หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05:39 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569


>> รถบรรทุกตู้ทึบชนจักรยานยนต์ ดับสลดกลางถนนบางพลี – ตำหรุ

07.00 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุกตู้ทึบ 4 ล้อ ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ใต้ท้องรถ เหตุเกิดบนถนนบางพลี–ตำหรุ มุ่งหน้าบางปู อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จึงรุดเข้าตรวจสอบพร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกตู้ทึบ อีซูซุ สีขาว จอดอยู่บนถนน บริเวณใต้ท้องรถพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 60 ปี สภาพศพมีบาดแผลหลายแห่ง ติดคาอยู่ใต้ท้องรถ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ดำ สภาพพังยับเยิน ค้างอยู่บริเวณหน้ารถบรรทุก เจ้าหน้าที่ต้องใช้แม่แรงยกรถขึ้น ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้

จากการสอบสวนเบื้องต้น คนขับรถบรรทุกให้การว่า ตนกำลังขับรถไปรับของในพื้นที่บางปู หลังจากกลับรถเสร็จและกำลังเบี่ยงเข้าเลนซ้าย ไม่ทันสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ที่วิ่งอยู่ด้านหน้า ทำให้พุ่งชนอย่างแรง ก่อนทับร่างผู้ขับขี่จนติดอยู่ใต้ท้องรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และเชิญตัวคนขับรถบรรทุกไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รองนายกฯ “สุชาติ” เร่งคุมไฟป่าภูเขียว ระดม ฮ.ทส. 5119 ทิ้งน้ำกว่า 3.8 หมื่นลิตร ควบคุมสถานการณ์ได้ 95%

09.10 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสนับสนุนอากาศยานเข้าควบคุมเหตุไฟป่าในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

โดยอากาศยาน ฮอ ทส. 5119 ปฏิบัติภารกิจบินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าและแหล่งน้ำ ก่อนดำเนินการบินทิ้งน้ำสนับสนุนการดับไฟร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและชุดปฏิบัติการไฟป่า รวมกำลังภาคพื้นกว่า 30 นาย

ตลอดภารกิจได้ทำการบินทิ้งน้ำรวม 78 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำกว่า 38,500 ลิตร ใช้เวลาปฏิบัติการบินทั้งสิ้น 6 ชั่วโมง 35 นาที สามารถควบคุมไฟในแนวลุกลามได้เกือบทั้งหมด โดยผลการปฏิบัติภาพรวมควบคุมสถานการณ์ได้ร้อยละ 95 เหลือเพียงการเฝ้าระวังและควบคุมพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินอย่างใกล้ชิด

รองนายกรัฐมนตรีฯ ย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังต่อเนื่อง ป้องกันการปะทุซ้ำ และบริหารจัดการสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของประชาชน พร้อมกำชับให้เตรียมความพร้อมอากาศยานและกำลังเจ้าหน้าที่รองรับสถานการณ์ไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งนี้อย่างเต็มศักยภาพ


>> ไฟไหม้ในห้องพัก บนอพาร์ทเมนท์ซอยอุดมสุข 25 เจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

09.47 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อพาร์ทเม้นท์ ซอยอุดมสุข 25 ถนนสุขุมวิท103 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 4 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องพัก บนชั้นที่ 4 เพลิงลุกไหม้ตู้เย็น ลุกลามชั้นวางของ และประตูห้องน้ำ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ตู้เย็น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง


>> รถอเนกประสงค์เสียหลักฟาดเสาไฟฟ้าข้างทาง ริมถนนเพชรเกษม มีผู้เสียชีวิตยกคัน 4 ราย จ.ประจวบคีรีขันธ์

10.30 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิสว่างราษฎร์ศรัทธาธรรมสถาน มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคล เสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ริมถนนเพชรเกษ ฝั่งขาขึ้น กทม. ช่วงหลัก กม.ที่ 370 ในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ทะเบียน กทม. พลิกตะแคงอยู่ข้างทางติดกับโคนเสาไฟฟ้า ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย โดย 1 รายร่างได้กระเด็นออกมาจากตัวรถ เป็นหญิงไทย อายุ 66 ปี ส่วนภายในรถ ที่ฝั่งคนขับ พบร่างชายไทย อายุ 67 ปี, ที่เบาะผู้โดยสารด้านหลัง พบร่างชายไทย อายุ 70 ปี และเด็กชาย อายุ 2 ขวบ ทั้งหมดเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธงชัย


>> รถพ่วงชนกับรถจักรยานยนต์ ช่วงสี่แยกเข้าขนส่งลำปาง มีบาดเจ็บสาหัส 1 รายและมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นหญิงผู้พิการ จ.ลำปาง

10.45 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถพ่วงชนกับรถจักรยานยนต์และมีผู้บาดเจ็บสาหัส กลางถนนวชิราวุธดำเนิน (เส้นทางลำปาง - เด่นชัย) บริเวณแยกดอยพระบาท หรือแยกเข้าสำนักงานขนส่งจังหวัดลำปาง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

ที่เกิดเหตุ พบรถพ่วง บรรทุกดิน อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน แพร่ จอดอยู่กลางถนน สภาพด้านหน้ามีร่องรอยการชนอย่างรุนแรง ใต้ท้องรถพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกูปปี้ สีชมพู พังยับเยิน ถูกลากไปตามถนนไกลกว่า 100 เมตร ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง อายุประมาณ 60–65 ปี สภาพถูกรถทับอย่างรุนแรง และ พบว่ามีผู้บาดเจ็บเป็นหญิง อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณข้อเท้า กระดูกโผล่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลลำปางเป็นการเร่งด่วน

จากการสอบถามคนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การว่า ขับรถมาจากถนนเลี่ยงเมืองและกำลังเลี้ยวขวาไปทางอำเภอแม่ทะ ระหว่างนั้นมีรถกระบะเลี้ยวเข้าสำนักงานขนส่ง ทำให้รถจักรยานยนต์ที่ขี่ตามหลังมาหักออกทางขวา จนอยู่ในจุดอับสายตา ก่อนถูกรถพ่วงชนอย่างจัง ส่งผลให้ผู้ซ้อนท้ายซึ่งเป็นผู้พิการกระเด็นตกจากรถและถูกรถทับเสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ วางยา สารวัตรปู ก่อนลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต ชี้เจตนาฆ่าโดยไตรตรองไว้ก่อน

11.02 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาคดีดังอย่าง แอม ไซยาไนด์ ก่อเหตุวางสารพิษไซยาไนด์ให้ สารวัตรปู ดื่มและเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เบิกตัว นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ เข้าฟังคำพิพากษาของศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในคดีวางสารพิษไซยาไนด์ในอาหารหรือเครื่องดื่มให้ พันตำรวจตรีหญิง นิภา หรือ สารวัตรปู ดื่มกินจนถึงแก่ความตาย โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลย เป็นการวางแผนล่วงหน้า มีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เข้าข่ายความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรอง ศาลจึงมีคำพิพากษา ลงโทษประหารชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีบางประการ ศาลจึงใช้ดุลพินิจ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

สำหรับคดีนี้ เกิดเหตุในพื้นที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ในชั้นสอบสวน นางสรารัตน์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาล กระทั่งศาลมีคำพิพากษาในวันนี้ โดยคดีนี้ เป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจาก ลักษณะการก่อเหตุมีความซับซ้อน และมีการใช้สารพิษร้ายแรงในการสังหาร ซึ่งศาลได้ชี้ชัดถึงพฤติการณ์การกระทำผิดที่เป็นอันตรายต่อสังคม และมีความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย


>> รวบสาวขายบัญชีม้า หลอกลงทุนขายสินค้าออนไลน์ พบมี 3 หมายจับค้างเก่า

11.54 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันจับกุม น.ส.รุ่ง(นามสมมุติ) อายุ 52 ปี โดยจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านไม่มีเลขที่ ริมถนนบางแค กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายได้ถูกชักชวนและแนะนำเข้าเป็นสมาชิกลุ่มขายสินค้า ที่มีวิธีการจัดแผนให้เลือก เป็นสมาชิก เมื่อผู้แจ้ง สมัคร เข้าเป็นสมาชิกแล้ว บางช่วงก็จะเสนอให้ผู้แจ้งสมัครยกระดับให้สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยจะต้องโอนเงินเข้าไป เพื่อแสดงว่าอยู่ ในกลุ่มผู้ขายระดับไหน ของกลุ่มบริการขายสินค้ารูปแบบนี้ ที่จะทำให้มีเครดิตดีและลูกค้ามากขึ้น ผู้แจ้งหลงเชื่อ ภายหลังพบว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความ

หลังตำรวจสืบสวนพบว่าชื่อ น.ส.รุ่ง เป็นบัญชีรับโอนเงิน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมขอศาลจังหวัดออกหมายจับผู้ต้องหา

ภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเพื่อนชักชวนไปเปิดบัญชี ซึ่งได้รับค่าจ้างเปิดบัญชีจำนวน 500 บาท ก่อนส่งมอบบัญชีให้ผู้โดยไม่ทราบว่าเพื่อนนำบัญชีไปทำอะไร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องหาพบหมายจับอีก 2 หมาย คือ 1.หมายจับคดียาเสพ 2.หมายจับคดีฉ้อโกงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ


>> แผ่นดินไหว ที่แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

13.44 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.บ้านจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ไม่มีรายงานผลจากแรงสั่นสะเทือน


>> ปิดคดียิง “สายตำรวจ” คืนวาเลนไทน์ รวบมือปืน พร้อมหลานชาย วางแผนล่อมาเจอ ก่อนซุ่มยิงดับคาที่ พยายามยิงเมียปิดปาก แต่ปืนขัดลำกล้อง ทำให้หนีรอดได้

15.30 น. พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จ.จันทบุรี นำกำลังชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัว นายชอ (นามสมมุติ) หรือ "หมาโต" อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” หลังเดินทางมามอบตัวที่ สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังจากก่อเหตุยิง นายวอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี เสียชีวิตบริเวณซอยหลังปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาพระยาตรัง-ท่าใหม่ ต.ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี คืนวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา

จากการสืบสวน พบว่า แรงจูงใจมาจากความแค้นส่วนตัว เนื่องจาก นายชัยวัฒน์ ผู้ตายมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเป็นสายข่าวให้ตำรวจ ทำให้ นายชอ เกิดความโกรธแค้นและวางแผนร่วมกับ นายปอ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นหลานชาย ฆ่าผู้ตายโดยใช้วิธีล่อให้ตายใจ โดยครั้งแรกมีการนำยาเสพติดมาปล่อยให้ผู้ตาย เพื่อสร้างความไว้วางใจ จนครั้งที่ 2 ในวันก่อเหตุ นายเชาวลิต ได้ไปดักซุ่มรออยู่ในป่าละเมาะริมทาง เมื่อเห็นเป้าหมายขี่รถมาถึง นายเชาวลิต จึงใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะ นายชัยวัฒน์ 1 นัด จนล้มคว่ำเสียชีวิต ส่วนภรรยาของผู้ตายซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ นายเชาวลิต พยายามจะยิงปิดปาก แต่ปืนเกิดขัดลำกล้อง ทำให้ นายเชาวลิต ตัดสินใจรีบขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มี นายประเสริฐ หลานชาย จอดติดเครื่องรออยู่หลบหนีไปทันที

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ชุดสืบสวน ภ.จว.จันทบุรี ได้แกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนทราบเบาะแส และนำไปสู่การจับกุม นายประเสริฐ ได้ก่อนหน้านี้ ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ ซึ่ง นายประเสริฐ ให้การภาคเสธ เพียงรับว่าเป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ พานายเชาวลิต หลบหนีจริง ก่อนจะขยายผลกดดันจน นายเชาวลิต มือปืนโหดรายนี้ต้องเดินทางมามอบตัวได้ในที่สุด เนื่องจากเกรงจะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญ โดยหลังคุมตัว นายชัยวัฒน์ มาที่ สภ.เมืองจันทบุรี พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม ไม่ขอให้การใดๆ แต่จะขอให้การในชั้นศาลพร้อมกับทนายความ

เบื้องต้น แจ้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะ และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ” คุมตัวฝากขังศาล จ.จันทบุรี ทั้งนี้ แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่จากพยานหลักฐานที่มีสามารถเอาผิดดำเนินคดีได้แน่นอน


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพหลโยธิน 52 เสียหายวอดหมดทั้งหลัง

15.36 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพหลโยธิน 52 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 100 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสายไหม


>> รวบบัญชีม้า แก๊งต่างชาติหลอกลงทุนคริปโต มูลค่าความเสียหายเกือบล้านบาท

16.29 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษและตำรวจ สภ.วิชิต ร่วมกันจับกุม นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม" โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งหมอชิต 2 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวิชิต รับแจ้งจากหญิงอายุ 37 ปี ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้ลงทุนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน หลังรู้จักคนร้ายผ่าน Instagram ซึ่งอ้างเป็นชาวสิงคโปร์ ใช้ชื่อ “เจมส์” และ “ลีลี”โดยคนร้ายชักชวนลงทุน อ้างผลตอบแทนสูง ช่วงแรกสามารถถอนเงินได้จริง ก่อนให้โอนเงินเพิ่มหลายครั้ง รวมความเสียหายประมาณ 943,131 บาท

ต่อมาตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหา 1 ในขบวนการหลอกลงทุนคริปโต จะเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร จนกระทั่ง พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งหมอชิต 2 จึงเข้าจับกุม สอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับว่าบัญชีที่รับโอนเงินมาจากผู้เสียหายเป็นของตนจริง แต่ปฏิเสธเรื่องคดี เนื่องจากเพื่อนร่วมงานขอยืมบัญชีของตนเองไปใช้ โดยที่ตนไม่ทราบว่าเอาไปทำอะไร จนมาถูกดำเนินคดีในครั้งนี้


>> ผบ.ตร. สั่งย้าย ผกก.สภ.ทุ่งลุง บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เซ่น เหตุชายคลั่งบุก โรงเรียนพะตงฯ

18.48 น. พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง จังหวัดสงขลา ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจภูธรภาค 9 เนื่องจากเป็นกรณีที่สงสัยว่ามีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนจะมีการจับครูและนักเรียนเป็นตัวประกัน กระทั่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้อำนวยการโรงเรียนและเด็กนักเรียน จนเป็นเหตุให้ผู้อำนวยการถึงแก่ชีวิต ซึ่งกรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคมในวงกว้าง  

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การพิจารณาถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรมต่อไป จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 63 และมาตรา 105 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ประกอบระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2566 จึงให้ พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง จังหวัดสงขลา ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจภูรภาค 9 โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 มอบหมายเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย และให้ พ.ต.อ.สุวโรจน์ ลุนหวิทยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา รักษาราชการแทนผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง จังหวัดสงขลา อีกหน้าที่หนึ่ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง  


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถไถการเกษตร กลางถนนสายจตุรพักตรพิมาร - ปทุมรัตต์ บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตที่ รพ.

20.00 น. หน่วยกู้ภัยอโสกจตุรพักตรพิมาน ได้รับแจ้งว่ามีเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถไถการเกษตร และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนเส้นทาง จตุรพักตรพิมาร - ปทุมรัตต์ ช่วงบ้านหนองหัวคน ต.หนองผือ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ป้ายทะเบียน ร้อยเอ็ด ล้มคว่ำสภาพหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถไถการเกษตร ดัดแปลงติดพ่วงท้าย ยี่ห้อคูโบต้า สีส้ม จอดอยู่ข้างทาง ตรวจสอพบว่ามีผู้บาดเจ็บ เป็นหญิงไทย 1 ราย มีอาการสาหัส และหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ ก่อนเคลื่อนย้ายนำส่ง โรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จตุรพักตรพิมาน


>> เพลิงไหม้ในห้องแถว ซอยรามคำแหง 39 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

20.48 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยรามคำแหง 39 แยก 1 ถนนรามคำแหง แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องแถว เพลิงลุกไหม้ที่นอน กองเสื้อผ้า ประตู และลุกลามฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 5 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก


>> ไฟไหม้บ้านเรือน ซอยสวนเงิน เสียหายหลายหลัง เพลิงสงบพบผู้เสียชีวิต

21.33 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนสวนเงิน ซอยสวนเงิน ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ลุกลามบ้านเลขที่ 311/5 , 311/6 และบ้านเลขที่ 301/1 เสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 60 ปี

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตราชเทวีได้จัดตั้งศูนย์พักพิงบริเวณลานกีฬาภายในชุมชนสวนเงิน มีผู้ประสบภัยมาลงทะเบียนจำนวน 39 ราย และเข้าพักที่ศูนย์พักพิงจำนวน 27 ราย พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

22.58 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 67 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม