หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2569

วันที่ 10 มีนาคม. 2569 เวลา 05:32 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2569


>> รถกระบะ ชนประสานงากับ รถพ่วง ผู้บาดเจ็บสาหัส 2 รายติดค้างในยานพาหนะ จนท.ใช้เครื่องมืองัดรถนำร่างส่ง รพ. แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาทั้งคู่ จ.เชียงราย

08.30 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสยามเชียงราย จุดอำเภอแม่สรวย รับแจ้งจากศูนย์สั่งการนเรนทรเชียงราย และศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรแม่สรวย ออกตรวจสอบอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนหมายเลข 118 บริเวณใกล้เคียงทางเข้าโรงเรียนแม่พริก ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ที่เกิดเหตุ รถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีทอง ลักษณะชนประสานงากับ รถพ่วง อีซูซุ สีขาว สภาพหน้ารถพังเสียหายยับทั้งคู่ ตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ร่างยังติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ หน่วยกู้ภัยแสงแก้วโพธิญาณ ได้นำเครื่องตัดถ่างงัดรถ และนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 รายออกมา ก่อนจะดำเนินการนำส่ง รพ.แม่สรวย

ต่อมาทราบต่อว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ได้เสียชีวิตแล้ว โดยเป็นผู้ชาย อายุ 42 ปี และผู้หญิง อายุ 38 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สรวย


>> รถจักรยานยนต์ ชนกับรถขยะ คุณตาวัย 71 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.

09.29 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกขยะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนบางกรวย - ไทรน้อย บริเวณทางกลับรถหน้าใกล้เคียง รพ.ไทรน้อย ในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว-แดง ลักษณะล้มคว่ำอยู่ ห่างออกไป พบรถขยะ ของเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง อีซูซุ สีเขียว-ขาว-น้ำเงิน และพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 71 ปี มีอาการสาหัส ใบหน้าฟกช้ำ มีบาดแผลถลอกตามร่างกาย และหมดสติในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.ไทรน้อย ช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนนำตัวส่งรพ.ไทรน้อย

ต่อมาทราบว่า เจ้าหน้าที่กู้ชีพได้ทำการช่วยเหลือนำเข้าห้องฉุกเฉินที่ รพ.ไทรน้อย และปั๊มหัวใจกว่า 30 นาที แต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการสอบสวน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> รถจักรยานยนต์ 2 คันและรถนั่งส่วนบุคคลชนกันกลางถนน มีทั้งผู้บาดเจ็บสาหัสและผู้เสียชีวิต จ.ปทุมธานี

09.49 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ 2 คัน, รถนั่งส่วนบุคคลชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนทางเข้าเทศบาลธัญบุรี คลอง 7 ในพื้นที่ ตำบล ลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีแดง ไม่พบป้ายทะเบียน, รถจักรยานยนต์ สีเทา ไม่พบป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีขาว จอดอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บ ชาย 1 รายอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ธัญบุรี และยังพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 38 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี


>> รวบหนุ่มหัวร้อนนัดเคลียร์ใจ ยกพวกรุมตี พบหมายจับเพียบ

11.14 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.)ร่วมกันจับกุมตัว นายฟอ (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ทำให้เสียทรัพย์ฯ”

พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนเกิดเหตุ นายฟอ ได้ขับรถไปรับผู้เสียหายมาเพื่อเคลียร์ใจกันโดยมีกลุ่มเพื่อนๆ รออยู่ก่อนแล้ว และได้มีการข่มขู่ให้มีการยอมรับว่าผู้เสียหายได้พูดเรื่องของนายฟา ในทางที่ไม่ดีจริงหรือไม่ แต่ผู้เสียหายไม่ยอมรับ จึงได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เรื่องปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นก่อนปี 2566 และได้นัดเคลียร์ใจกันเมื่อช่วงกลางปี 2566

จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ผู้ต้องหาเดินทางกลับมาบ้าน ในพื้นที่ จ.ยะลา และจะเดินทางกลับ ไปยังกรุงเทพฯ จึงได้เฝ้าติดตาม และจับกุมตัวได้ 
เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่าเขาต้องถูกจับตามข้อหาที่ได้ระบุไว้ในหมายจับข้างต้น และแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงนำตัวผู้ถูกจับมาทำบันทึกการจับกุมที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบ่อทอง ต่อมาได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ทลายโกดังสินค้าปลอม ยึดยาสีฟัน-เครื่องสำอางปลอมแบรนด์ดัง แสนกว่าชิ้น

13.29 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคบ. ปฏิบัติการบุกทลายโกดังเครื่องสำอางและยาสีฟันปลอมแบรนด์ดัง ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตรวจยึดของกลาง 10 รายการ กว่า 122,872 ชิ้น มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับการแจ้งข้อมูลเบาะแสจากประชาชนว่าพบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสีฟันยี่ห้อดังปลอม แพร่ระบาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยจะขายในราคาถูกกว่าสินค้าจริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวน จนทราบถึงสถานที่จัดเก็บว่ามีการลักลอบนำสินค้าปลอมมาเก็บไว้ในโกดังพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อรอการกระจายสินค้า เมื่อตรวจสอบพบชาย สัญชาติจีน1ราย แสดงตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ ตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง , ยาสีฟันปลอมยี่ห้อดัง รวมตรวจยึดของกลาง รวม 10 รายการ รวมทั้งสิ้น 122,872 ชิ้น มูลค่ากว่า 6,000,000 บาท

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า โกดังสินค้าดังกล่าวมีกลุ่มนายทุนชาวจีนเป็นผู้เช่า โดยลักลอบนำเข้าสินค้าปลอมจากต่างประเทศ และนำมาจัดเก็บที่โกดังเก็บสินค้าในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย ทำการโฆษณาจำหน่ายสินค้าปลอมผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์โดยเปลี่ยนชื่อร้านค้าเป็นประจำ และระบุจ่าหน้า สถานที่ ผู้ส่ง ต่างสถานที่กันไปเพื่อเป็นการอำพราง และหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือใช้วิธีให้ผู้ขาย หรือขายโดยให้ตัวแทนขายปักตะกร้าสินค้า โดยไม่ต้องสต็อกสินค้า เมื่อขายได้ทางโกดังจะเป็นผู้ส่งให้ โดยจ่าหน้าชื่อร้านและสถานที่ส่งในนามร้านค้า โดยเมื่อมีการสั่งซื้อ จะทำการบรรจุส่งให้ลูกค้าชาวไทย มียอดขายประมาณวันละ 500 - 1,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 1 ปี

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 และ พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ฐาน “มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมพลังงาน รับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ย้ำไม่ให้กระทบประชาชน พร้อมเสริมความมั่นคงพลังงานประเทศ

15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมเร่งด่วนเพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบต่อประเทศไทย กล่าวว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนภาคเศรษฐกิจของประเทศ

รัฐบาลจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการรองรับอย่างทันท่วงที เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน โดยมอบหมายให้สภาพัฒน์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานอำนวยการในการบูรณาการแผนการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน

ทั้งนี้ ก.พลังงาน รายงานว่าปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมเพียงพอ พร้อมเตรียมแผนบริหารจัดการพลังงานเพิ่มเติม เช่น การเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น รวมทั้งการกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานและมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด


>> คนไทย 29 ชีวิต อพยพจากอิหร่านเที่ยวบินแรก “รมว.กต.” รอต้อนรับที่สุวรรณภูมิ

16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน คนไทยชุดแรกจำนวน 29 คน ที่อพยพออกจาก อิหร่าน เดินทางถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย ด้วยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบิน TK68 ลงจอดที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 15.02 น. โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมาต้อนรับและให้กำลังใจ พร้อมยืนยันรัฐบาลติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างแดน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า คนไทยกลุ่มดังกล่าวเดินทางจากกรุง เตหะราน ด้วยรถยนต์กว่า 10 ชั่วโมงไปยังชายแดน ตุรกี ก่อนต่อเครื่องจากเมือง อิสตันบูล กลับไทย โดยในวันที่ 10 มี.ค. จะมีคนไทยอีก 23 คนเดินทางกลับตามมา และยังมีอีกประมาณ 75 คนเตรียมออกจากเตหะรานไปยังชายแดนตุรกีเพื่อเดินทางกลับประเทศเช่นกัน ขณะที่รัฐบาลยังประสานช่วยเหลือคนไทยในหลายประเทศตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดทางให้ผู้ที่ต้องการกลับประเทศสามารถเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย


>> รถกระบะพลิกตะแคงลงข้างทาง ร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ จ.บึงกาฬ

16.00 น. ศูนย์กู้ภัยสว่างศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์เกิดอุบัติเหตุมีผู้บาดเจ็บติดภายในรถ บริเวณถนนบ้านป่าก่อ–หัวแฮด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ จึงจัดกำลังอาสากู้ภัยสว่างศรีวิไล จุดพรเจริญ จำนวน 6 นาย พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่าง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน สกลนคร ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ที่ร่องข้างทาง ภายในรถพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ ชายไทย อายุ 52 ปี เสียชีวิตติดอยู่ภายในซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ

พร้อมประสานพนักงานสอบสวน สภ.เซกา และแพทย์เวรโรงพยาบาลเซกา เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ โดยญาติผู้เสียชีวิตไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต


>> สืบนครบาล 7 ขยายผลทลายแหล่งพักยาเสพติด รวบหัวจ่ายก่อนทะลักเข้าเมืองหลวง

16.18 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลาง "ยาบ้า" ประมาณ 8.99 ล้านเม็ด , ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 39 กิโลกรัม , รถยนต์ 3 คัน , อาวุธปืนพกสั้น 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน โดยจับกุมได้บริเวณบ้านพัก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยได้แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนยาบ้าและยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

โดยก่อนหน้านี้ ตำรวจกองกำกับสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (กก.สส.บก.น.7) ได้ทำการขยายผลจากการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย และได้รับแจ้งสายลับว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ขยายผลอยู่นั้น จะมีการขนและลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยจะเดินทางออกจาก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ไปรับยาเสพติดที่บริเวณ จ.อ่างทอง หรือ สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สะกดรอยติดตาม กระทั่งพบกลุ่มผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอตรวจค้น และกลุ่มผู้ต้องหานำพาเข้าทำการตรวจค้นบ้าน รวม 3 จุด ซึ่งผลการตรวจค้นรวมทุกจุด พบยาเสพติดยาบ้าและยาไอซ์ และอาวุธปืน

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางไปทำบันทึกจับกุมและขยายผลที่ กก.สส.บก.น.7 และนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> เหตุแก๊สระเบิด เพลิงลุกไหม้บ้านเสียหายทั้งชั้น พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายถูกไฟคลอก จ.อุตรดิตถ์

16.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิชัย รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงได้ดำเนินการฉีดน้ำจนเพลิงสงบ และตรวจสอบพบว่าชั้นที่ 2 ของบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด รถจักรยานยนต์ 1 คัน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40 - 50 ปี สภาพร่างถูกไฟคลอกเป็นตอตะโก

จากการ สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นได้ความว่า เพลิงไหม้บ้านเกิดจากถังแก็สระเบิด จึงเกิดไฟลุกไหม้ขึ้นและผู้เสียชีวิตออกจากบ้านไม่ทันจึงถูกไฟคลอก ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน


>> กฟผ. ยืนยันแผ่นดินไหว จ.สุราษฎร์ธานี ไม่กระทบเขื่อนรัชชประภาและเขื่อนบางลาง

16.49 น. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยืนยันเหตุแผ่นดินไหววันที่ 8-9 มีนาคม 2569 ขนาด 1.7-3.5 จำนวน 13 ครั้ง (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 15.15 น.) บริเวณ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีจุดศูนย์กลางลึกลงไปใต้ดินประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณใกล้เคียงพื้นที่เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและความมั่นคงของเขื่อนรัชชประภา และเขื่อนบางลาง จ.ยะลา 
ทั้งนี้ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป


>> ผบช.น. สั่งดึงสำนวนใหม่ ปม “กู้ภัย–ตำรวจ” ประเมินพลาด ปล่อยหญิงบาดเจ็บเสียชีวิตคาโรงพัก อ้างนึกว่าเมา

16.56 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ดึงสำนวนคดี ออกมาสอบสวนใหม่ทั้งหมด เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม เนื่องจากครอบครัวหญิงผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากคดีผ่านมากว่า 1 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้า พร้อมเผยภาพกล้องวงจรปิดภายใน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ที่ปรากฏหญิงผู้บาดเจ็บนอนหมดสติอยู่ภายในโรงพัก ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินผ่านไปมา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เหตุเกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่ผ่านมา บริเวณถนนลาดพร้าว หลังมีพลเมืองดีแจ้งเหตุหญิงขี่รถจักรยานยนต์ล้ม เมื่อกู้ภัยและตำรวจเข้าตรวจสอบพบเพียงบาดแผลถลอกและมีอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง จึงเข้าใจว่าอยู่ในอาการมึนเมา ก่อนพาตัวไปพักรอที่โรงพักแทนการส่งโรงพยาบาล ต่อมาผู้บาดเจ็บมีอาการทรุด เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ทำให้เสียชีวิตภายในสถานีตำรวจ โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจ รวมถึงทบทวนแนวปฏิบัติใหม่ให้ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทุกกรณีต้องถูกนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อลดความเสี่ยงการสูญเสียชีวิตซ้ำอีก


>> ตร.พัทยา รวบคู่หูตีนแมวบุกคฤหาสน์หรูเขาพระตำหนัก กวาดนาฬิกาแบรนด์เนมกว่า 6.5 ล้าน ก่อนแกะรอยจับกุมยกแก๊ง

17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ภายในบ้านพักหรูบริเวณเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา ได้จำนวน 2 ราย คือ นายกอ อายุ 26 ปี และนายนอ อายุ 28 ปี (นามสมมุติ) พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์เก๋ง สีดำ ซึ่งใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุและหลบหนี รวมถึงเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา น.ส.นอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี พร้อมสามีชาวต่างชาติ และบุตรสาว ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังถูกคนร้ายจำนวน 2 ราย สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ปีนกำแพงเข้าไปในบ้านพักหรูย่านเขาพระตำหนัก ก่อนกวาดทรัพย์สินมีค่าไปหลายรายการ โดยทรัพย์สินสำคัญที่ถูกลักไปประกอบด้วย นาฬิกาแบรนด์หรูยี่ห้อ Patek Philippe ของสามีชาวต่างชาติ มูลค่าประมาณ 6 ล้านบาท และนาฬิกา Rolex ของบุตรสาว มูลค่าประมาณ 400,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 6.4 ล้านบาท

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐาน รวมถึงไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด กระทั่งพบเบาะแสรถยนต์ต้องสงสัยที่ใช้ในการก่อเหตุและหลบหนี ก่อนจะสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย จนสามารถเข้าจับกุมได้ที่บ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยเนินพลับหวาน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์จริง โดยหลังจากได้ทรัพย์สินมาแล้ว ได้นำไปขายต่อเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย 
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุ พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


>> สนธิกำลังลุยดับไฟป่า "ห้วยหลวง" หลังดาวเทียมพบ Hotspot เสียหาย 20 ไร่ คาดฝีมือกลุ่มหาของป่า

18.14 น. นายฐานันดร พรมมณี หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าอมก๋อย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) รายงานผลการปฏิบัติงานเชิงรุก หลังนำกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เข้าสกัดกั้นเหตุไฟป่าลุกลามในเขตพื้นที่ป่าลึก อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 01.56 น. หลังดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) บริเวณพื้นที่ป่าลึกท้องที่บ้านห้วยน้ำขาว หมู่ 2 ต.ม่อนจอง อ.อมก๋อย ทางสถานีควบคุมไฟป่าอมก๋อยจึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่รวม 14 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าฯ 7 นาย เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าหนองแดง 4 นาย และทีมเฝ้าระวังไฟป่าห้วยเสือ (อก.43) อีก 3 นาย เร่งรุดเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที

โดยคณะเจ้าหน้าที่เดินทางถึงพื้นที่ "ห้วยหลวง" ซึ่งมีสภาพเป็นป่าเบญจพรรณสลับเขาสูงชัน ทำให้การเข้าถึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเริ่มปฏิบัติการดับไฟตั้งแต่เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งทำแนวกันไฟเพื่อล้อมกรอบเพลิงไม่ให้ขยายวงกว้างเข้าสู่ป่าชั้นใน จนกระทั่งสามารถควบคุมสถานการณ์และดับไฟได้สนิทในเวลา 14.30 น. จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายรวม 20 ไร่ โดยสันนิษฐานสาเหตุว่าเกิดจากการลักลอบจุดไฟเพื่อหาของป่า

การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการอย่างเคร่งครัดของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เน้นย้ำความฉับไวในการเข้าถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และที่สำคัญคือการช่วยลดปัญหาฝุ่นควัน (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนืออย่างมีประสิทธิภาพ


>> รถการเกษตรเสียหลักลงข้างทาง คนงานเก็บหอม ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่เมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์

18.16 น. สมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้อุตรดิตถ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถการเกษตรเสียหลักลงข้างทาง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ถนนเส้นทาง ด่านแม่คำมัน - บ้านพงกะชี ในพื้นที่ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ที่เกิดเหตุ พบรถการเกษตร รับส่งคนงานเก็บหอม ป้ายทะเบียน อุตรดิตถ์ ลักษณะเสียหลักชนเสาไฟข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 20 ราย ทางอาสากู้ภัยฯ ให้การช่วยเหลือและนำส่ง โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ 14 ราย เป็น เพศหญิง 11 ราย เพศชาย 3 ราย และ นำส่งโรงพยาบาลลับแล 6 ราย เป็นเพศหญิง 4 ราย เพศชาย 2 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลับแล


>> แผ่นดินไหว ประเทศเวียดนาม

23.20 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 327 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม