเนกประสงค์ สีดำ กำลังจะกลับเข้าบ้านพัก ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้รถกระบะสีขาว 4 ประตู ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะ แล้วใช้อาวุธปืนกราดยิงเข้าใส่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 44 ปี และ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นคนขับและผู้ติดตาม เบื้องต้นมีอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว
ในขณะที่นายกมลศักดิ์ ที่อยู่ในรถปลอดภัยเพราะหมอบลงทัน หลังเกิดเหตุ คนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจดเกิดเหตุ ดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป