หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05:32 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำลงข้างทาง พบร่าง 3 หนุ่มน้อยเสียชีวิตใต้โคนต้นมะขามริมถนน จ.นครศรีธรรมราช

06.10 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยใต้เต็กเฉลิมพระเกียรติ ว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 รายอาการสาหัส ริมถนนหมายเลข 408 ช่วงบ้านสระเพลง ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ป้ายทะเบียน นครศรีธรรมราช ลักษณะล้มคว่ำชนต้นมะขามข้างทาง และใกล้กันพบว่า มีผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย เป็นผู้ชายทั้งหมด อายุประมาณ 17 - 20 ปี สภาพนอนคว่ำหน้า ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำอยู่ข้างทาง พบร่างหนุ่มใหญ่วัย 45 ปีเสียชีวิต

07.37 น. ได้รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างสรรเพชญ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนเส้นทางบ้านห้วยรางโพธิ์ ในพื้นที่ ต.ยางน้ำกลัดใต้ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี

ในที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ไม่พบป้ายทะเบียน ลักษณะเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 45 ปี สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าปล้อง


>> ยิ่งหา ยิ่งเจอ ไทยพบหลักฐานชัด กัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในแผ่นดินไทย ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

10.52 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่าหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) รายงานว่า จากการปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ตามแผน “ตราดพิฆาตไพรี” และการเข้าเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย เมื่อวาน (14 กุมภาพันธ์ 2569) นปท.ทร. ได้ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่ จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทย จากการตรวจสอบพบหลักฐานชัดเจนว่า ทุ่นระเบิดดังกล่าวถูกนำมาวางโดยฝ่ายตรงข้ามเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยสภาพที่ปรากฏนั้นเห็นได้ชัดเจนว่าไม่ใช่ทุ่นระเบิดเก่าที่ตกค้างแต่อย่างใด นอกจากนี้ ในพื้นที่ใกล้เคียงยังตรวจพบทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างเพิ่มเติม ได้แก่ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และชนิด POMZ จำนวน 1 ทุ่น ระหว่างการเคลียร์พื้นที่และพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน 
กองทัพเรือ ขอยืนยันว่า ฝ่ายไทย ยึดมั่นและปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดภายใต้หลักมนุษยธรรม เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน และไม่ใช้หรือสนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี

การใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลดังกล่าว โดยเฉพาะ PMN-2 ที่มีสภาพใหม่ทั้ง 6 ทุ่น ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างร้ายแรง สร้างความเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนและเสถียรภาพตามแนวชายแดน ซึ่งฝ่ายไทยขอประณามพฤติกรรมที่ไม่เคารพกติกาสากลดังกล่าว และจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ รวมทั้งจะดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป


>> ต่างด้าวตั้งแก๊ง รับจ้างถอนเงินจากเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ยึดเงินสดและทรัพย์สิน กว่าครึ่งล้านบาท

11.21 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา4ราย สัญชาติกัมพูชา 3 ราย สัญชาติเมียนมา 1ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯและร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมได้ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

ภายหลังตำรวจ ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า ถูกคนร้ายหลอกขายโทรศัพท์ในเฟซบุ๊ก โดยผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปยังเพจเฟซบุ๊ก และโดนหลอกอีกทอด เมื่อต่อมาผู้เสียหายได้พบคนร้ายใช้เพจ อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง หลอกผู้เสียหายว่าจะติดตามเงินคืนให้ โดยให้เพิ่มไลน์และให้ทำการเทรดหุ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงิน โดยคนร้ายจะมีข้ออ้างให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รวมความเสียหายเป็นเงินกว่า 8 แสนบาท

แต่หลังจากตำรวจตัวจริงได้รับแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหา มีการนำเงินออกจากบัญชีม้าโดยถอนเงินสดที่ธนาคาร ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จึงได้ตรวจค้นเป้าหมายที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าและผู้ถอนเงินสด 4 ราย ที่ห้องเช่าในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ

สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพ อาทิ รับว่าเป็นเจ้าของบัญชีม้า และผู้ถอนเงินสด โดยได้รับส่วนแบ่ง 20% ของเงินที่ถอนได้, รับว่าเป็นผู้ประสานงานระหว่างคนสั่งการกับคนถอนเงิน และรับว่าเป็นเจ้าของบัญชีม้าและผู้ถอนเงินสด ได้รับค่าจ้างการในการถอนเงินสด 500 บาท

ตำรวจตรวจยึดของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ,บัตรเอทีเอ็ม,สมุดบัญชี ของบัญชีม้า เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุและเงินสดกว่า 3 แสนบาท นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รัฐขอความร่วมมือ ลด – งด การเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM 2.5

13.00 น. นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย

รัฐบาลสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด


>> คนร้ายบุกเดี่ยว ชิงทรัพย์ร้านทองกลางสี่แยกบ้านทุ่ม ก่อนกวาดทอง 26 บาทหลบหนี ตำรวจระดมกำลังไล่ล่าตัว

14.07 น. พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ภายในร้านทองแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกบ้านทุ่ม ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายเป็นชาย 1 ราย ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ บุกเข้าไปก่อเหตุภายในร้านทอง ก่อนกวาดเอาทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาท แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านทอง บันทึกเหตุการณ์ขณะคนร้ายเป็นชาย สวมใส่เสื้อแจ็ตเก็ทแขนยาวสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว และสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มสีดำแดงปิดบังใบหน้า เดินถือวัตถุบางอย่างที่มีผ้าสีดำคลุมไว้ เข้ามาก่อเหตุข่มขู่เพื่อจี้ชิงทองจากพนักงานหญิงของร้านที่ทำงานอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์ 3 คน ทำให้พนักงานทั้ง 3 คน ต้องพากันหมอบลงกับพื้น และคลานหนีเข้าไปหลังร้าน 
ก่อนที่คนร้ายจะเดินไปหยิบเอาท่อนเหล็กที่วางอยู่หน้าร้านมากระแทกเข้าที่กระจก แล้วสอยเอาสร้ายคอทองคำรูปพรรณที่ห้อยอยู่บนแผง แล้ววิ่งออกจากร้าน ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ สีบอร์นดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ขับขี่มาจอดไว้ในซอย แล้วขับหลบหนีเข้าไปภายในซอย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังตรวจสอบเส้นทางหลบหนี ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หากมีความคืบหน้าหรือรายละเอียดเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป


>> กองกำลังผาเมือง แถลงผล การปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 1,400,000 เม็ด วิสามัญ 5 ราย ในพื้นที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

14.30 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 
กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 3207 กองบังคับการควบคุม ทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ทำการ ลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ บ้านห้วยนกกก บ้านบริวาร บ้านหนองไผ่ หมู่ 15 ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 10 - 15 ราย สะพายกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที ผลการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยได้ จัดกำลังเพิ่มเติม จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าวางกำลังควบคุมและเฝ้าระวังพื้นที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นจึงได้ทำการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และพื้นที่โดยรอบ พบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 14 เป้ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวน 1,400,000 เม็ด, อาวุธปืนลูกซองยาว จำนวน 1 กระบอก, ลูกระเบิดขว้าง จำนวน 1 ลูก กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต จำนวน 5 ศพ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.69

ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรฝาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> 3 เด็กหญิง ขับขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. เสียหลักหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้า สาหัส 2 และเสียชีวิต 1 ราย

15.00 น. สภ.สตึก รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์แหกโค้งชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถนนสายสตึก-แคนดง บริเวณทางโค้งบ้านดงยายเภา ในพื้นที่ ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ป้ายทะเบียน มหาสารคาม ล้มคว่ำอยู่ในสภาพชิ้นส่วนกระจายเกลื่อนทั่วถนน เสาไฟส่องสว่างได้รับความเสียหาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นเด็กหญิง ทางอาสาสมัครกู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และรับแจ้งว่า เด็กหญิง 1 รายอายุ 14 ปี ที่อาการสาหัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา 
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของชาวบ้านพบว่า รถจักรยานยนต์วิ่งมาด้วยความเร็วสูง แล้วแหกโค้งไปพุ่งชนเพิงขายของชาวบ้านข้างทาง ก่อนพุ่งไปชนเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> จับสาวแม่ลูกอ่อน เปิดบัญชีม้าเอื้อแก๊งคอลเซ็นเตอร์

16.15 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นางสาววอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ฐาน “ฉ้อโกง,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ,และคดียินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์” โดยจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนวัดศรีวารีน้อย อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ก่อนหน้านี้ มีผู้เสียหายแจ้งว่าได้รับข้อความ ที่คนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริการขนส่งแห่งหนึ่ง ให้ติดต่อเรื่องการเคลมสินค้า ที่ผู้เสียหายได้สั่งทางออนไลน์ โดยแจ้งว่าสินค้าที่ผู้เสียหายสั่งออนไลน์ ก่อนหน้านี้เกิดความเสียหาย โดยลวงว่าทางบริษัทต้องการเคลมค่าสินค้าที่ผู้เสียหายจ่ายไปกลับคืนให้ แต่ต้องเข้าไปที่ลิงก์เพื่อทำรายการเคลมเงินคืน ผู้เสียหายหลงเชื่อกดลิงก์ดังกล่าว พร้อมกับมีการพูดคุยกับคนร้ายทางแอปพลิเคชันไลน์ คนร้ายหลอกให้กรอกข้อมูลในลิงก์จนเสร็จขั้นตอน แต่กลับไม่มีเงินเข้ามาในบัญชีของผู้เสียหาย หลังผู้เสียหายตรวจสอบกับเลขหมาย 1441 ตำรวจไซเบอร์ จึงทราบว่าโดนมิจฉาชีพหลอก และเมื่อติดต่อธนาคารพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปหมด จึงเข้าแจ้งความ

ต่อมา ตำรวจชุดจับกุม ได้สืบสวนติดตาม ทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ ได้มาทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหารแห่งหนึ่ง จึงได้นำกำลังมาทำการจับกุม จากการสอบสวน เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ อ้างว่าถูกหญิงสาวรายหนึ่ง ที่เคยทำงานโรงงานด้วยกันหลอกเอาบัญชีไปใช้ ไม่ทราบว่าเอาไปใช้ในการกระทำความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.แสมดำ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> กรมราชทัณฑ์ ประสาน กรมควบคุมโรค ฉีดวัคซีนให้กับผู้ต้องขัง-เจ้าหน้าที่กลุ่มเสี่ยง ในเรือนจำพิเศษธนบุรี

19.03 น. นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงกรณีผู้ต้องขังเสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิง ว่า ขณะนี้ทางเรือนจำพิเศษธนบุรี ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เข้าดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. พร้อมทั้งได้เร่งดำเนินการตรวจหาอาการผิดปกติของผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษธนบุรี อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. ไปอีก 21 วัน

เบื้องต้นยังไม่มีผู้ต้องขังรายใดมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง อย่างไรก็ตามในวันที่ 16 ก.พ.กรมราชทัณฑ์ ได้ประสานกับกรมควบคุมโรค เพื่อนำวัคซีนเข้ามาฉีดให้กับผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิต

นายยุทธนา เปิดเผยอีกว่า ทั้งนี้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษาและเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (MPox) ที่กรมราชทัณฑ์สั่งการตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และขอยืนยันว่าเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่ง มีความปลอดภัย และไม่มีการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงแต่อย่างใด


>> น้องชายเดือด คว้าปืนลูกโม่ยิงพี่ชายแท้ๆ เสียชีวิตคาบ้าน ก่อนจะหลบหนี และมีชาวบ้านเข้าไปห้ามโดนลูกหลงถูกยิงเจ็บด้วยอีกคน

19.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ รับแจ้งเหตุชายถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพัก ต.นายาง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่าง ชายไทย อายุ 42 ปี นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บริเวณประตูรั้วหน้าบ้านมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าลำตัว ใกล้กันมีหัวกระสุนปืนขนาด.45 ตกอยู่ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย เป็นชาย อายุ 39 ปี ถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย 1 นัด ทราบต่อมาว่าเป็น พลเมืองดีที่เข้าไปห้าม นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลชะอำ

สอบสวนทราบว่า มือปืนคือ น้องชายแท้ๆ ของผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุหลบหนีไป ทางญาติ เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุ มีนิสัยชอบดุด่าว่าพ่อแม่ ที่ผ่านมามีปากเสียงกันในครอบครัวมาโดยตลอดกว่า 2 ปี แต่ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นพี่ชาย เป็นคนที่รักพ่อแม่และพยายามปกป้องพ่อแม่ ทำให้น้องไม่พอใจเมื่อถูกพี่ต่อว่า ผิดใจกันทะเลาะวิวาทกันอยู่บ่อยครั้ง


>> ไฟป่าลามดอยผาแดง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ยังเข้าควบคุมไม่ได้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงชัน และเป็นเวลากลางคืน

20.32 น. องค์การบริหารส่วนตำบลออนกลาง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ รายงานขณะนี้ งานป้องกันฯ อบต.ออนกลาง กำลังเข้าพื้นที่ และใช้โดรนบิน มองพื้นที่มุมสูง เพื่อประเมินสถานการณ์ กรณีมีไฟป่าลุกลาม บริเวณพื้นที่ หมู่ที่ 10 ดอยผาแดง ตำบลออนกลาง

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงชัน และเป็นเวลากลางคืน เป็นอุปสรรคในการมองเห็น หากมีความเสี่ยงในการเข้าพื้นที่ จะเกิดอันตราย หรือความไม่ปลอดภัย กับเจ้าหน้าที่ จะทำแนวกันไฟควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามมาด้านล่างเชิงดอย แล้วรอพรุ่งนี้ช่วงเช้า จะเข้าควบคุมไฟป่าอีกครั้งหนึ่ง


>> รถกระบะเฉี่ยวชนคนข้ามถน แล้วรถนั่งส่วนบุคคลตามหลังทับซ้ำ มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง กลางถนนชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี

22.40 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ มีอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนข้ามถนน และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนชัยพฤกษ์ ฝั่งขาออกมุ่งหน้าต่างระดับสาลีโข บริเวณใกล้เคียงสำนักงานเทศบาลเมืองบางพลับ ในพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิงไทย อายุประมาณ 20 ปี ภูมิลำเนาชาวเชียงราย อยู่กลางถนน ห่างออกไป พบรถกระบะ ฟอร์ด สีขาว ป้ายทะเบียน นนทบุรี สภาพกันชนหน้ารถพังเสียหาย และใกล้กันพบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า คอร์ส สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ข้างทาง เบื้องต้น ทราบว่า รถกระบะเฉี่ยวชนคนข้ามถนน แล้วรถนั่งส่วนบุคคลขับตามหลังมาทับซ้ำ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

04.06 น.กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 163 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม