วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13:03 น.
คมนาคม – รฟม. – BEM ผนึกความร่วมมือยกระดับการชำระค่าโดยสารบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อมอบความสะดวกสบายในทุกการเดินทางแบบไร้รอยต่อ
ไปวันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) และ นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าว “การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV ” บัตรใบเดียวที่ตอบโจทย์ได้ครบครัน ทั้งด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสากลและด้านความสะดวกสบาย ให้ผู้ถือบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ใช้เดินทางได้ในระบบรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รถไฟฟ้า M RT ทั้ง 4 สาย ในการกำกับของ รฟม. ได้ทันที พร้อมกันนี้ ทาง BEM บริษัท ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ยังเดินหน้าขานรับนโยบายตั๋วร่วมของภาครัฐ ตั้งเป้าหมายยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) ที่สามารถรองรับรูปแบบการชำระเงินประเภท Open-Loop System ด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อร่วมส่งเสริมและจูงใจผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเลือกถือบัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพียงใบเดียวในการเดินทางแบบไร้รอยต่อ
โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) ดร.พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และ นายพิษณุ โหระกุล กรรมการ รฟม. เข้าร่วมงาน ณ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม มีความพยายามในการผลักดัน “นโยบายตั๋วร่วม” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้านความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารและด้านการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเราประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปิดทางให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ หรือก็คือ ในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ฯลฯ ลดความยุ่งยากและความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสาร โดยการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต่างๆ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโครงการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน โดยเราตั้งใจที่จะผลักดันให้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของระบบตั๋วร่วม และเรายังต้องการความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการถือบัตรโดยสารมาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดด้วย จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้
ในวันนี้ กระทรวงคมนาคม รฟม. และ BEM จึงร่วมกันที่จะสื่อสารกับประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน (บัตร MRT/MRT Plus) ในการชำระค่าโดยสารอยู่ในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไปจนถึงสิ้นปีนี้ ท่านสามารถนำบัตรโดยสารแบบเติมเงินใบเดิมของท่านไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ทุกสถานี เพื่อขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) และหากต้องการทำบัตรแมงมุม EMV สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อรับสิทธิ์ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตร หรือ หากท่านมีบัตรเครดิต/เดบิตใดๆ ที่เป็น EMV Contactless อยู่แล้ว ต่อไปท่านสามารถใช้บัตรนั้นๆ แตะเข้าระบบรถไฟฟ้า MRT ได้เลยทุกสาย ทั้งสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู แต่สำหรับท่านที่ยังไม่ประสงค์เปลี่ยนไปใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless โดยทันที เราตั้งกรอบเวลาไว้คือ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตร MRT/MRT Plus ทุกช่องทาง โดยผู้ถือบัตรยังสามารถใช้มูลค่าเดินทางคงเหลือในบัตรได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 และเมื่อเข้าสู่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสารแบบเติมเงินทุกสถานี เป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเดินทางแบบไร้รอยต่อกับ MRT ด้วย EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ”
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า “ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม รฟม. ย่อมมีบทบาทและหน้าที่ในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่รูปธรรม โดยเฉพาะ “นโยบายตั๋วร่วม” ซึ่งเป็นนโยบายที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงและเป็นความคาดหวังของภาคประชาชนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในการเดินทางมาโดยตลอด ซึ่งในปัจจุบัน รฟม. ได้ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ระบบรถไฟฟ้า MRT ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. ทั้ง 4 สายทางที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง และสายสีชมพู ให้สามารถรองรับการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless ได้ในทุกเส้นทาง โดยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless นี้เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและ มีความปลอดภัยสูง ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย มีผลิตภัณฑ์บัตรให้เลือกได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิตของธนาคารต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ซึ่งผู้ใช้บริการหลายๆ คนมีอยู่แล้ว หรือกรณีที่ผู้ใช้บริการต้องการแยกบัตรโดยสารรถไฟฟ้าออกจากบัตรอื่นๆ ก็สามารถเลือกใช้บัตรแมงมุม EMV ของ รฟม. ได้
ทั้งนี้ จากจุดตั้งต้นในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน รฟม. ได้ติดตามประเมินข้อมูลสถิติ พบว่า ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT มีความเชื่อมั่นและเลือกใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมาก รฟม. จึงหารือร่วมกับ BEM ที่จะเดินหน้าตามแผนการยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) เพื่อรองรับบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป”
นายอนวัช สุวรรณฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ BEM ในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง กล่าวว่า “ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมยกระดับการเดินทาง เข้าสู่การชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment) ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา BEM ได้เดินหน้าพัฒนาระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับ EMV Contactless ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน และมีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐานสากล เช่นเดียวกับหัวเมืองใหญ่ทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง จะใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน MRT และ MRT Plus ได้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะเปลี่ยนเป็นการใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless ต่างๆ อาทิ บัตรแมงมุม EMV บัตรเครดิต EMV บัตรเดบิต EMV ฯลฯ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทางของคนเมือง (Connectivity Hub) พร้อมให้การสนับสนุนระบบตั๋วร่วมของภาครัฐในอนาคต”
นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหารสายงาน Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการยกระดับการชำระค่าโดยสารด้วยมาตรฐาน EMV Contactless และต่อยอดสู่ระบบการเดินทางแบบไร้รอยต่อ ที่เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมกับระบบการเงินดิจิทัลอย่างครบวงจร โดยธนาคารกรุงไทยในฐานะผู้ออกบัตร Mangmoom EMV และผู้สนับสนุนระบบรับชำระเงิน ได้นำมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลมาใช้ผ่านระบบรหัสธุรกรรมแบบใช้ครั้งเดียว (Dynamic Code) เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการในทุกการเดินทาง ทั้งด้านความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้ บัตร Mangmoom EMV เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบตั๋วร่วม รองรับการเดินทางข้ามสาย ครอบคลุมรถไฟฟ้า 6 สาย ได้แก่ สายสีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู สีเหลือง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ พร้อมขยายการให้บริการชำระค่าโดยสารไปยังระบบขนส่งมวลชนสาธารณะประเภทอื่นๆ ได้อย่างครบวงจร สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ธนาคารที่ให้ความสำคัญในการพัฒนา Mass Transit Ecosystem มุ่งเชื่อมโยงการขนส่งกับบริการทางการเงินอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ต่อยอดสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน”
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการเปลี่ยนบัตรโดยสารระบบเดิม เป็นบัตร EMV Contactless เพื่อใช้เดินทางและชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง เป็นดังนี้
วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นห้องออกบัตรโดยสาร และช่องทางเติมเงินอัตโนมัติแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ทรูมันนี่ กรุงไทยเน็กซ์ และช้อปปี้
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT/MRT Plus ในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรดังกล่าวแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้ ซึ่ง BEM จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในการขอเปลี่ยนเป็นบัตรแมงมุม EMV โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตร ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 แต่ยังสามารถทำการขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
พร้อมกันนี้ รฟม. และ BEM ขอแนะนำแนวทางการดำเนินการของผู้ใช้บริการที่จะช่วยลดขั้นตอนการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ชีวิตประจำวันของทุกคนสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ได้แก่
สะดวกด้วยบัตรเครดิต Visa และ Mastercard ของทุกธนาคารที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless โดยไม่ต้องเปิดบัตรใหม่ ซึ่งสามารถใช้เดินทางได้ทันที นอกจากนี้ยังมี บัตรเดบิตของธนาคาร ยูโอบี ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บัตรยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) ได้แก่ บัตรเครดิต อิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเงินด่วน เอ็กเพรส แคช ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ และ บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์ บัตรพรีเพด ของ BigPay, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงเทพ
สะดวกสำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ส่วนลดเหมือนเดิม ด้วยการเปลี่ยนบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus เป็นบัตรแมงมุม EMV (Mangmoom EMV Card) บัตรเดียวที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางข้ามระบบระหว่าง MRT สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง ตลอดจนระบบขนส่งอื่นๆ ได้ในอนาคต ผู้โดยสารสามารถขอเปลี่ยนจากบัตร MRT/MRT Plus เป็น บัตรแมงมุม EMV ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง โดย รฟม. ยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตรแมงมุม EMV ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2569 เพียงแสดงบัตร MRT/MRT Plus พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน พนักงานจะออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ให้
ทั้งนี้ ผู้โดยสารต้องชำระเงินเพิ่มเพื่อใช้เป็นมูลค่าเดินทางเริ่มต้น 100 บาท สำหรับเงินคงเหลือจากบัตรใบเดิมผู้โดยสารจะได้รับคืนเป็นเงินสด ทั้งนี้ จำกัดสิทธิ์ 1 คนต่อบัตรแมงมุม EMV 1 ใบ เท่านั้น และหลังจากได้รับบัตรแล้วขอให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้บัตรได้ activate กับประตูอัตโนมัติ (AFC Gate) ก่อน แล้วจึงลงทะเบียนใน https://www.mangmoomemv.com/
สะดวกสำหรับผู้ใช้บริการที่จอดรถ (Park & Ride) ของ รฟม. ไม่ต้องกังวลกับการพกบัตรจอดรถและบัตรโดยสารรถไฟฟ้าหลายใบอีกต่อไป โดยเดินทางเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า MRT ด้วยระบบ Smart Parking เพียง 4 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
กดรับ QR-Code Slip หรือ Scan QR-Code บนแอปพลิเคชัน MRTA Parking ที่ตู้ Kiosk บริเวณทางเข้า ทำรายการบันทึกส่วนลดที่ตู้ E-Stamp ที่ติดตั้งภายในสถานีรถไฟฟ้าที่บริเวณ Paid Area สำหรับผู้ที่โดยสารรถไฟฟ้า
ทำการชำระค่าบริการจอดรถที่ตู้ชำระเงิน (Payment Kiosk) ที่อาคารและลานจอดรถ หรือชำระผ่านแอปพลิเคชันธนาคารด้วย QR Payment นำรถออกจากอาคารและลานจอดรถ โดยไม้กั้นจะเปิดอัตโนมัติ ในกรณีไม้กั้นไม่เปิด ให้ใช้ QR-Code สแกนที่ตู้ทางออก
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการเดินทางของผู้ใช้บริการให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม มุ่งหวังให้การเดินทางในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องง่ายที่เพียงแค่แตะก็สามารถเดินทางทั้งเมืองได้อย่างสะดวกสบาย และขอขอบคุณทุกความไว้วางใจที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาตลอด BEM จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการเพื่อส่งมอบความปลอดภัยและความสะดวก รวดเร็ว ในการเดินทางของผู้ใช้บริการ
สำหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ที่มีข้อสงสัยหรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูล โทร. 0 2624 5200 หรือติดตามทางช่องทางต่าง ๆ ได้ที่ Facebook (เฟซบุ๊ก) และ X (เอ็กซ์): BEM Bangkok Expressway and Metro และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร รฟม. เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทรศัพท์ 0 2716 4044 “รฟม. เป็นองค์กรชั้นนําในการขับเคลื่อนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน”














