หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

>> รถกระบะเฉี่ยวชนกับรถสามล้อเครื่อง แล้วเสียหลักชนกับรกระบะอีกคัน กลางถนนหมายเลข 201 มีผู้บาดเจ็บ 3 และเสียชีวิต 1 ราย จ.ชัยภูมิ

07.15 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอภูเขียว รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุ รถกระบะเฉี่ยวชนกับรถสามล้อเครื่อง แล้วข้ามเลนไปชนกับรถกระบะอีกคัน มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ถนนหมายเลข 201 ฝั่งขาเข้าอำเภอแก้งคร้อ ก่อนถึงทางลาดขึ้นอุโมงค์ บ้านหนองกุงเก่า ในพื้นที่ หมู่ที่ 14 ตำบลกวางโจน อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะคันแรก เป็นยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร บรรทุกอาหารทะเล มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในจำนวน 2 ราย รายแรก เป็นชายไทย อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรู้สึกตัวดี รถกู้ชีพเทศบาลตำบลธาตุทองนำส่ง รพ.ภูเขียว รายที่สอง เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บมีอาการหมดสติปลุกไม่ตื่น รถพยาบาลโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรตินำส่ง รพ.ภูเขียว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รถยนต์กระบะคันที่สอง ยี่ห้ออีซูซุ สีม่วง หมายเลขทะเบียน ขอนแก่น มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในจำนวน 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 32 ปี เป็นชาวอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ได้รับบาดเจ็บมีอาการปวดบริเวณสะโพกแผลถลอกตามร่างกาย รถกู้ชีพ อบต.กวางโจนนำส่ง รพ.ภูเขียว

และ รถสามล้อเครื่อง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีผู้ได้บาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 72 ปี เป็นชาวอำเภอภูเขียว ได้รับบาดเจ็บมีอาการหมดสติปลุกตื่นขาขวาผิดรูป รถกู้ชีพอบต.กวางโจน นำส่ง รพ.ภูเขียว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเขียว


>> ชายแดนระอุ กัมพูชายิงเครื่องยิงลูกระเบิด ตกบริเวณพลาญหินแปดก้อน ไทยตอบโต้ตามกฎการปะทะ ชี้ทหารกัมพูชาขาดวินัย

08.50 น. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า ขณะกำลังพลฝ่ายไทยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามปกติ บริเวณพลาญหินแปดก้อน จังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี ได้เกิดเหตุฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด 40 มม. ยิงเข้ามายังพื้นที่ใกล้กับจุดลาดตระเวนของฝ่ายไทย จำนวน 1 นัด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลให้กำลังพลฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ภายหลังเหตุการณ์ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตอบโต้ยิง M79 ไปยังทิศทางที่ยิงมาตามกฎการใช้กำลัง เพื่อเป็นการเตือนและป้องกันตนเองตามหลักการ และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของกำลังพลและพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งได้เพิ่มมาตรการเฝ้าติดตามสถานการณ์และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

โฆษกกองทัพบกย้ำว่า การกระทำดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชาขัดต่อข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ยึดถือภายหลังการลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าเหตุการณ์อาจเกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นกำลังพลใหม่และยังขาดความคุ้นเคยในระเบียบและการควบคุมบังคับบัญชา ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในการปฏิบัติในพื้นที่

ทั้งนี้ หน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน


>> รถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างก๋วยเตี๋ยว สาวลาวถูกอัดก๊อบปี้เสียชีวิตบาดเจ็บอีก 3 ราย

11.00 น. พ.ต.ท.ศิโรจน์ แนบเนียน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายก๋วยเตี๋ยว มีผู้เสียชีวิตและมีบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนเลียบคลองสอง ปากซอยบงกช 28 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมรถกู้ชีพ และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. สภาพหน้าพังยับเยิน ชนติดอยู่กับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างขายก๋วยเตี๋ยว ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน เพชรบูรณ์ สภาพพังเสียหายทั้งคัน

ตรวจสอบ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 34 ปี สัญชาติลาว ลักษณะถูกชนอัดติดกับรถเก๋ง และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย คือ ชายไทย อายุ 43 ปี (คนขับรถเก๋ง อาการสาหัส, แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว (ยังไม่ทราบชื่อ) และ เด็กหญิง อายุ 2 ขวบ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ 
จากการสอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งเดินทางมาเที่ยวหาตนเอง ก่อนเกิดเหตุได้ออกมายืนซื้อก๋วยเตี๋ยวที่รถพ่วงข้างซึ่งจอดขายอยู่ริมทางตามปกติ จู่ๆ รถเก๋งคันดังกล่าวก็พุ่งเข้าชนอย่างแรงจนเกิดเหตุดังกล่าว

ด้านพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และมอบร่างผู้เสียชีวิตให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งส่งชันสูตรที่นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมเตรียมสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> กองทัพภาค 1 ตั้งกรรมการสอบคดี "พลทหาร เพชรรัตน์" เสียชีวิต

11.10 น. กองทัพภาคที่ 1 ออกแถลงการณ์ กรณีการเสียชีวิตของ พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัด กรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี เมื่อ 10 พ.ย.2568 ผลจากการตรวจชันสูตรพลิกศพ พบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำหรือเลือดออกในสมอง

แพทย์ลงความเห็นถึงสาเหตุการเสียชีวิตเป็นภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน จากกล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติและอุดตัน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการตามปกติ มีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างครบถ้วน

แม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งการให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนจากส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมครอบคลุมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งหน่วยต้นสังกัดและญาติผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ได้ดำเนินการปรับย้าย ผู้บัญชาการเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 (ผบ.รจ.มทบ.12) ไปช่วยราชการ บก.มทบ.12 เป็นการชั่วคราวในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม

โดยกองทัพภาคที่ 1 ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของพลทหารเพชรรัตน์ฯ ขอยืนยันว่ากองทัพภาคที่ ไม่มีนโยบายสนับสนุนหรือปกป้องการกระทำผิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กำชับให้ทุกกระบวนการสอบสวนโปร่งใส และตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นจะเรียนให้ทราบต่อไป


>> ศาลแพ่งยกคำร้องฟอกเงิน “ทนายตั้ม” ชี้คดีอาญา 71 ล้านยังเดินหน้า นัดสืบพยาน 3 มี.ค.

11.25 น. นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน พร้อมนายคมสัน โพธิ์คง ร่วมแถลงภายหลัง ศาลแพ่ง มีคำสั่งยกคำร้องคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ “ทนายตั้ม” ซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยระบุว่าแม้ศาลแพ่งยกคำร้อง แต่ไม่กระทบต่อคดีอาญาหลักที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และมีกำหนดสืบพยานปากแรกวันที่ 3 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ อัยการยังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อ และยังไม่มีคำสั่งคืนทรัพย์

สำหรับคดีอาญาหลักเกี่ยวข้องกับเงิน 71 ล้านบาท ในข้อหาหลอกลวงลงทุน นำเงินไปใช้โดยมิชอบ และความผิดตามกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมีความคืบหน้าบางส่วนกรณีผู้เกี่ยวข้องถอนเงิน 39 ล้านบาท ซึ่งแยกคดีและคืนเงินแล้ว 19 ล้านบาท ขณะที่ประเด็นใบเสร็จซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์วงเงิน 12.9 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน ด้านเงื่อนไขประกันตัว ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์เสี่ยงหลบหนีหรือยุ่งเหยิงพยานหลักฐานเป็นสำคัญ โดยทุกฝ่ายยืนยันเคารพกระบวนการยุติธรรมและเดินหน้าต่อสู้คดีตามขั้นตอนกฎหมาย


>> หนุ่มแคนาดา ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งชนกับกระบะ เสียชีวิตกลางถนนสาย เถิน - ทุ่งเสลี่ยม จ.ลำปาง

12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงมอก รับแจ้งเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิด บริเวณโค้งบ้านกุ่มเนิ้ง ถนนสายเถิน–ทุ่งเสลี่ยม ตำบลแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง จึงประสานร้อยเวร แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน จังหวัดลำปาง สภาพด้านหน้ารถพบร่องรอยเฉี่ยวชนอย่างชัดเจน กันชนหน้าหลุดเสียหาย ห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า MT15 สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ล้มอยู่ข้างทางในสภาพพังเสียหาย โดยใกล้เคียงพบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายอยู่กลางถนน ทราบชื่อภายหลังคือ ชายสัญชาติแคนาดา อายุ 29 ปี

เบื้องต้นจากการตรวจสอบ จุดดังกล่าวเป็นทางโค้งลักษณะตัวเอส สลับขึ้นลงเขาตลอดเส้นทาง คาดว่ารถจักรยานยนต์อาจหลุดโค้งและพุ่งชนกับรถยนต์กระบะที่ขับสวนทางมา เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งติดตามประสานญาติผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

12.40 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีทั้งผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนทางหลวงหมายเลข 3208 ในพื้นที่ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ราชบุรี ลักษณะชนกับ รถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า วีออส สีขาว ป้ายทะเบียน เพชรบุรี ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชายและผู้หญิง และมีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย อาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมบึง


>> ตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว นักเรียนนักเลงเมืองกรุงเก่า ไล่ตีกันกลางถนน ผู้ปกครองเตรียมโดนด้วย

13.24 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเหตุการณ์นักเรียน 2 กลุ่ม สวมเครื่องแบบก่อเหตุยกพวกทะเลาะวิวาทไล่ฟันกันบริเวณถนนโรจนะ สายอยุธยา-วังน้อย ก่อนที่อีกฝ่ายจะขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนกลุ่มคู่กรณี แต่พลาดรถล้ม ทำให้คนขี่สลบคาที่

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.วังน้อย สอบปากคำนักเรียนอายุ 16 ปี ที่ขี่รถชนนักเรียนอีกกลุ่ม จนตัวเองสลบ โดยนักเรียนคนดังกล่าวเล่าว่า ตนเรียน กศน. ก่อนเกิดเหตุกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพร้อมกลุ่มเพื่อน แต่ระหว่างทางกลุ่มนักเรียนคู่กรณีมาหาเรื่อง มีการขว้างระเบิดปิงปองใส่ ตนเห็นท่าไม่ดี เพราะเพื่อนในกลุ่มกำลังถูกรุม จึงตั้งใจขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนนักเรียนคู่กรณี แต่ปรากฏว่าตนเองทำรถล้มจนหมดสติ

เมื่อตำรวจแกะรอยตามเบาะแส ทำให้ทราบว่านักเรียนที่ก่อเหตุมีแค่ 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนหนึ่งมากัน 10 คน อีกโรงเรียนมากัน 13 คน จึงได้ประสานไปยังโรงเรียนและผู้ปกครองให้นำตัวเยาวชนเข้ามามอบตัว ก่อนแจ้งข้อหา “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร" พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุไว้ 8 คัน 
ทั้งนี้ พันตำรวจเอก สมเจตน์ แม้นบุตร ผู้กำกับการ สภ.วังน้อย เปิดเผยว่า การเอาผิดไม่ใช่แค่กับเด็ก แต่กำลังพิจารณาข้อกฎหมายเอาผิดผู้ปกครองตามพยานหลักฐานด้วย


>> นายกฯ ประชุม คกก. อำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระสังฆราช และงานเฉลิมพระเกียรติ พระชนมพรรษา 4 พระราชินี

14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการจัดงานฯ เพื่อเตรียมการจัดงาน ทั้งงานพระราชพิธี งานศาสนพิธี งานโครงการและกิจกรรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

จากนั้น นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 โดยเตรียมจัดโครงการและกิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติ อาทิ การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทําบุญตักบาตรถวายพระกุศล การจัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพุ่มดอกไม้ การจัดพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล การจัดนิทรรศการ เป็นต้น


>> "เตือนก่อนปรับ" ตำรวจโชว์ยอดตักเตือนวินัยจราจร เดือน ม.ค. เกือบ 1 แสนครั้ง

16.25 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลดำเนินงานมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" ในระยะเร่งด่วน ระหว่างวันที่ 27 ม.ค. - 4 ก.พ. 2569 โดยระบุว่าพบสถิติการตักเตือนผ่านระบบ PTM ไปแล้วเกือบ 100,000 ครั้ง (99,297 ครั้ง) โดยพบ 5 พฤติกรรมที่ทำผิดสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย47.3%, ไม่มีใบขับขี่ 16.8%, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 9.8%, ขับรถเร็ว7.0% และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้รถผิดประเภท บรรทุกสิ่งของไม่ปลอดภัย 4.6%

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้วางยุทธศาสตร์การทำงานจราจรเป็น 3 ระยะ โดยปัจจุบันอยู่ในช่วง "ระยะที่ 1" คือการมุ่งเน้นประชาสัมพันธ์และให้โอกาสประชาชนปรับตัว ก่อนจะสิ้นสุดมาตรการตักเตือนในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อเข้าสู่ "ระยะที่ 2" ที่จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลักที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. ยังกำชับหัวหน้าสถานีตำรวจทั่วประเทศให้เร่งจัดการ "ใบสั่งค้างชำระ" ที่ใกล้ขาดอายุความ โดยต้องจัดทำสำนวนคดีพินัยส่งอัยการให้ครบถ้วน พร้อมเร่งยกระดับมาตรฐานเจ้าหน้าที่จราจรผ่านการอบรม SOP และเดินหน้าเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด


>> นายกฯ สั่งติดตามสถานการณ์ปรับภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พร้อมประเมินผลกระทบส่งออกไทย

16.39 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึงสถานการณ์การปรับขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของ สหรัฐอเมริกา ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่ออกตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ โดยเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้มาตรการภาษีเดิมที่เคยประกาศเรียกเก็บจากหลายประเทศ รวมถึงไทยในอัตราร้อยละ 19 ถูกยกเลิก

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งใหม่ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ กำหนดจัดเก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตราร้อยละ 15 เป็นการชั่วคราว และมีผลใช้บังคับได้ไม่เกิน 150 วัน แม้อัตราภาษีดังกล่าวจะต่ำกว่าเดิม แต่หลายฝ่ายประเมินว่าอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก โดยเฉพาะภาคการส่งออกของประเทศคู่ค้า

รองโฆษกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้ นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประเมินผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เพื่อเตรียมมาตรการรองรับอย่างเหมาะสมและทันท่วงที


>> จับหนุ่มไนจีเรีย แอบซุกตัวคอนโดย่านนนทบุรี หวังหางานทำหลังไม่ต่อวีซ่านักศึกษา

17.00 น. เจ้าหน้าที่นำกำลังชุดปฏิบัติการงานสืบสวนปราบปราม ตม.จว.นนทบุรี และชุดปฏิบัติการ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (กก.สส.บก.ตม.3) ออกกวาดล้างตรวจสอบคนเข้าเมือง พบที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านสนามบินน้ำ ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบถรี มีชาวต่างชาติเข้าพักอาศัย เป็นชายสัญชาติไนจีเรีย อายุ 29 ปี จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า คนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด หรือ Overstay 104 วัน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้น พบชายคนดังกล่าว เดินอยู่ใต้อาคาร ไม่สวมเสื้อ จึงได้เข้าไปแสดงตัวและขอตรวจสอบ ซึ่งผู้ถูกจับกุมอ้างว่าเอกสารอยู่บนห้องพัก จึงได้พาเจ้าหน้าที่ขึ้นไปที่ห้องพักชั้น 5 หลังตรวจสอบพบว่าวีซ่าเพื่อการศึกษา เข้าประเทศมาเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 อนุญาตถึง 11 พฤศจิกายน 2568 ผู้ถูกจับกุมยอมรับว่าแอบหนีจาก จ.เชียงใหม่ อาพักที่คอนโดเพื่อนร่วมชาติ ที่ จ.นนทบุรี หวังจะหางานทำ

จากการสอบสวน เจ้าตัวยอมรับว่า ได้ขอวีซ่าเข้าเมืองเพื่อการศึกษาชั่วคราว ที่สถานศึกษาเอกชนใน จ.เชียงใหม่ จะทำงานและเรียนไปด้วย พอวีซ่าหมดอยากทำงาน จึงเดินทางมาแอบพักกับเพื่อนตั้งใจมาหางานทำ เพราะคิดว่าในกรุงเทพ หรือ จ.นนทบุรี จะหางานทำได้ง่ายกว่า

เบื้องต้นหลังนำตัวไปสอบสวนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.นนทบุรี ได้นำตัวส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดี ก่อนผลักดันออกนอกประเทศต่อไป


>> คลังอาวุธ ตชด.21 ระเบิด ที่จังหวัดสุรินทร์ ไฟลุกไหม้รุนแรง เสียงระเบิดเป็นระยะ

19.30 น. มีรายงานว่า เกิดเหตุคลังอาวุธ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จังหวัดสุรินทร์ ระเบิด โดยแรงระเบิดทำให้อาคารในพื้นที่ได้รับแรงสั่นสะเทือน และมีเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง

ล่าสุด กองทัพบกสนธิกำลังเร่งระงับเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน ตชด.21 จ.สุรินทร์ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ​ ​

กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 กรณีเกิดเหตุอัคคีภัยภายในคลังเก็บกระสุนของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) บริเวณถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ​กองทัพบกโดย มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) ได้จัดส่งกำลังพลชุดปฏิบัติการพร้อมรถน้ำดับเพลิงเข้าสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อเร่งควบคุมเพลิงและระงับเหตุในเบื้องต้นโดยด่วน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์เพื่อความปลอดภัย

สำหรับข้อสังเกตเรื่องการก่อวินาศกรรมนั้น พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและยังไม่ได้รับรายงานยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข้อมูลจากทางราชการเป็นหลัก และระมัดระวังการส่งต่อข่าวสารที่ไม่มีแหล่งที่มา เพื่อป้องกันการสร้างความตื่นตระหนกในสังคม​


>> ไฟไหม้รถกระบะ เสียหายวอดทั้งคัน ริมถนนเลียบทางรถไฟบางกรวย จ.นนทบุรี

20.15 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ เกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ถนนเลียบทางรถไฟบางกรวย ในพื้นที่ ต.บางกรวย อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ สีขาว ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ริมถนนข้างทาง และพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้รุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองบางกรวย สนับสนุนที่เกิดเหตุ ใช้น้ำฉีดดับเพลิงสงบ เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถใช้เชื้อเพลิงแก๊ส CNG/NGV 
ขณะเกิดเหตุ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย 
 

>> เพลิงไหม้ในโกดังเก็บเสื้อผ้า ซอยวัดลาดปลาดุก เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง

01.45 น. รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บเสื้อผ้า ภายในซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. บางบัวทอง พร้อมเจ้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองพิมลราช เทศบาลเมืองเสาธงหิน เทศบาลเมืองบางรักพัฒนา อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และอาสาสมัครหน่วยบรรเทาสาธารณะภัย เร่งเข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โกดังโรงงาน ภายในซอยวัดลาดปลาดุก ต.พิมลราข อยู่.บางบัวทอง

ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะโกดัง มีความกว้างประมาณ 12 x 25 เมตรเพลิงกำลังลุกไหม้เสื้อผ้ามือสองที่อยู่ใน โกดัง และติดกับโกดังมีลักษณะเป็นเพิงพักปลูกสร้างเองจำนวน 2 หลังเจ้าของห้องเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งของออกอย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบภายในโกดังพบว่าเป็นเสื้อผ้ามือสองทั้งหมด เจ้าหน้าที่นำรถน้ำกว่า 5 คันเร่งระดมใช้น้ำฉีดนานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้หลังเพลิงสงบพบว่าเสียหายหมดทั้งหลัง

ผู้พักอาศัยในเพิงพักใกล้จุดเกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ไฟฟ้าดับจึงไม่สามารถพักอาศัยอยู่ได้จึงจำเป็นต้องออกไปเช่าห้องรายวันนอน จนกระทั่งมีคนรู้จักโทรศัพท์มาหาแจ้งว่าโกดังเสื้อผ้าดังกล่าวนั้นไฟกำลังลุกไหม้จึงรีบกลับมา และพบว่ารถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนที่พักแห่งนี้ตนเองปลูกสร้างเองและขอใช้ไฟฟ้ากับโกดังดังกล่าวเท่านั้น

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุสอบถามข้อมูลกับผู้ที่อยู่ใกล้เคียงไว้ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนี้จะสอบถามพยานแวดล้อมเพิ่มเติมรวมถึง ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเหตุอีกครั้ง


>>2 โจรขับขี่-ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ประกบ แล้วกระชากกระเป๋าของหญิงชาวจีน บนรถตุ๊กตุ๊ก ก่อนซิ่งรถหลบหนี ผู้เสียหายรุดเข้าแจ้งความ

01.47 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191เกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์ โดยคนร้ายชาย 2 คน รูปร่างท้วม สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีแดง ทั้ง 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ไม่ทราบรายละเอียด ไม่ติดทะเบียน ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหายเป็นหญิงชาวจีน ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสะพาย 1 ใบ ภายในมีกระเป๋าสตางค์ และหนังสือเดินทาง

เหตุเกิด บริเวณฝั่งตรงข้ามสนามกีฬาศุภชลาสัย ถนนพระราม 1 ในพื้นที่เขตปทุมวัน หลังก่อเหตุคนร้ายขับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกปทุมวัน 

ผู้สื่อข่าวรายงาน คืบหน้า ว่าผู้เสียหายเป็นหญิงชาวจีน ขณะเกิดเหตุนั่งอยู่บนสามล้อเครื่อง คนร้ายชาย 2 คนขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยายนต์ดังกล่าว ขี่เข้ามาใกล้แล้วกระชากกระเป๋าไป ผู้เสียหายพยายามรั้งกระเป๋าแล้ว แต่ไม่เป็นผล ทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กฉีก ทรัพย์สินภายในกระเป๋าสะพาย มีทรัพยสินเป็นหนังสือเดินทาง เงินสดจำนวนหนึ่ง ขณะนี้ผู้เสียหายอยู่ระหว่างให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม

04.17 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 308 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 
 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม