วันที่ 18 มีนาคม. 2569 เวลา 21:23 น.
วันที่ 18 มีนาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้กำชับเรื่องความมั่นคงทางยาและเวชภัณฑ์เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการประชาชน โดยมอบหมายให้ อย. ติดตามดูแลระบบสำรองยาและเวชภัณฑ์ทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุด อย.รายงานว่า วัตถุดิบและยาสำเร็จรูป รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับช่วยชีวิต การผ่าตัดและฉุกเฉิน ยังไม่มีปัญหาขาดแคลน และมีปริมาณสำรองเพียงพอใช้อย่างน้อย 3 เดือน โดยได้จัดทำกรอบรายการยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น 63 รายการ ตามลำดับความสำคัญ เพื่อติดตามปริมาณคงคลังทุกสัปดาห์ พร้อมหาแหล่งวัตถุดิบยาและเวชภัณฑ์สำรองเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตในพื้นที่ขัดแย้ง ทบทวนการกำหนดราคากลางยาจากการที่ต้นทุนราคายาเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งพิจารณาการใช้ภาชนะบรรจุชนิดอื่นทดแทนพลาสติก หรือหาวิธีฆ่าเชื้อ หากจำเป็นต้องใช้ภาชนะบรรจุซ้ำ เนื่องจากแหล่งผลิตวัตถุดิบพลาสติกส่วนใหญ่อยู่ในตะวันออกกลาง และอำนวยความสะดวกในการนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือหน่วยบริการทุกแห่งไม่สั่งซื้อยาและเวชภัณฑ์เกินความจำเป็น และเร่งชำระหนี้เวชภัณฑ์ค้างจ่าย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินในระบบ
นพ.สมฤกษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการรับมือวิกฤตพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานพยาบาล ได้กำชับทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงาน และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศประเมินความเสี่ยงและผลกระทบจากวิกฤติน้ำมัน พร้อมจัดทำแผนความต่อเนื่องในการดำเนินการ (BCP) กรณีวิกฤตพลังงานของจังหวัด ตลอดจนเร่งรัดการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้จัดบริการผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานจนส่งผลต่อยาแผนปัจจุบัน ให้พิจารณาใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร 32 รายการทดแทน ซึ่งครอบคลุมในหลายกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มอาการไข้หวัด (ฟ้าทะลายโจร/มะขามป้อม) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ (เถาวัลย์เปรียง/ครีมไพล) กลุ่มอาการชาจากอัมพฤกษ์-อัมพาต (น้ำมันกัญชา/ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ) และกลุ่มอาการนอนไม่หลับ (น้ำมันกัญชา/ศุขไสยาศน์) เป็นต้น