วันที่ 2 มีนาคม. 2569 เวลา 14:59 น.
สมช. ประเมิน "ยืดเยื้อ" เหตุความขัดแย้งตะวันออกกลาง เตรียมแผนอพยพคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับ พร้อมคุมเข้มความมั่นคงในประเทศ จับตาบุคคลเข้าออกและจุดเสี่ยงทั่วประเทศ โดยเฉพาะประเทศคู่ขัดแย้ง
วันนี้ (2 มี.ค.69) เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ เพื่อประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่กระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก และต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาทางการทูต บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ
ส่วนในอิหร่าน มีคนไทยกว่า 200 คน ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตได้ติดต่อกับชุมชนไทยอย่างใกล้ชิด มีผู้แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับประมาณ 20 คน การเดินทางต้องใช้เส้นทางบกโดยรถยนต์ไปยังชายแดนตุรกี เนื่องจากน่านฟ้าอิหร่านปิด ระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร และมีด่านตรวจหลายจุด จึงต้องประสานทางการอิหร่านเพื่ออำนวยความสะดวก โดยย้ำว่า จะดำเนินการโดยทันทีเมื่อประสานงานเรียบร้อย และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ หากมีจำนวนเพิ่มขึ้น รัฐบาลพร้อมพิจารณาส่งเครื่องบินไปรับ โดยประสานกับกองทัพอากาศ
ขณะเดียวกันในอิสราเอล มีคนไทยประมาณ 65,000 คน ขณะนี้ยังไม่มีผู้แสดงความประสงค์เดินทางกลับ โดยสถานเอกอัครราชทูตติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้รับรายงานว่าทางการอิสราเอลดูแลความปลอดภัยแรงงานไทยอย่างดี
“ส่วนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะอาบูดาบีและดูไบ มีคนไทยจำนวนมาก และมีผู้แสดงความกังวลอยากเดินทางกลับกว่า 1,000 คน ขณะนี้ยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ หากประสงค์เดินทางกลับสามารถใช้เส้นทางผ่านโอมาน ซึ่งยังเปิดอยู่ รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและกระบวนการเข้าเมือง” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี เช่น บาห์เรน กาตาร์ และคูเวต รัฐบาลไทยก็ประสานงานอย่างใกล้ชิด โดยในบาห์เรนมีคนไทยประมาณ 6,500 คน พร้อมอำนวยความสะดวกให้เดินทางไปยังเมืองที่ใกล้และปลอดภัยที่สุดผ่านเที่ยวบินพาณิชย์
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมประเมินว่าสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ เนื่องจากฝ่ายสหรัฐและอิสราเอลอาจมีเป้าหมายมากกว่าการจัดการภัยนิวเคลียร์ ขณะที่ฝ่ายอิหร่านยังคงมุ่งตอบโต้ไปยังหลายประเทศ โดยเฉพาะฐานทัพสหรัฐฯ จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งการดูแลคนไทยในต่างประเทศ และมาตรการภายในประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศในพื้นที่ความขัดแย้ง เว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง พร้อมเปิดศูนย์ให้ข้อมูลแก่ญาติพี่น้องของคนไทยในพื้นที่
ด้านนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ยังติดตามบุคคลที่เข้า-ออกประเทศไทย ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องที่นำมาซึ่งความไม่สงบเรียบร้อย เราก็มีมาตรการติดตามเพิ่มเติมด้วย โดยที่ประชุมยังเห็นว่า บางครั้งสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ มีการบิดเบือน สร้างความแตกแยก ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายต่าง ๆ เราก็จะมีการติดตามตรวจสอบ ดูให้ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งก็เป็นอีกมาตรการหนึ่ง