หน้าแรก > สังคม

สสส. สถาบันยุวทัศน์ ฯ ผนึกกำลังจังหวัดตรัง เดินหน้าสร้าง “แกนนำนักเรียนในสถานศึกษาทุกระดับ ร่วมขับเคลื่อนการเดินทางที่ปลอดภัย”

วันที่ 12 มีนาคม. 2569 เวลา 14:32 น.


สสส. สถาบันยุวทัศน์ฯ ผนึกกำลังจังหวัดตรัง เดินหน้าสร้าง “แกนนำนักเรียนในสถานศึกษาทุกระดับ ร่วมขับเคลื่อนการเดินทางที่ปลอดภัย” ผ่านกลไกอนุกรรมการ ศปถ.ด้านเด็กและเยาวชน หลังพบเยาวชนในจังหวัดตรังกว่า 42.5% เป็นผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

วันที่ 26 ก.พ. 2569 ณ ศาลาว่าการจังหวัดตรัง สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยความร่วมมือกับส่วนราชการจังหวัดตรัง ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษากว่า 20 แห่งในจังหวัด จัดประชุมภาคีบูรณาการความร่วมมือขับเคลื่อนมาตรการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในเด็กและเยาวชน พร้อมสนับสนุนหมวกนิรภัยจากภาคเอกชนเพื่อผลักดันธนาคารหมวกนิรภัยในสถานศึกษา เพิ่มอัตราการสวมหมวกอย่างน้อย 80% ตั้งเป้าปี 2569–2570 โค้งสุดท้ายแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 หวังลดอัตราการเจ็บตายจากอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชน

นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด กล่าวว่า “ปัจจุบันการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในกลุ่มเด็กและเยาวชนจังหวัดตรังมีความน่าเป็นกังวล โดยข้อมูลจากกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ระบุว่า ปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดตรังพบผู้เสียชีวิตถึง 180 ราย เพิ่มสูงขึ้นกว่า 2.27% เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2567 โดยมี 2 อำเภอเสี่ยง คือ อำเภอเมืองกับอำเภอห้วยยอด สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุกว่า 78% เกิดจากยานพาหนะยอดนิยมของเด็กและเยาวชน คือ รถจักรยานยนต์ รวมถึงสอดคล้องกับเป้าหมายของแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ที่มุ่งลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ 11 คนต่อแสนประชากร ภายในปี 2570 โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนด้วย”

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวต่อไปว่า “การร่วมมือกันในครั้งนี้ของ สสส. และสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย นับเป็นจุดเริ่มต้นของการบูรณาการทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับสถานศึกษาทุกระดับ ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย ซึ่งมีเด็กและเยาวชนเป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์จำนวนมาก เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนจังหวัดปลอดภัยภายใต้วิสัยทัศน์เมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เติบโตควบคู่ไปกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน ผ่านการดำเนินงานตามแนวทาง Quick Wins 8 ประการของกระทรวงมหาดไทย การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมไปถึงการพัฒนาพื้นที่สู่การเป็นหมู่บ้านยั่งยืน เพื่อวางรากฐานโครงสร้างสังคมให้เข้มแข็งและยกระดับความเป็นอยู่ของชาวตรังให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย”

ด้านนางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า “ทิศทางการขับเคลื่อนงานของ สสส. กำหนดเป้าหมายสำคัญในการลดความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในกลุ่ม “เด็กและเยาวชน” ซึ่งเป็นกำลังหลักของชาติ ผ่านยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกที่เน้นสร้าง “กลไกจัดการความปลอดภัยระดับพื้นที่” ให้เข้มแข็ง

โดย สสส. พร้อมให้การสนับสนุนจังหวัดตรังในการเคลื่อนกลไกในระดับพื้นที่ ถอดบทเรียนการดำเนินงาน สนับสนุนการสื่อสารเพื่อสร้างความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนกับคนรุ่นใหม่ ทั้งการสวมหมวกนิรภัย และการลดพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ เพื่อให้สอดรับกับนโยบาย “เมืองแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี” ของจังหวัดตรัง

นางก่องกาญจน์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า “หัวใจสำคัญของการดำเนินงานในครั้งนี้ คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามามีบทบาทเป็น “ผู้ร่วมสร้างความปลอดภัย” ไม่ใช่เพียงผู้รับผลกระทบ สสส.จึงมีความมุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประสานความร่วมมือกับสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ จะช่วยพัฒนาศักยภาพเยาวชนตรัง ให้ก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำนักสื่อสารสุขภาวะที่สามารถขยายแนวคิดเรื่องความปลอดภัยทางถนนจากโรงเรียนสู่ชุมชนและครอบครัว นำไปสู่การลดตัวเลขความสูญเสียของจังหวัดตรังให้เป็นศูนย์ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อีกด้วย”

และนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า “ยท. โดยโครงการสนับสนุนการสื่อสารความปลอดภัยทางถนนกับคนรุ่นใหม่ มีแนวทางการขับเคลื่อนปัญหาร่วมกับจังหวัดตรัง 4 มาตรการที่สอดคล้องกับแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ฉบับที่ 5 ประกอบด้วย

1.ขับเคลื่อนงานโดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเฉพาะองค์ประกอบหน่วยงานในคณะอนุกรรมการด้านเด็กและเยาวชน ในศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดตรัง ได้แก่ สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งระดับมัธยมศึกษาและอาชีวศึกษา รวมถึงระดับอุดมศึกษา ในการจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรเกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน ซึ่งรวมถึงการผลักดันให้เกิดธนาคารหมวกนิรภัยในสถานศึกษา

2.เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทเป็นแกนนำหลักในการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ของตนเอง

3.ผลักดันนโยบายหรือมาตรการความปลอดภัยร่วมกับสถานศึกษาและชุมชนให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

และ 4.สนับสนุนการสื่อสารสาธารณะที่ทันสมัย ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์และอินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงและสร้างทัศนคติความปลอดภัยใหม่ ทั้งนี้ทาง ยท. จะร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง (ปภ.ตรัง) ในการติดตามผลการทำงานอย่างต่อเนื่องอีกด้วย”

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม