วันที่ 5 มีนาคม. 2569 เวลา 02:53 น.
รวบคาสถานีรถไฟ คอมมานโดจับหนุ่มวัย 56 เปิดบัญชีม้า อ้างเพื่อนหลอกไปใช้ขายกระเป๋า สุดท้ายทำเหยื่อสูญเงินกว่า 2 แสน
วันที่ 4 มีนาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าจับกุม นายพอ (นามสมมุติ) อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดลำพูน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในข้อหา "สนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดบัญชีม้า" โดยจับกุมได้บริเวณสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร
สืบเนื่องมาจากช่วงปลายปี 2566 มีผู้เสียหายหลงเชื่อโฆษณาบนเฟซบุ๊กที่ชักชวนให้ร่วมลงทุนในลักษณะ "โปรโมทสินค้าเพื่อรับค่าคอมมิชชั่น" โดยคนร้ายใช้อุบายให้ผู้เสียหายโอนเงินสำรองค่าสินค้าก่อน แล้วจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมกำไร ในช่วงแรกผู้เสียหายหลงเชื่อเนื่องจากเห็นผลตอบแทนดี จึงโอนเงินไปรวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหาย 222,354 บาท แต่ภายหลังกลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และถูกหว่านล้อมให้โอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ จนรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพอ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการฉ้อโกง โดยอ้างว่าตนเองทำงานรับจ้างรายวันอยู่ที่ภาคเหนือ และได้มีเพื่อนร่วมงานมาขอให้ช่วยไปเปิดบัญชีธนาคารให้ "เพื่อนบอกว่าจะเอาไปใช้รับเงินจากการขายกระเป๋ามือสอง ผมก็เชื่อใจเปิดให้โดยไม่ได้ค่าตอบแทนแม้แต่น้อย ไม่คิดเลยว่าจะถูกนำไปใช้หลอกคนอื่นจนมีหมายจับติดตัวแบบนี้" นายพอ กล่าว
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำบันทึกจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า การเปิดบัญชีม้าหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้จะอ้างว่าถูกหลอกหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ตาม