หน้าแรก > ต่างประเทศ

ผู้นำทั่วโลกแสดงความกังวล หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน วอนกลับสู่โต๊ะเจรจา

วันที่ 1 มีนาคม. 2569 เวลา 18:30 น.


ปักกิ่ง, 1 มี.ค. ซินหัว รายงาน — ผู้นำหลายประเทศทั่วโลกแสดงความกังวลหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) และอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายของอิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค มีรายงานผู้เสียชีวิตและปิดน่านฟ้าในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลาง การทวีความรุนแรงของสถานการณ์อย่างรวดเร็วนี้กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาจากนานาชาติทันที และก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในวงกว้างระดับภูมิภาค และเสียงเรียกร้องให้กลับสู่การเจรจาด้วยการทูตโดยทันที

กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประณามการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นการรุกรานด้วยอาวุธต่อรัฐสมาชิกสหประชาชาติ ที่เป็นอธิปไตย โดยเป็นการกระทำที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า และไร้เหตุผล ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้กลับไปใช้วิธีทางการเมืองและการทูตเพื่อแก้ไขความตึงเครียดในภูมิภาคโดยทันที

ผู้นำของสหภาพยุโรป (EU) ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน และยืนยันอีกครั้งถึงพันธสัญญาในการปกป้องความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด ปกป้องพลเรือน และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่

ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักรชี้แจงร่วมกันว่าพวกตนไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีอิหร่าน และเรียกร้องให้มีการกลับมาเจรจาอีกครั้ง รัฐบาลหลายประเทศในยุโรปได้แสดงความเห็นเพิ่มเติม พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของอิสราเอลในการปฏิบัติการดังกล่าว ด้านนอร์เวย์ตั้งข้อสงสัยในความชอบธรรมของสิ่งที่อิสราเอลเรียกว่า “การโจมตีแบบชิงลงมือก่อน” โดยเน้นย้ำว่าการโจมตีดังกล่าวจำเป็นต้องมี “ภัยคุกคามที่จวนตัวอย่างยิ่งยวด” มารองรับ

เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า สเปนปฏิเสธปฏิบัติการกระทำทางทหารเพียงฝ่ายเดียวที่สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ดำเนินการ โดยเตือนว่าเป็นการทวีความขัดแย้งให้รุนแรงยิ่งขึ้นและส่งผลให้ระเบียบระหว่างประเทศเกิดความไม่แน่นอนและความเป็นปรปักษ์มากขึ้น

รัฐบาลทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางต่างแสดงความกังวลว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้อาจลุกลามกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น โอมาน ซึ่งเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเมื่อไม่นานนี้ แสดงความผิดหวังที่การเจรจาถูกทำลายลง และเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที

ด้านอียิปต์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เตือนว่าความตึงเครียดที่รุนแรงขึ้นนี้ อาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่กว้างขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงและเสถียรภาพทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ด้านสันนิบาตอาหรับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันลดความตึงเครียดโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ภูมิภาคต้องเผชิญกับภัยร้ายของความไม่มั่นคงและความรุนแรง ตลอดจนกลับสู่การเจรจา

รัฐบาลบราซิลเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างถึงที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการขยายความขัดแย้ง ปกป้องพลเรือน และสาธารณูปโภคของพลเรือน

ปากีสถานแสดงความเสียใจต่อการเจรจาที่ล้มเหลวและการปะทะกันในตะวันออกกลาง พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับมาใช้การทูตและหาทางออกอย่างสันติและด้วยการเจรจา

เมื่อวันเสาร์ มาห์มูด อาลี ยูซูฟ ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพแอฟริกา แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการยกระดับความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลาง เขาเรียกร้องให้มีการยับยั้งชั่งใจ ลดความตึงเครียดโดยเร็ว และเจรจาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตือนว่าการยกระดับความขัดแย้งต่อไปอาจทำให้ความไม่มั่นคงทั่วโลกเลวร้ายลง ขณะที่เซเนกัลและแกมเบียเรียกร้องให้หยุดยิงโดยทันที และแก้ไขวิกฤตผ่านการเจรจาและการทูตตามกฎหมายระหว่างประเทศ

เมื่อวันเสาร์ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ประณามการยกระดับความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลาง โดยกล่าวว่าการใช้กำลังของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน และการตอบโต้ของอิหร่านในตะวันออกกลาง บ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมสนับสนุนให้ทุกฝ่ายกลับสู่การเจรจาโดยทันที

ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้จัดการประชุมฉุกเฉินเมื่อบ่ายวันเสาร์ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานการลงมติหรือมาตรการผูกพันใดๆ ในทันที

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม