วันที่ 7 มีนาคม. 2569 เวลา 20:30 น.
(7 มี.ค. 69) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยสำนักการระบายน้ำ ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ณ บริเวณงานคืนสภาพสะพานข้ามคลองเคล็ด ถนนอุดมสุข เขตประเวศ กรุงเทพฯ โดยกล่าวว่า ขณะนี้การซ่อมแซมบริเวณสะพานข้ามคลองเคล็ดส่วนที่เหลืออีก 2 ช่องจราจรใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
โดยปัจจุบันงานโครงสร้างสะพานแล้วเสร็จทั้งหมดแล้ว และจะทำการปูยางแอสฟัลท์ผิวจราจร วันที่ 7-8 มี.ค. 69 และตีเส้นจราจร วันที่ 9-10 มี.ค. 69 ซึ่งจะเปิดให้รถสัญจรได้ทั้งหมด 4 ช่องจราจร ในวันพุธที่ 11 มี.ค. 69 เวลา 10.00 น. เร็วกว่ากำหนดการณ์เดิมวันที่ 15 มี.ค. 69
รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดการความปลอดภัยบริเวณทางขึ้นสะพานซึ่งอาจเป็นจุดบอด (Blind Spot) โดยเฉพาะเมื่อมีรถขยะหรือรถขนาดใหญ่เลี้ยว จะมีการ วางกรวยและจัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ส่วนงานทางเท้าที่มีทั้งหมด 15 จุด รวมถึงการเก็บรายละเอียดพื้นถนนและระบบระบายน้ำ จะเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้าหรือช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยที่สุด
สำหรับโครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งของอุโมงค์ระบายน้ำจากบึงหนองบอนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเขตบางนา คลองบางอ้อ โดยมีปล่องรับน้ำหรือชาร์ป ทั้งหมด 8 จุด ซึ่งจุดที่เกิดปัญหาคือปล่องที่ 3 บริเวณอาคารรับน้ำคลองเคล็ด ถนนอุดมสุข ซึ่งเกิดเหตุการณ์อุโมงค์และถนนทรุดตัวเมื่อช่วงต้นปี 65 ทำให้มีโครงสร้างสะพานและเศษวัสดุพังลงไปขวางแนวอุโมงค์เดิมที่ความลึก 25-30 เมตร การซ่อมแซมจึงทำได้ยากเพราะไม่สามารถใช้หัวเจาะตามแนวเดิมได้ ทีมงานจึงต้องรื้อถอนของเก่าและออกแบบแนวอุโมงค์ใหม่ที่ระดับความลึกประมาณ 24 เมตร ขณะนี้ตัวอุโมงค์คลองเคล็ดสามารถใช้งานได้แล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมน้ำเพื่อทดสอบระบบปล่องรับน้ำที่ 3 ภายในเดือนนี้
รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวถึงการจัดการภูมิทัศน์ว่า สำหรับการจัดระเบียบสายสื่อสารบริเวณถนนอุดมสุข จะประสานงานกับ กสทช. การไฟฟ้านครหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำสายสื่อสารเข้าสู่คอนกรีต ซึ่งจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ กทม. มีนโยบายว่าพื้นที่ที่มีสะพานลอยคนข้าม จะไม่อนุญาตให้พาดสายสื่อสารออกด้านนอกเหมือนในอดีต แต่จะต้องรวมสายจากทุกผู้ให้บริการลงในท่อหรือรางเดียวกันเพื่อความเป็นระเบียบและสวยงาม
“การเปิดใช้สะพานในส่วนที่เหลืออีก 2 ช่องจราจร เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรบนถนนอุดมสุขได้ตามปกติในวันที่ 11 มีนาคมนี้ จะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรที่สะสมมานานกว่า 4 ปี และเมื่อระบบอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ เมื่อเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ เขตประเวศ เขตบางนา เขตพระโขนง และพื้นที่ต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น” รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าว





