24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 6 มีนาคม 2569
>> รถจักรยานยนต์ชนขอบทาง ร่างกระเด็นตกร่องกลาง ถนนมิตรภาพ สาวซ้อนท้ายดับ ส่วนหนุ่มผู้ขับขี่บาดเจ็บ
06.00 น. ได้รับแจ้งจาก กู้ชีพกลางดง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเกาะกลาง และมีผู้บาดเจ็บ ถนนมิตรภาพ ขาเข้า กม.38+300 ก่อนลงเนินกลางดง ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ลีด สีขาว ไม่พบป้ายทะเบียน เสียหลักชนแบริเออร์กั้นเกาะกลางถนน แล้วตัวผู้ขับขี่และผู้ซ้อนกระเด็นข้ามไปในร่องกลางถนน ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตทันที1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 20 - 25 ปี เป็นผู้ซ้อนท้าย มีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ศีรษะ มีเลือดไหลออกจำนวนมาก
ส่วนผู้ขับขี่ เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 - 25 ปี ได้รับบาดเจ็บอาการไม่สาหัส ทางเจ้าหน้าที่จึงให้การปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง
>> ผบช.น. ยัน สรวีย์ รับสารภาพสั่งบงการอุ้ม ผจก.หนุ่มจริง แต่ไม่เคยได้พบหน้าคนตาย ยังไม่เจอโทรศัพท์ของกลาง เตรียมขยายผลสอบคลิปลับอดีตหญิงคนสนิท
11.00 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต. เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เดินทางมาที่ สน.สุทธิสาร เพื่อสอบสวนนายสรวีย์ ผู้บงการจ้างอุ้มฆ่า ใช้เวลาเกือบ 1 ชม. โดยมีทนายของผู้ต้องหาร่วมรับฟังด้วย
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.กล่าวว่า ขบวนการนี้นายสรวีย์ ยอมรับว่ามีการจ้างวาน ว่าที่ร้อยตรี ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ จริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ต้องการที่จะเอาชีวิต และไม่เคยพบหน้าผู้เสียชีวิตสักครั้ง ส่วนมูลเหตุ เป็นความโกรธแค้นปัญหาภายในครอบครัว ส่วนรายละเอียดเชิงลึก ขอไม่เปิดเผย เนื่องจากจะกระทบต่อสำนวนคดี แต่ยอมรับว่า สถานะของนายสรวีย์ กับ น.ส.บอ (นามสมมุติ) เป็นแค่พี่น้องที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน
น.ส.บอ จะมีหน้าที่รับส่งลูกสาวไปโรงเรียน แต่หลักฐานมีความชัดเจนว่า น.ส.บอ เป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยเป็นคนจัดหาสายสืบเอกชน ให้ไปหาข้อมูลผู้เสียชีวิตตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ทำให้ตำรวจต้องขอศาลฯ ออกหมายจับ และแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนทั้ง 10 คน ส่วนว่าที่ร้อยตรี ที่ยังหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี
ผบช.น.กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ตำรวจสอบถามผู้ต้องหาในประเด็นนี้ ผู้ต้องหา ยอมรับว่า ให้แก๊งต้องเอาโทรศัพท์ของเหยื่อมาให้ได้ แต่ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ของกลางดังกล่าว ส่วนภายในโทรศัพท์จะมีคลิปลับอีกหรือไม่ รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆ ตำรวจจะค้นหาเพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดี หากพบว่ามีบุคคลอื่นที่ร่วมมาทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ส่วนกรณีที่ น.ส.จีน่ามีคลิปลับอยู่ในโทรศัพท์มือถือส่วนตัว แล้วจะขอมาตรวจสอบในภายหลังหรือไม่ เพื่อเทียบเคียงพยานหลักฐาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา
พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.กล่าวต่ออีก ส่วนผู้ต้องหาที่จับกุมได้ชุดแรกอยู่ระหว่างดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหา 2 คน ที่ศาลให้ประกันตัวตำรวจยังติดต่อได้ให้มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม หลังพบนายรุทธ์เสียชีวิต ข้อหาหลักคือ ร่วมกันฆ่าโดยไต่ตรองไว้ก่อน
>> "อนุทิน" ห่วงทุกด้าน น้ำมันสำรอง-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ยันจะทำให้ดีที่สุด ลดผลกระทบประชาชน
11.24 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อค่าพลังงานในประเทศ โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) ได้ให้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นผู้แถลงผลการประชุมการสำรองน้ำมันในไทยแล้ว
ส่วนยังมีความห่วงใยด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังมีความเป็นห่วงในทุกด้าน โดยเฉพาะแหล่งน้ำมันสำรองในประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยรัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อลดผลกระทบและไม่ให้เกิดผลกระทบ และต้องให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ประชาชนจะได้ไม่ต้องมาแบกรับ
ขณะที่ ในวงประชุมเมื่อวานนี้ มีเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา เข้ามาพูดคุยด้วย ได้มีการพูดคุยกันเรื่องใด นายอนุทิน ปฏิเสธที่จะคำถาม พร้อมระบุสั้นๆ ว่า ”เอาแต่เรื่องน้ำมัน“ ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
>> ไล่ล่าข้ามพรมแดน ลากคอเจ้าพ่อบ่อนปักกิ่ง ท้าทายอำนาจรัฐ ส่งกลับรับโทษต้นทาง
11.32 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันจับกุม นายซอ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหมายจับ โดยบุกเข้าจับกุมได้ บริเวณหน้าห้องพัก ซอยเขามะกอก 1/3 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจCIB ได้รับประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่ามีผู้ต้องหาชาวจีนรายสำคัญซึ่งมีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีนในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดกิจกรรมการพนัน” โดยในช่วงปี 2567 ถึงกลางปี 2568 ผู้ต้องหามีพฤติกรรมก่อตั้ง
แก๊งอาชญากรรมขึ้น จัดตั้งบ่อนการพนัน ในเขตพื้นที่ภูเขาและป่าไม้ เพื่อหลบหลีกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจปักกิ่ง ใช้เงินทุนในการจัดตั้งบ่อนการพนันมากกว่า 20 ล้านหยวน (ประมาณ 91 ล้านบาท) โดยกระทำต่อเนื่องมากกว่า 150 ครั้ง รวมถึงกระทำความผิดอาญาอีกจำนวนมาก ก่อนหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวภายในประเทศไทย
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบทราบว่าผู้ต้องหาหลบซ่อนอยู่ภายในพื้นที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจากการถามเจ้าของรีสอร์ท พบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าว หลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องพักจริง จึงเข้าจับกุมตัว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนวีซ่ากา และนำตัวส่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธ โดยให้การว่าไม่ทราบกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด
>> รวบหมอเถื่อนไร้ใบอนุญาต รักษาแบบเสี่ยง ใช้เหล็กในผึ้ง สะกิดเปลือกตารักษาโรค
12.53 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการ ปคบ., กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ , นายกสภาการแพทย์แผนไทย และสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ร่วมปฏิบัติการจับกุมหมอเถื่อน ใช้เหล็กในผึ้ง ฝังผิวหนังรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาให้ประชาชน
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี และราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ตรวจสอบสถานพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตลาดน้ำประชารัฐสวนบัว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่มีการโฆษณารักษาโรคตา เช่น ตามัว ตาพร่า ตาฟาง วุ้นในตาเสื่อม ต้อลม ต้อหิน รวมถึงปัญหาสายตาอื่นๆ โดยใช้วิธีการนำเหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตาเพื่อรักษาโรคทางสายตาให้ประชาชนทั่วไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบถึงสถานที่ที่ทำการเปิดรักษารักษาและพบว่ามีการรักษาโรคด้วยวิธีการดังกล่าวจริง กระทั่งเจ้าหน้าที่ร่วมเข้าตรวจสอบ สถานที่ที่ใช้ทำการรักษา พบนาย ป. (นามสมมุติ) อายุ 72 ปี อยู่ระหว่างให้บริการรับที่รักษาโรคตากับประชาชน โดยใช้วิธีการนำเหล็กในผึ้งสะกิดที่บริเวณเปลือกตาทั้งสองข้าง และพบผู้เข้ารับการรักษาหลายรายที่รอรับการรักษา จากการตรวจสอบพบว่า นาย ป. ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทยแต่อย่างใด โดยนาย ป. เคยเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ผึ้ง จ.ชุมพร จึงได้เริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับผึ้งเรื่อยมา จนพบว่าเหล็กในของผึ้งช่วยรักษาอาการตาพร่า ตามัว จึงมาเปิดให้บริการบำบัดโดยมีประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้สูงอายุมาให้ทำการบำบัด จะมาทำเป็นช่วงๆไม่ได้รับทำทุกวัน เปิดให้การรักษามาแล้วประมาณหนึ่งปีเศษ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุมนาย ป. พร้อมตรวจยึดของกลางซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ในการรักษา เช่น แอลกอฮอล์ สำลี กระดาษทิชชู่ ที่คีบเหล็กใน รายชื่อผู้รับบริการฯ นำส่ง พงส.กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี
>> ไฟไหม้บ้านทาวน์เฮ้าส์ ซอยรามอินทรา 5 เสียหายวอดทั้งชั้น
14.19 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรามอินทรา 5 แยก 3-10 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
ลักกษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ปลูกติดกัน ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้ชั้นบนเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 40 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน
>> เครื่องบดดูดถุงมือ ดึงมือหญิงวัย 66 ปี นิ้วขาด เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาล
15.25 น. สมาคมกู้ภัยต้นธงชัยลำปาง ได้รับแจ้งว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเครื่องบด ภายในโรงงานผลิตแคบหมูแห่งหนึ่ง ในตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลออกตรวจสอบทันที
ที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 66 ปี นั่งอยู่ข้างเครื่องบดหนังหมู ยังมีสติรู้สึกตัวดี แต่มีบาดแผลรุนแรงที่มือซ้าย เลือดไหลจำนวนมาก และพบนิ้วมือบางส่วนขาด เนื้อหนังฉีกขาดอย่างหนัก สร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ
ตรวจสอบบริเวณด้านหลังเครื่องบด เจ้าหน้าที่ยังพบชิ้นส่วนนิ้วมือของผู้ได้รับบาดเจ็บตกอยู่ใกล้กับกองหนังหมูที่เตรียมไว้สำหรับการผลิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งให้การปฐมพยาบาล ห้ามเลือดเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลลำปางอย่างเร่งด่วน
จากการสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น ทราบว่า ขณะกำลังนำหนังหมูใส่เครื่องบดเพื่อผลิตแคบหมู จู่ ๆ ถุงมือที่สวมใส่ถูกเครื่องบดดึงเข้าไป ทำให้มือถูกดึงตามเข้าไปในเครื่องอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถดึงออกได้ทัน จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ก่อนจะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ใกล้เคียง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเครื่องจักร โดยเฉพาะเครื่องบดที่มีแรงดึงสูง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น
>> DSI – ปปง. เปิดปฏิบัติการ "Operation Gameflow" บุก 10 จุดทลายเว็บพนันพันล้าน โยงนักการเมืองดัง
15.33 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดปฏิบัติการ “Operation Gameflow” เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุด ใน 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมจับกุมแอดมินเว็บพนันได้ 1 ราย และตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการ รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนมและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่ารวมหลายสิบล้านบาท โดยพยานหลักฐานบางส่วนเชื่อมโยงถึงนักการเมืองชื่อดัง
ดีเอสไอเผย จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบเงินกว่า 39 ล้านบาทเชื่อมโยงนักการเมืองรายหนึ่ง ก่อนขยายผลพบการทำธุรกรรมในเครือข่ายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 25 ราย และออกหมายเรียกนักการเมืองคนดังให้เข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 12 มี.ค. ขณะที่ ปปง. ระบุว่าได้อายัดทรัพย์เครือข่ายนี้ไปแล้วกว่า 168 ล้านบาท และเตรียมขยายผลยึดทรัพย์เพิ่มเติมตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป
>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนซอยประชาอุทิศ 84 เพลิงลุกลามเสียหายวอด 3 และเสียหายบางส่วนอีก 3 หลัง บาดเจ็บ 1 รายนำส่ง รพ.
15.54 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนหมู่ 5 ทุ่งครุ ซอยประชาอุทิศ 84 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ปลูกติดกันจำนวนหลายหลัง ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บ้านเลขที่ 109 เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงและบ้านข้างเคียงเสียหายหมดทั้งหลังจำนวน 3 หลังคาเรือน และเสียหายบางส่วนจำนวน 3 หลังคาเรือน ทำให้มีบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบรวม 6 หลังคาเรือน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 76 ปี ถูกไฟลวกที่บริเวณใบหน้าและใต้คาง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลไอเอ็มเอชธนบุรี พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ
>> ไฟไหม้โรงงานผลิตทินเนอร์ และน้ำมันสน อ.บ้านโพธิ์ จ. ฉะเชิงเทรา จนท.เร่งควบคุมเพลิง
16.53 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตสี ถ.เทพราชสาย 2 ต.เทพราช อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา กลุ่มควันและแสงเพลิงหนาแน่น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้
ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นโกดังขนาดใหญ่ ประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตทินเนอร์ และน้ำมันสน เพลิงลุกไหม้อยู่บริเวณโซนด้านหลังของตัวโรงงาน แล้วลุกลามมาด้านหน้า ขณะนี้ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็นสารเคมีประเภททินเนอร์จำนวนมาก มีการปะทุและระเบิดเป็นระยะ ระหว่างรอน้ำยาโฟม จำนวนมากสนับสนุนในที่เกิดเหตุ คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง ล่าสุดขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
>> รองนายกฯ “พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบก. ติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง กำหนดแนวทางรับมือผลกระทบต่อไทย
17.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 1/2569 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และพิจารณามาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่างๆ
รองนายกฯ พิพัฒน์ ระบุว่า นายกฯ มีคำสั่งจัดตั้ง ศบก. เพื่อทำหน้าที่ติดตาม ประเมินสถานการณ์ และกำหนดแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมทั้งดำเนินการด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ
ที่ประชุมมอบหมายให้ ก.ต่างประเทศ แถลงภาพรวมสถานการณ์และความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมชี้แจงสถานการณ์ราคาพลังงาน การดูแลความปลอดภัยของคนไทยในต่างประเทศ ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ก.พลังงาน เน้นย้ำว่า สถานการณ์พลังงานของไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยรัฐบาลได้กระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น ๆ พร้อมทั้งมีมาตรการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม และระงับการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกต่อสถานการณ์
>> รองนายกฯ สุชาติ มอบ คพ. ติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้โรงงานเคมี จ.ฉะเชิงเทรา
20.54 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามเหตุการณ์ไฟไหม้สถานประกอบการ ประเภทกิจการผลิตทินเนอร์ แล็คเกอร์ และสีพ่น, สารเคมีหลัก และกลุ่มสารระเหยง่าย
สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (สคพ.13) คพ.ได้ประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา ทราบข้อมูลเบื้องต้น เกิดเหตุเมื่อเวลา 16.30 น. สถานที่เกิดเหตุ มีทินเนอร์สะสมในพื้นที่ประมาณ 30,000 ลิตร ทำให้เพลิงลุกไหม้รุนแรง เกิดกลุ่มควันสีดำเข้มข้นหนาแน่นจากการเผาไหม้ ส่วนทิศทางลม มีกระแสลมพัดไปทางอำเภอบางปะกง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
สคพ.13 ได้ให้ข้อแนะ ทสจ.ฉะเชิงเทรา แจ้งให้หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งอพยพประชาชนที่อยู่ใต้ลม และบริเวณใกล้เคียงออกจากพื้นที่ทันที โดยให้คำแนะนำประชาชนในเขต อ.บ้านโพธิ์ และ อ.บางปะกง และพื้นที่ใกล้เคียง ควรปิดประตูหน้าต่างมิดชิด สวมหน้ากากป้องกันสารเคมี (ถ้ามี) และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกลุ่มควัน
การควบคุมเพลิง ปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการควบคุมเพลิง แต่มีอุปสรรคจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ปฏิบัติงาน
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต บริเวณต่างระดับบางคูเวียง จ.นนทบุรี
02.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิต บริเวณทางต่างระดับบางคูเวียง ช่วงถนนกาญจนาภิเษก - ถนนนครอินทร์ ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ รอยัล สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะพลิกคว่ำอยู่ที่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อต่อมา นายนที อายุ 43 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี เสียชีวิตกลางถนนสายปทุมธานี - ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
เวลา 03.55 น. วันที่ 7 มีนาคม 2569 รับแจ้งจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิต ถนนปทุมธานี - ลาดหลุมแก้ว เยื้องวัดบัวแก้วเกษร ในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ สภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุดแก้ว