24 ชั่วโมงข่าว 91 ประวันที่ 15 มีนาคม 2569
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ใกล้เคียงชุมชนบ้านกล้วย ถนนริมทางรถไฟสายปากน้ำ เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง
08.42 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนร่วมใจสามัคคี ถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 2 ชั้น ใช้สำหรับพักอาศัย ปลูกติดกัน 24 คูหา ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องต้นเพลิง บริเวณห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย
>> หนุ่มใหญ่ร่างเปลือยถูกตีศรีษะเสียชีวิตในโรงสีชุมชน ตร.เร่งสอบจับกุมผู้ก่อเหตุ จ.พิษณุโลก
09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตไม่สวมใส่เสื้อผ้าภายในโรงสีข้าวชุมชน หมู่ที่ 3 ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย จนท.ตำรวจวิทยาการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 แพทย์เวรโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก กู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน
ที่เกิดเหตุ ภายในโรงสีข้าวชุมชน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย ไม่สวมใส่เสื้อผ้า นอนอยู่บนผ้าห่ม มีรอยแผลถูกดีบริเวณศีรษะเหนือคิ้วด้านขวา และมีร่องรอยลากร่างผู้เสียชีวิตจากนอกเข้ามาด้านในโรงสีข้าว ประมาณ 15 เมตร ทราบชื่อต่อมาคือ นายปิยะ อายุ 58 ปี
ร.ต.ท.หญิง รวิพร อินขำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าเมื่อคืนมีผู้พบผู้เสียชีวิต นั่งดื่มสุรากับเพื่อนอีก 2 คน บริเวณหน้าโรงสีชุมชน และมาพบอีกครั้งตอนเวลา 07.00 น. นายปิยะ ได้เสียชีวิตแล้วในสภาพไม่สวมเสื้อผ้าอยู่ภายในโรงสีชุมชน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตแพทย์ได้ชันสูตรเบื้องต้นผู้เสียชีวิตถูกของแข็งตีที่ศีรษะอย่างแรง และเสื้อผ้าที่ผู้เสียชีวิตไม่ได้สวมใส่นั้นคาดว่าผู้ก่อเหตุได้ถอดเสื้อผ้าออกเพื่ออำพรางคดี ในส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
กู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน นำร่างผู้เสียชีวิตส่งนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป
>> แม่น้ำปิงกัดเซาะตลิ่ง เมืองตาก บ้านริมน้ำทรุดตัวพัง 2 หลังเรือน เคราะห์ดีไร้ผู้บาดเจ็บ
11.00 น. นายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอเมืองตาก มอบหมายให้นายศิวัธน์ วงศ์ยุทธนนท์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย อส.อำเภอเมืองตากที่ 2 และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลวังหิน ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุบ้านเรือนประชาชนทรุดถล่มจากกรณีแม่น้ำปิงกัดเซาะตลิ่ง บริเวณริมแม่น้ำปิง หมู่ที่ 5 ตำบลวังหิน อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก
จากการตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นบ้านพักอาศัยติดกันจำนวน 2 หลัง คือ บ้านเลขที่ 15/1 และบ้านเลขที่ 15/3 ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิง ได้รับความเสียหายถล่มพังทั้งสองหลัง ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด โดยเหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 00.00 น. ของคืนวันที่ 14 มีนาคม 2569 เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากแม่น้ำปิงมีตะกอนสะสมจนเกิดเป็นเกาะกลางแม่น้ำ ส่งผลให้ทิศทางการไหลของน้ำเปลี่ยนไปและกัดเซาะตลิ่งบริเวณบ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำมาเป็นระยะเวลานาน จนเกิดการทรุดตัวและพังถล่มดังกล่าว
ทั้งนี้ อำเภอเมืองตากจะได้ประสานองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ต่อไป
>> นายกฯ นำประชุม ศบก. ถกปัญหาน้ำมันหน้าปั๊มตึงตัว เหตุภาคอุตสาหกรรมแห่เติมเพราะถูกกว่าขายส่ง 11 บาท
11.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ภายหลังมาตรการตรึงราคาพลังงานครบกำหนด 15 วัน โดยมีคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์พลังงาน หลังพบปัญหาน้ำมันตึงตัวในบางสถานีบริการ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สะท้อนว่า ภาคอุตสาหกรรมจำนวนมากนำรถเข้าไปเติมน้ำมันหน้าปั๊ม เนื่องจากราคาถูกกว่าการซื้อผ่านผู้ค้าส่งลิตรละประมาณ 11 บาท ทำให้เกิดการแย่งเติมกับประชาชนและทำให้ปริมาณหน้าปั๊มดูเหมือนขาดแคลน
ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันดิบในประเทศยังมีเพียงพอ สามารถรองรับได้มากกว่า 90 วัน และเมื่อนำมากลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปแล้วยังมีเหลืออีกมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องการบริหารจัดการขนส่งและการกระจายสินค้า พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า น้ำมันยังมีเพียงพอ โดยเปรียบเทียบเหมือนตู้ ATM ที่มีเงินอยู่มาก หากจุดใดขาดก็ต้องนำไปเติมให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมกำชับให้บริหารโลจิสติกส์ให้เหมาะสมและหามาตรการป้องกันไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามาใช้บริการหน้าปั๊มจนกระทบประชาชน
>> รวบ 2 หนุ่มกระบะดำ ซุกปืน .45 จำนวน 2 กระบอกพร้อมใช้ พบคนขับเคยพัวพันคดีหนักหลายคดี
12.01 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย แจ้งข้อหาพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนพร้อมยึดของกลาง เป็นอาวุธปืนสั้น,เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม. ,ซองพก โดยจับกุม บนถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 41 กม.139 อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี
พฤติการณ์แห่งคดี ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุม นำรถวิทยุตรวจการณ์ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ เมื่อมาถึงบริเวณจุดกลับรถแห่งหนึ่ง ได้สังเกตเห็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จอดอยู่ในลักษณะมีพิรุธ เร่งเครื่องขับหลบหนีออกไปด้วยความเร็วผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงเปิดสัญญาณไฟและเสียงไซเรนไล่ติดตาม ก่อนจะสามารถสกัดรถไว้ได้ในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบ พบผู้ต้องหา1ราย พบอาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .45 (11 มม.) จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนรวม 17 นัด โดยบรรจุอยู่ในแม็กกาซีนและมีการขึ้นลำอยู่ในรังเพลิงทั้งสองกระบอก ซึ่งมีลักษณะพร้อมใช้งานทันที
จากการตรวจสอบประวัติบุคคลทั้งสอง พบว่า เคยมีประวัติต้องคดีในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรโมถ่าย จำนวน 5 คดี ทั้งเรื่องอาวุธ และ ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเสวียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ทีม พม.ใกล้คุณ จ.อุดรธานี รุดเยี่ยมครอบครัวลูกเรือไทยที่ปลอดภัย จากเหตุเรือ "มยุรี นารี" ถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย
13.28 น. นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยถึงการให้ความช่วยเหลือครอบครัวลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเพลิงไหม้เรือบรรทุกสินค้าไทย "มยุรี นารี" กลางช่องแคบฮอร์มุซในอ่าวเปอร์เซีย ถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิด ซึ่งขณะนี้ได้รับความช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว ว่า ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม.
โดย ทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดอุดรธานี ได้ลงพื้นที่ตำบลนาชุมแสง อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวลูกเรือไทยผู้ประสบเหตุ 1 ราย ซึ่งเป็น 1 ใน 20 ลูกเรือไทยที่ได้รับความช่วยเหลือ เป็นชายอายุ 32 ปี พนักงานบนเรือสินค้า แผนกช่วยควบคุมเรือ อาศัยอยู่กับครอบครัว ประกอบด้วย ลูกชายอายุ 10 ปี , พ่ออายุ 63 ปี , แม่อายุ 57 ปี , น้องสาว อายุ 29 ปี และ หลานชายอายุ 4 ปี (บุตรของน้องสาว) ปัจจุบัน ชายดังกล่าว อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ รัฐสุลต่านโอมาน และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ได้ประสานความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวง พม. โดยมีแผนเดินทางจะส่งตัวกลับประเทศไทยในวันที่ 17 มีนาคม 2569
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้น เบื้องต้น ทีม พม.ใกล้คุณ จังหวัดอุดรธานี ได้พูดคุยเยียวยาให้กำลังใจครอบครัว และให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อีกทั้งจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์กรณีฉุกเฉิน ผ่านระบบขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ พม. Smart
นอกจากนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับทีมสหวิชาชีพ องค์การบริหารส่วนตำบลนาชุมแสง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางแผนการให้ความช่วยเหลือทั้งในระดับพื้นที่และจังหวัด รวมถึงวางแผนติดตามปัญหาและความต้องการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และประสานความร่วมมือโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช บ้านดุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องการตรวจประเมินสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจ
>> ทลายโกดัง “อาหารสัตว์เถื่อน” นำเข้าจากจีน ยึดของกลางกว่า 4,000 ถุง มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท
14.31 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจค้นโกดังเก็บสินค้าแห่งหนึ่งย่าน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ควบคุมตัวผู้ดูแลโกดัง เป็นหญิง 1 ราย อายุ 29 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น อาหารสัตว์ไม่มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์ บรรจุภัณฑ์ระบุข้อความภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน) 25 รายการ รวมทั้งสิ้น 4,056 ถุง รวมมูลค่าของกลาง 1,561,000 บาท
โดยจากการตรวจสอบของกรมปศุสัตว์และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พบว่า สินค้าที่ลักลอบนำเข้าเหล่านี้ มักหลีกเลี่ยงการขึ้นทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ผ่านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ โดยอาศัยช่องทางการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ มักจะมีโกดังเก็บสินค้าตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และเป็นจุดกระจายสินค้าให้กับประชาชนทั่วไป
โดยผู้ดูแลโกดัง ให้การยอมรับว่า นำเข้ามาจากประเทศจีน เพื่อเตรียมขายทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558
>> ไฟไหม้บ้านไม้สักยกสูง บ้านห้วยหลวงพัฒนา เสียหายวอดทั้งหลัง ลูกชายเจ้าของบ้านหนีตายหวุดหวิด ถูกไฟลวกบาดเจ็บ จ.ลำปาง
15.45 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในพื้นที่บ้านห้วยหลวงพัฒนา ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
โดยที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้สัก ยกพื้นสูง ทำให้เปลวเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังรถดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยหลายหน่วยงาน เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา
ขณะเกิดเหตุ นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน ต้องวิ่งหนีออกจากตัวบ้านท่ามกลางเปลวเพลิงอย่างหวุดหวิด ก่อนจะได้รับบาดเจ็บจากไฟลวก เจ้าหน้าที่กู้ภัยบ้านเสด็จเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทันที
จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพลิงได้ลุกไหม้บริเวณตัวบ้านด้านบนเสียหายเกือบทั้งหมด พร้อมทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง ในส่วนของสาเหตุที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง
>> รวบ 1 ในแก๊งเพจปลอม ตุ๋นเทรดหุ้นทองคำ พอถูกจับอ้างไม่เกี่ยว
16.13 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จับกุมนางทอง(นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้บริเวณตลาดสด เคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ
สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปี 2566 มีกลุ่มผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าแจ้งความต่อตำรวจ ปอศ. ว่าถูกหลอกให้ร่วมลงทุน จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานพบว่า กลุ่มคนร้ายในคดีนี้ใช้วิธีการปลอมเพจเฟซบุ๊กร้านทองชื่อดัง มีการใช้โลโก้ของร้านเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มีการยิงโฆษณาบน Facebook โดยรูปแบบของการหลอกลวงนั้นมุ่งเน้นไปที่การชักชวนให้ร่วมลงทุน “เทรดหุ้นทองคำ” ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นการลงทุนที่ไม่มีอยู่จริง
สำหรับ นางทอง (นามสมมุติ) ผู้ต้องหารายล่าสุดที่ถูกจับกุม พบว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินและการกระทำความผิดของกลุ่มดังกล่าว สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่า เมื่อประมาณปี 2566 ตนได้รับลิงก์ข้อความเกี่ยวกับเงินกู้ออนไลน์ จึงกดลิงก์สมัคร โดยมีการแนบหลักฐานภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน (หน้า-หลัง) และหน้าบัญชีธนาคาร แต่หลังจากสมัครแล้วก็ไม่ได้รับเงินกู้แต่อย่างใด ต่อมามีหมายเรียกมาหาตนที่บ้าน จ.สระแก้ว เกี่ยวกับบัญชีม้า ตนกลัวความผิดจึงหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
>> รวบสาวบัญชีม้า แก๊ง "โรแมนซ์สแกม" อ้างวิศวกรแท่นขุดเจาะ ตุ๋นเหยื่อสูญ 1.6 ล้าน
16.35 น. พ.ต.ท.จตุพร ติกแก้ว สารวัตร กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (สว.กก.1 บก.ปพ.) เข้าทำการจับกุม นางสาวรอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม บริเวณริมถนน หมู่ 3 ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน
คดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2565 ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ทักมาทำความรู้จัก โดยคนร้ายอ้างตัวว่าเป็น "วิศวกรประจำแท่นขุดเจาะน้ำมัน ในต่างประเทศ" มีการส่งภาพโปรไฟล์การทำงานและการเดินทางที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อสร้างความไว้วางใจ ในการสื่อสาร คนร้ายใช้โปรแกรมแปลภาษา (Translate) คุยกับผู้เสียหายอย่างต่อเนื่องจนพัฒนาความสัมพันธ์เป็น "คนรัก" ก่อนจะเริ่มออกอุบายว่าต้องการมอบสิทธิ์บัญชีธนาคารให้ผู้เสียหายใช้งาน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการเพื่อเปลี่ยนสิทธิ์ผู้ดูแลบัญชีเสียก่อน
ด้วยความรักและความเชื่อใจ ผู้เสียหายได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ ที่กลุ่มคนร้ายแจ้งมาหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,660,747 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเงินถูกกระจายไปยังบัญชีม้า 3 บัญชีหลัก โดยหนึ่งในนั้นเป็นบัญชีของ น.ส.รอ (ผู้ต้องหาที่เพิ่งถูกจับกุม)
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน จ.นครปฐม สามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการไปได้แล้ว 2 ราย เหลือเพียง น.ส.รอ ที่ยังหลบหนี จนกระทั่งถูกตำรวจคอมมานโดตามรวบตัวได้ในพื้นที่ จ.ลำพูน ถือเป็นการ "ปิดคดี" รวบตัวผู้ต้องหาในขบวนการนี้ได้ครบทั้งหมด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “สนับสนุนในการฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเลน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> จ.สระบุรี เครื่องบินเล็กตกที่พระพุทธบาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย อาสากู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.
18.45 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี ได้รับแจ้งว่า เกิดเครื่องบินเล็กอากาศยานเบาพิเศษ หมายเลข U-S27 อนุญาตใช้อากาศยานส่วนบุคล กำหนด 5 ปี ระหว่าง มี.ค. 2567 ถึง มี.ค. 2572 ตกบริเวณก่อนถึงที่พัก รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.2 ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คนขับ 1 ราย (คนขับเครื่องบินเล็ก) และเด็กอายุ 9 ขวบ 1 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย (ผลกระทบจากโดนสะเก็ดหินขณะเครื่องบินตก) ขณะนี้นำส่ง รพ.พระพุทธบาท สาเหตุคาดว่าระบบเครื่องบินขัดข้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระพุทธบาท จะดำเนินการสอบสวนอีกครั้ง
>> ปลัดมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 3 มาตรการ รับมือสถานการณ์ พลังงาน "ติดตาม เฝ้าระวัง สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง"
20.02 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการร่วมประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมอาคารรัฐสภา โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม
ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้น จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการ 3 แนวทางเพิ่มเติม ได้แก่
1. มอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัด กำกับดูแลและรับผิดชอบการติดตามสถานการณ์ด้านพลังงานในจังหวัด บูรณาการติดตามสถานการณ์พลังงานและแนวโน้มผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิดร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. กำกับดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ให้เป็นไปตามภาวะปกติ และหากพบปัญหาหรือสถานการณ์ผิดปกติให้รายงานกระทรวงมหาดไทยโดยด่วน และรายงานต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน และ 3. สื่อสารทำความเข้าใจสถานการณ์พลังงานให้กับผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Jobber) ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ผ่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หอกระจายข่าว และช่องทางประชาสัมพันธ์ของจังหวัด
โดยให้เน้นประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องจากภาครัฐ เพื่อสร้างความมั่นใจ ลดความตื่นตระหนก และป้องกันการกักตุนหรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการจัดจำหน่ายพลังงาน
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
21.57 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 157 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> "ย้อนศรเป็นเหตุ" เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ทางตรง ล้มคว่ำทั้ง 3 คัน มีทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนรถคันต้นเหตุ ขี่หลบหนีไป จ.นนทบุรี
เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 15 มี.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. บางบัวทอง พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดถนนทางหลวงหมายเลข 340 เส้นทางสุพรรณบุรี - บางบัวทอง ฝั่งขาเข้า ใกล้ทางเจ้า สภ.บางบัวทอง ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนาบุรี
ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้บาดเจ็บสาหัส 1 รายอยู่กลางถนน ทางอาสากู้ภัยพยายามช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบเอกสาร เป็นผู้ชาย ชาวสัญชาติเมียนมา อายุ 37 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น MSX สีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และเหตุการณ์นี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 23 ปีขับขี่รถ จักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน อ่างทอง สภาพหน้ารถพังเสียหาย นำส่งโรงพยาบาลบางบัวทองไปก่อนหน้า
ข้อมูลจากพลเมืองดี ให้การว่า พบรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันขับขี่มาทางตรงในทิศทางเดียวกัน คู่กรณีเป็นรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งคัน ได้ขับขี่ย้อนศรทำให้เกิดเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ทั้งสองคันนี้และล้มลง
หลังเกิดเหตุ รถคันที่เป็นต้นเหตุได้ยกรถจักรยานยนต์ขึ้นก่อน แล้วขับขี่หลบนี้ออกจากที่เกิดเหตุไป ขณะเดียวกันจากการสังเกต ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็ยังคงพบเห็นรถรถจักรยานยนต์ขับขี่ย้อนศรกันเหมือนเป็นเรื่องปกติ โดยชาวบ้านที่พักอาศัยใกล้จุดเกิดเหตุยังคงให้ ข้อมูลว่าจุดนี้รถจักรยานยนต์มักจะขับขี่ย้อนศรกันเป็นประจำ
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้ โดยข้อมูลเบื้องต้นแจ้งว่ารถ จักรยานยนต์ทั้งสองคันนี้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์คู่กรณีขับขี่ย้อนศรจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อติดตามผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป
>> โจ๋ต่างด้าว พกมีดนัดเคลียร์ปัญหากลางเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่มาพบ วิ่งหนีแตกกระเจิง รวบได้ 9 คน จ.ชลบุรี
01.19 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสีครามเมืองพัทยา ว่าเจ้าหน้าที่กิจกรรมพิเศษเมืองพัทยา สามารถควบคุมตัวกลุ่มแรงงานต่างด้าวได้ 9 คน พร้อมตรวจยึดอาวุธมีดปลายแหลมและมีดสั้น รวม 2 เล่ม ยาว 1 เล่ม สั้น 1 เล่น เหตุเกิดบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ฝั่งถนนวอล์คกิ่งสตรีท ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่กิจกรรมพิเศษเมืองพัทยา ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา กำลังควบคุมตัวกลุ่มชายต่างด้าว โดยตรวจสอบพบเป็นชาวเมียนมา 2 คน และชาวกะเหรี่ยง 3 คน พร้อมอาวุธมีดปลายแหลมและมีดสั้นจำนวน 2 เล่ม
จากการสอบถามหนึ่งในผู้ถูกควบคุมตัว ซึ่งเป็นชาวเมียนมา ที่สามารถพูดภาษาไทยได้เล็กน้อย ให้การว่า กลุ่มเพื่อนชาวเมียนมา นัดรวมตัวกันมากกว่า 20 คน เพื่อมาเคลียร์ปัญหากับกลุ่มคู่กรณีที่มีเรื่องกันมาก่อน บริเวณ “ลานสีฟ้า แหลมบาลีฮาย” ระหว่างที่กำลังพูดคุยตกลงปัญหากันอยู่นั้น ได้พบเจ้าหน้าที่ของเมืองพัทยา ทำให้ต่างฝ่ายต่างแตกฮือ วิ่งหนีและขับรถแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง ส่วนตนวิ่งหนีไม่ทัน จึงถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ยังสามารถควบคุมตัวกลุ่มคู่กรณีได้อีกส่วนหนึ่ง บริเวณหน้าศูนย์กู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยา โดยกลุ่มดังกล่าวอ้างว่าเดินทางมาจากบางแสน มาเที่ยวที่พัทยา และไม่ได้มีปัญหากับใคร
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากคำให้การของทั้งสองฝ่ายยังขัดแย้งกัน และมีข้อมูลว่าทั้งสองกลุ่มเคยมีปัญหากันมาก่อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองพัทยา ก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ในโครงการบ้านเอื้ออาทรสันกำแพง จนท.ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิงสงบ
02.01 น. ศูนย์วิทยุนครหางดง หน่วยกู้ภัยหางดง จังหวัดเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านประชาชน บริเวณโครงการบ้านเอื้ออาทรสันกำแพง ซ.13 ในพื้นที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านปูน 2 ชั้น พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บนห้องพักของชั้นที่ 2 ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ไม่ลุกลาม ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สันกำแพง
16 มีนาคม. 2569
16 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (16 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม. ค่าเกินมาตรฐาน 6 เขต
16 มีนาคม. 2569
16 มีนาคม. 2569
เช้านี้ (16 มี.ค.69) ฝุ่นละออง PM2.5 กทม. ค่าเกินมาตรฐาน 6 เขต