หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 มีนาคม 2569

วันที่ 14 มีนาคม. 2569 เวลา 05:32 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 มีนาคม 2569

>> สืบนครบาลจัดชุดใหญ่ ทลายหัวจ่ายย่านฝั่งธน ทลายซุ้มหัวจ่ายยาเสพติดหลังวัดรวก โชว์อาวุธปืน-ปลอมธนบัตรไทย

06.30 โดย บช.น.และ ปปส. สนธิกำลังบุกค้น 3 จุด ย่านฝั่งธนบุรี รวบผู้ต้องหา 6 ราย ซึ่งไม่เพียงค้ายา แต่แอบผลิตเงินปลอม พร้อมโชว์ติดอาวุธสงครามครบมือ พร้อมตรวจยึดของกลาง

อาวุธปืนเถื่อน 2 กระบอก, ธนบัตรปลอม ฉบับละ 1,000 บาท (รอการตัดขอบ) จำนวน 37 ฉบับ, เคตามีน จำนวน 6 ถุง น้ำหนักรวม 28 กรัม, ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 134.74 กรัม, ยาบ้า 363 เม็ด, รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมา จำนวน 1 คัน(อยู่ระหว่างตรวจสอบคืนเจ้าของ) และ เงินสด จำนวน 34,610 บาท

พฤติการณ์แก็งนี้เริ่มจาก "ยานรก" สู่ "ธนบัตรผี" ซึ่งตำรวจแกะรอยเครือข่ายค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี แต่กลับพบว่าแก๊งนี้ไม่ได้แค่ขายยานรก แต่ยังลักลอบผลิตเงินปลอม ส่งต่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่ฝั่งธนบุรีด้วย

นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายยังมีแผนประทุษกรรมคล้าย “กองโจร” มักมีการรวมตัวแจกอาวุธ ก่อนเคลื่อนทัพไปก่อเหตุยามวิกาล ก่อนสลายหายเข้าไปในตรอกซอกซอยชุมชน ซึ่งเป็นตรอกเล็กๆที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยากต่อการจับกุม กระทั่งฤกษ์ดี ศุกร์ 13 นี้ ตำรวจบุกค้นพื้นที่ชุมชนในเขตบางกอกน้อย และ “เซฟเฮ้าส์ลับแหล่งปล่อยยา” และซอยอิสระภาพ 11

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นต้นตอของธนบัตรปลอมฉบับ 1,000 บาท ที่แพร่ระบาดย่านฝั่งธนในห้วงเดือน ม.ค. – ก.พ. 69 ที่ผ่านมา ในการสืบสวนคนร้ายกลุ่มนี้ทำให้สามารถรวบคนร้ายได้ทั้งหมด และยังสืบได้ไปถึงรังยาเสพติด อาวุธและผลิตธนบัตรเถื่อน ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในชุมชนที่เส้นทางซับซ้อนเหมือนเขาวงกตด้วย ทั้งนี้ ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งดำเนินคดีต่อไป


>> แรงงานไทยจากตะวันออกกลางกลับถึงไทยแล้ว 67 คน กระทรวงแรงงานจัดทีมต้อนรับ ดูแลสิทธิประโยชน์

09.00 น. นส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นำคณะเจ้าหน้าที่จาก กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งเดินทางกลับถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ โดยล่าสุดมีแรงงานเดินทางกลับจาก อิหร่าน 45 คน และ บาห์เรน 22 คน รวมทั้งสิ้น 67 คน

รองปลัดกระทรวงแรงงานระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศเกือบ 1,000 คน โดยแรงงานจากอิหร่านได้เดินทางกลับครบ 100% แล้ว ขณะที่แรงงานบางส่วนยังรอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจกลับ พร้อมย้ำว่ากระทรวงแรงงานได้อำนวยความสะดวกให้แรงงานลงทะเบียนผ่านคิวอาร์โค้ดเพื่อขอรับความช่วยเหลือ เช่น การหางานใหม่ การฝึกอาชีพ หรือการเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศ อีกทั้งผู้ที่ไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่าน กรมการจัดหางาน และเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ จะมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีภัยสงครามรายละ 15,000 บาท


>> รองนายกฯ พิพัฒน์ ยืนยัน ศบก. เตรียมมาตรการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางรอบด้าน

10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ศบก. ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ เพื่อประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้อิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่สูญหาย

ด้านพลังงาน กระทรวงพลังงานรายงานว่าการใช้น้ำมันในประเทศไทยช่วง 2 วันที่ผ่านมาเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ และมีปริมาณน้ำมันที่จัดหาไว้เพียงพอต่อการใช้งานรวม 98 วัน พร้อมหารือการจัดหาแหล่งพลังงานสำรองอื่น ๆ ให้กับประเทศไทย รวมถึงแนวทางลดผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และมาตรการลดใช้พลังงาน

ด้านราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์ตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าที่เชื่อมโยงกับพลังงาน หากพบการฉวยโอกาสหรือกักตุน จะมีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมได้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างจากสถานการณ์ปิดสนามบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดต่อไป


>> ปกครองกำแพงเพชร บุกช่วย 3 เด็กหญิง กลางวันเรียน ม.ต้น กลางคืนถูกแม่เล้าส่งค้ากามร้านคาราโอเกะ

10.04 น. นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร สั่งการชุดปฏิบัติการพิเศษจังหวัดกำแพงเพชร นำโดยนายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กว่า 20 นาย บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอลานกระบือ ตำรวจ สภ.ลานกระบือ เข้าตรวจค้นร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง เข้าข่ายเป็นสถานบริการ เปิดโดยไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ พบเจ้าของร้านนำเด็กนักเรียน ม.ต้น มานั่งให้บริการ อายุต่ำสุด เป็นเด็กหญิง อายุเพียง 14 ปี

ส่วนเจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ณ โรงแรมในพื้นที่ อำเภอลานกระบือ โดยเข้าช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้ทั้งสิ้น 3 ราย พบเป็นเด็กหญิงอายุ 14 ปี และเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี อีก 2 ราย จากนั้นพนักงานฝ่ายปกครอง ได้ประสานให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกำแพงเพชร รับตัวไปคุ้มครองสวัสดิภาพ และดำเนินการจัดทำประวัติ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 16 ข้อกล่าวหา แก่ผู้ดูแลร้าน

นายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิรณสิทธิ์ ว่ามีร้านคาราโอเกะในพื้นที่อำเภอลานกระบือ มีพฤติการณ์ในการนําหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี มาแอบแฝงขายบริการทางเพศและแสวงหาผลประโยชน์ โดยผู้ควบคุมหรือเจ้าของสถานประกอบการมีพฤติการณ์เป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณี และได้รับผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว ถือว่าเป็นการค้ามนุษย์ ซึ่งจะขยายผลต่อให้สุดขบวนการ และฝากไปยังสถานบริการในพื้นที่ หากพบว่าร้านใดยังคงฝ่าฝืนจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาหนัก สั่งปิด 5 ปี ทุกร้าน


>> จับลุงแสบ ผสมสูตรแชมพูกวนมือ ปลอมแบรนด์ดัง ขายตามตลาดนัด

11.53 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 60 ปี พร้อมของกลาง แชมพูสระผม ที่นำหีบห่อหรือภาชนะที่แสดงเครื่องหมายการค้า ยี่ห้ออื่น (ปลอม) มาแปะใส่, ขวดแชมพูสระผม, สีผสมแชมพู, ถังใหญ่สำหรับผสมแชมพู รวม 21 รายการ จำนวน 1,413 ชิ้น หลังบุกเข้าตรวจค้นจับกุมที่บ้านพักแห่งหนึ่งภายใน อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

โดยขณะเข้าตรวจค้น พบนายพรกำลังผสมสูตร ยืนกวนแชมพูสระผม นำมาบรรจุขวดยี่ห้อต่างๆที่เตรียมไว้ ผู้ต้องหายังรับสารภาพทำมาแล้วประมาณ 2 ปี และนำสูตรส่วนผสมที่ได้มาจากคนรู้จักนำมาผลิตเอง ปรับสูตรเอง เพื่อให้ได้กลิ่นและสีคล้ายของแท้ และนำมาบรรจุขวดแชมพูยี่ห้อต่างๆ ที่ได้ซื้อมาจากร้านขายของเก่า ซึ่งในส่วนของน้ำยาแชมพูก็จะหาซื้อมาจากร้านเคมีภัณฑ์ทั่วไป เช่น น้ำยาหัวเชื้อแชมพู สีผสมแชมพู ฯลฯ แล้วนำมาผสมกัน พอถึงเวลาก็จะออกตระเวนขายตาม ตลาดนัดในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไป


>> รวบกัปตันเยอรมันคาเรือใบหรู ลอบจัดทัวร์เถื่อนกลางอันดามัน ขายแพ็กเกจหลักแสนผ่านเว็บ

12.30 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ บูรณาการร่วมตำรวจท่องเที่ยวและกรมการท่องเที่ยว จับกุมกัปตันเรือสัญชาติเยอรมันคาเรือใบหรูกลางทะเลอันดามัน พื้นที่ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต หลังสืบสวนพบลักลอบจัดแพ็กเกจทัวร์ทางทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาต จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติในราคาหลักแสนบาทต่อคน โดยภายในเรือพบกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน 6 คนที่จองแพ็กเกจล่องเรือท่องเที่ยวต่อเนื่องนาน 11 วัน

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนติดตามพฤติการณ์นานกว่า 5 เดือน พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้รูปแบบเปิดบริษัทให้เช่าเรือบังหน้า ก่อนลักลอบขายแพ็กเกจนำเที่ยวในทะเลอันดามันโดยไม่มีใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และ “ไม่นำใบอนุญาตใช้เรือติดมากับเรือ” ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีที่ สภ.ท่าฉัตรไชย พร้อมเดินหน้าขยายผลตรวจสอบเครือข่ายลักษณะเดียวกัน ซึ่งพบว่ามีการใช้รูปแบบบริษัทเช่าเรือหรือถือหุ้นแทนแบบ “นอมินี” เพื่อเลี่ยงกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวไทยที่ดำเนินธุรกิจถูกต้อง


>> ศาลสั่งคุก 1 ปี หนุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์หวาดเสียว ในพื้นที่ สน.มักกะสัน พร้อมริบของกลาง

13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีปรากฏคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีบุคคลขับขี่รถจักรยานยนต์ บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (ขาเข้า) มุ่งหน้าแยกเอกมัย ซึ่งเป็นถนนสาธารณะใจกลางเมือง ในช่องทางที่ 3 นับจากซ้าย ขับขี่รถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ในลักษณะหวาดเสียว และยังมีประชาชนทั่วไปขับขี่รถสัญจรบนถนนอยู่เป็นจำนวนมาก

ล่าสุด พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล 1 สั่งการให้ สน.มักกะสัน ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยพบว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (ขาเข้า) มุ่งหน้าแยกเอกมัย เขตห้วยขวาง กทม. ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสามารถติดตามตัวชายในคลิปดังกล่าวได้ จึงเชิญตัวมาพบพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน และได้ดำเนินคดีกับนายริดวาน ในความผิดฐาน “ขับรถในลักษณะผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจแลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอแก่ความปลอดภัย และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น”

พนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้อง และศาลแขวงพระนครเหนือได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำ และ คดีหมายเลขแดง ลงวันที่ 12 มี.ค.69 จำคุก 1 เดือน 15 วัน ปรับ 2,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี บริการสังคม 12 ชั่วโมง “ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง”


>> ตำรวจสกัดรถปิคอัพขนมะเขือเทศ ภายในยัดไส้ยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด รถเสียหลักชนขอบถนนมะเขือเทศตกเกลื่อน

13.30 น. พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภาค 1 สกัดจับรถขนยาบ้าที่ขับหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่จังหวัดปทุมธานีมาจนถึงเขตบางบัวทอง พื้นที่จังหวัดนนทบุรี หลังสอบสวนขยายผลและพบว่าจะมีการขนยาเสพติด ซึ่งทางชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี ได้ติมตามรถโตโยต้า สีขาว ที่ด้านท้ายรถกระบะบรรทุกกล่องกระดาษเต็มคัน ด้านในมียาบ้าและนำมะเขือเทศปิดด้านบนเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบจึงได้ขับรถไล่ตามตั้งแต่จังหวัดปทุมธานี พอคนขับรู้ว่าโดนตามจึงรีบขับหนีพอมาถึงถนน 345 เชิงสะพานลากค้อน ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี คนขับได้ขับรถเฉี่ยวกับขอบถนนทำให้ล้อหลังซ้ายระเบิด ก่อนที่คนขับจะเปิดประตูรถวิ่งหนีข้ามถนนไปอีกฝั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งไล่ตามจับกุมคนขับไว้ได้ ทราบชื่อคือนายอิสระ อายุ 28 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เปิดกล่องกระดาษดูพบว่าด้านบนเป็นมะเขือเทศ ด้านล่างเป็นถุงยาบ้า คาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเม็ด จึงได้กับกุมตัวนายอิสระ ส่ง สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลเพื่อติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังยาเสพติดรายนี้ต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านทาวน์เฮ้าส์ ซอยมาเจริญ 3 แยก 1 คาดเกิดจากจุดธูปเทียนทิ้งไว้

15.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเพชรเกษม 81 (ย่อยซอยมาเจริญ 3 แยก 1) ถนนเพชรเกษม แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายโต๊ะหมู่บูชา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม


>> ออกหมายจับ หนุ่มชาติเดียวกัน คดีสาวจีนรับงานเอนฯ ที่พัทยา ก่อนพบร่างที่สวนมะพร้าว

16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีชายชาวจีน อายุ 31 ปี เข้าติดตามความคืบหน้าคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ ภายหลังภรรยาซึ่งเป็นหญิงชาวจีน หายตัวไปหลังรับงานเอ็นฯ และล่าสุดพบเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งคาดว่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มชายชาวจีนในบ้านพักพูลวิลล่า พื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งหลังพบภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ ขณะผู้ตายถูกพาตัวออกจากบ้านพักในสภาพหมดสติ ก่อนจะมีการพบศพถูกนำไปทิ้งในร่องน้ำกลางสวนมะพร้าว พื้นที่ จ.ราชบุรี ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวชายปริศนา ซึ่งเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย

ล่าสุด วันนี้ พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับชายชาวจีนผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นบุคคลที่พาตัวผู้ตายออกจากบ้านพักพูลวิลล่า ก่อนนำศพไปทิ้งในพื้นที่ จ.ราชบุรี แจ้งข้อหา “หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” และ “ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งความตาย”

อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาชาวจีนรายดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ภายในราชอาณาจักรไทย


>> รถ 6 ล้อบรรทุกอ้อยมาเต็มคัน เสียหลักพลิกลงข้างทาง ผู้เสียชีวิตติดค้างใต้ซากรถ จ.นครราชสีมา

17.40 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยฮุก 31พิมาย มีอุบัติเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนป่าสนบ้านหมัน ในพื้นที่ ต.ชีวาน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถ 6 ล้อบรรทุกอ้อย สีน้ำเงิน ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบร่างผู้บาดเจ็บ ชาย 1 รายมีอาการสาหัส ติดค้างอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่ดำเนินการใช้เครื่องมืองัดรถ และนำร่างออกมา ตรวจสอบพบว่า ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุก กำลังนำอ้อยที่ตัดแล้วไปส่งที่โรงงานน้ำตาลในเมืองพิมาย แต่รถได้เกิดอุบัติเหตุเสียหลักตกข้างทางเสียก่อน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย


>> รถกระบะเสียหลักหลุดโค้งชนขอบทาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 กว่าราย จ.สุราษฎร์ธานี

18.04 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิกุศลศรัทธา มีอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนขอบทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ช่วงทางโค้งสองแพรก หมู่ที่ 2 ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี 
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี ลักษณะหลุดโค้งชนกับขอบทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 12 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ชัยบุรี สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยบุรี

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม