วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20:08 น.
วันนี้( 12 ก.พ. 2569 ) เวลา 17.20 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วย นายณรงค์ รักร้อย กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. และว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าว “การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ”
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณี จ.ชลบุรี เกิดขึ้นหลังนับคะแนนเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว มีมวลชนบางส่วนเข้ามาสังเกตการณ์สถานที่ยุบรวมหีบบัตร เป็นสถานที่บริเวณโรงยิม เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ขณะนั้นเป็นขั้นตอนยุบรวมหีบบัตร โดยในการเลือกตั้ง เมื่อนับคะแนนทุกหน่วยเสร็จสิ้น กปน.จะส่งรายงานผลนับคะแนน พร้อมหีบบัตรเลือกตั้ง ส่ง ณ สถานที่ กกต.เขตกำหนด เมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กระบวนการต่อไปคือ กกต.เขตจะต้องดำเนินการยุบรวมหีบบัตร จะมีขั้นตอนในการตัดสายรัด นำเอกสาร นำถุงบัตร ที่บรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้วมารวมกัน ให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบ เพื่อให้เหลือจำนวนหีบน้อยสุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่ง กกต.จังหวัด
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า ในขั้นตอนนี้ปรากฏว่า อาจมีการไม่เข้าใจเกิดขึ้น มีน้อง ๆ ไป ณ บริเวณยุบรวมหีบบัตรเหมือนที่เป็นข่าว มีการไปเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ แต่อย่างที่นำเรียนไปแล้วว่า การนับคะแนนใหม่มี 2 กรณี ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย กกต.จึงได้มอบให้นายครรชิต รองเลขาธิการ กกต.ไปสอบสวน ไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนว่า กระบวนการมีการคัดค้านอย่างไร กฎหมายเขียนไว้ชัด การลงคะแนนหรือนับคะแนน ถ้านับคะแนนบกพร่องผิดพลาด ผู้สังเกตการณ์สามารถทักท้วงคัดค้านระหว่างนับได้ รวมถึงระหว่างลงคะแนน จนเสร็จสิ้นการลงคะแนน ถามว่าทำไมต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต.ว่าจะสั่งนับคะแนนใหม่ หรือสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่
ขณะที่นายครรชิต กล่าวว่า ตามที่คณะตนได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการยื่นคำร้องขอนับคะแนนใหม่ เขต 1 ชลบุรี จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ข้อมูลคือ มีผู้ชุมนุมจริง แต่มีผู้ยื่นคำร้อง 10 ราย มีอยู่ 3 ประเด็นที่ตั้งเอาไว้ 1.เรื่องไฟดับในที่ลงคะแนนเลือกตั้ง 2.เรื่องผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกัน 3.การนับคะแนนเลือกตั้งไม่ถูกต้อง มีผู้ยื่นคำร้อง 10 ราย ให้ถ้อยคำ 6 ราย ทั้งหมดนี้มาให้ถ้อยคำโดยบอกว่า ไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ กกต.ยังให้คณะตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบเพิ่มเติม กรณีปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ว่า บัตรเลือกตั้งทำไมไม่ใช่สายรัด มีบัญชีแบบขีดคะแนน ไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ว่าที่ ร.ต.ภาสกร เรียนแล้วว่า กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 เมื่อส่งหีบบัตร เดิมไปส่งที่ศาลาประชาคม แต่เนื่องจากศาลาประชาคมที่เคยใช้การเลือกตั้งครั้งก่อน พื้นที่แคบลง ไม่สะดวก ทาง ผอ.เขต และ กกต.เขต เลยขอใช้โรงยิมของเทศบาล เพื่อรถเข้าออกสะดวก เพื่อยุบรวมหีบบัตรตรงนั้น เจตนาเพื่อความสะดวก และขนไปที่ศาลาประชาคม เพื่อจัดการให้เรียบร้อย และส่งไปยังโกดังสำนักงาน กกต.ชลบุรี เช่าอยู่ ทุกหีบรวมที่นั่น
นายครรชิต กล่าวอีกว่า แต่ระหว่างเหตุยุบรวมหีบบัตร กรณีนี้ดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% เอกสารกองอยู่กับพื้นที่โรงยิม โดยห่างกับศาลาประชาคมห่างกัน 500 เมตร แต่ระหว่างกำลังจะขน มีมวลชนกลุ่มน้อง ๆ ไปตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติถูกต้องหรือไม่ มีมวลชนไปเยอะ เคลื่อนรถไม่ได้ และน้อง ๆ เข้าไปสนามตรงนั้น มีกองเอกสารจัดเก็บไม่เรียบร้อยประมาณ 10% เอกสารส่วนหนึ่งอยู่ในนั้น น้องๆ อ้างว่า เก็บมาจากถังขยะ ในโรงยิมไม่มีถังขยะ มีแต่กองเอกสารจะเคลียร์ทั้งหมดอีก 10% เท่านั้น เพราะฉะนั้นเอกสารเหล่านี้ยังไม่ได้ทิ้ง ถูกจัดเก็บอยู่ตรงนั้น
ส่วนกรณีข้อสงสัยว่า ทำไมไม่ใช้สายรัด ตามที่เรียนแล้วว่า จากโรงยิมไปศาลาประชาคมประมาณ 500 เมตร เหตุไม่ใช้สายรัด และทำกล่องไม่เรียบร้อย เนื่องจาก ผอ.เขต และ กกต.เขตขอใช้พื้นที่เทศบาลตรงนี้ถึง 9 ก.พ. และเทศบาลเร่งมาเคลียร์ให้เสร็จ เลยต้องเอาออกตรงนี้ไปก่อน และตั้งใจว่าจะไปใช้สายรัดที่ศาลาประชาคม สายรัดตามคลิป สื่อรายงานว่า โยนสายรัดทำไมไม่ใช้ ตรงนี้เป็นสายรัดที่มาจากหน่วยเลือกตั้ง ในการจัดการเลือกตั้ง กกต.เขตจะแจกสายรัดไปตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ มีเผื่อสายรัดไว้ซัก 1 เส้น เผื่อขาด เมื่อบรรจุเอกสารในหีบบัตรแล้ว รัดสายรัดเรียบร้อยแล้วมาส่งที่นี่ เพื่อยุบรวมหีบบัตร ต้องตัดสายรัดออกใส่ถุงรวมไว้ น้องถามว่าทำไมไม่ใช้ มันใช้ไปแล้ว ส่วนอีก 3-4 อัน มันยังสมบูรณ์อยู่นั้น คือ กรณีเหลือจากหน่วย ไม่ใช่เจตนาจะใช้ที่ยุบรวมหีบบัตร เพราะฉะนั้นสายรัดที่โรงยิมจะไม่มีเพื่อใช้ เพราะห่างแค่ 500 เมตร และกรณีเร่งด่วน
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด สรุปได้ว่า ยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 ประกอบกับข้อ 223 แห่งระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เห็นควรยุติเรื่อง
ขณะที่ ประธาน กกต. กล่าวว่า เมื่อมีเรื่องขึ้น กกต.นัดประชุมทันที ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่อง เราต้องมีข้อมูลเพียงพอในการวินิจฉัย จึงแต่งตั้งให้ไปสอบข้อเท็จจริง ใช้เวลา 2 วัน จากสำนวนมีการสอบข้อเท็จจริงมาทั้ง 2 ฝ่าย คือฝ่ายผู้ร้อง กับฝ่ายที่ปฏิบัติหรือฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ น้ำหนักไปทางไหน เราชั่งน้ำหนักเหมือนกับการเขียนคำพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่รองเลขาธิการ กกต.แถลงตามคำร้องมี 3 ประเด็น แต่ กกต.ได้มอบหมายให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในการนับคะแนน มีความสุจริต มีความเที่ยงธรรมหรือไม่
จากข้อเท็จจริงที่ได้รับรายงานมา กกต.ใช้เวลาเกือบ 4-5 ชั่วโมงในการดูประเด็นต่าง ๆ เรายืนยันได้ว่า กกต.ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ เราไม่จำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่า นอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว เราตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ แต่เรื่องอื่น ว่ากันไป ยืนยันว่าเรื่องการที่ร้องเรียนต่าง ๆ ประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นข่าว เราก็ชี้แจงไปแล้วทุกประเด็น เรากังวลว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะมองว่าเราไม่ตรวจสอบ มีความชัดเจน เราตรวจสอบทุกมิติ ดูอย่างละเอียด เรื่องนี้สำคัญ
นายครรชิต อธิบายเพิ่มเติมว่า แบบขีดคะแนน ส.ส.5/11 ทำไมโชว์ถ่ายรูปได้ เมื่อ กปน.ดำเนินการเสร็จ บรรจุในหีบบัตรเลือกตั้ง ประกอบด้วยบัตรดี บัตรเสีย บัตรไม่ลงคะแนน เป็น 3 ถุง คือถุงชั้นใน ถุงชั้นนอกคือเอกสารต่าง ๆ รวมแบบ ส.ส.5/11 นี้ด้วย แต่ปรากฏจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง หน่วยที่สามารถถ่ายรูปแล้วโชว์ได้ เขาไม่ได้ใส่ไว้ในถุงชั้นนอก รัดถุงเสร็จปิดไว้ข้างบน เมื่อแกะหีบบัตรเลือกตั้งออก แบบขีดคะแนนนี้จึงไม่ได้อยู่ในถุง ถ้าอยู่ในถุงจะหยิบไม่ได้เลย