วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15:07 น.
5 ก.พ. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จับกุมนาย นอ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี แจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” พร้อมของกลางเป็นทองรูปพรรณ และกระเป๋าใส่ทอง พร้อมกับเอกสารส่วนตัวของผู้เสียหาย โดยจับกุมได้ที่บริเวณกลางซอยรามคำแหง 24 แยก 6 เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
คดีนี้ตำรวจมีการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ได้มีการหลอกนักศึกษาสาวให้โอนเงินและนำทองคำไปมอบให้กับกลุ่มคนร้าย โดยกลุ่มคนร้ายมีการร่วมกันแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ติดต่อผู้เสียหายทางโทรศัพท์และไลน์ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้าและการฟอกเงิน จากนั้นมีการข่มขู่กดดันอ้างว่าจะต้องถูกดำเนินคดี หากไม่ทำตามก็อาจจะกระทบกับคนในครอบครัว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง จากนั้นคนร้ายได้หลอกให้ผู้เสียหายนำทรัพย์สินซึ่งเป็นทองรูปพรรณไปมอบให้กับกลุ่มคนร้ายที่ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน โดยอ้างว่าจะตรวจสอบและคืนให้ภายหลัง พร้อมกันนี้ยังบังคับให้ผู้เสียหายโกหกมารดาตนเอง เพื่อใช้บัญชีมารดาของผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มเติมให้กับกลุ่มคนร้ายอีกด้วย จากการตรวจสอบพบมูลค่าความเสียหายรวมหลักล้านบาท
จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่พบว่าคนร้ายที่มารับทองคำจากผู้เสียหายไปนั้น คือ นายนอ โดยหลังจากที่รับทองคำไปแล้ว ผู้ต้องหาได้นำทองคำจำนวนหนึ่งไปขายให้กับร้านทองภายในห้าง ย่านราชดำริ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหา กระทั่งจับตามจับกุมได้ พร้อมของกลาง
โดยนายนอ ผู้ต้องหา รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และอ้างว่าตนเองได้ถูกกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ใช้อุบายหลอกลวง โดยใช้โทรศัพท์โทรผ่านไลน์มาหา โดยคนร้ายแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่จากรมสอบสวนคดีพิเศษ และหลอกว่าผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารกว่า 200 ล้าน อาจจะเป็นเงินที่ได้จากการกระทำความผิดต้องอายัดบัญชีไว้ตรวจสอบ ซึ่งเมื่อผู้ต้องหาลองเข้าระบบแอปธนาคารดู ก็ไม่สามารถเข้าระบบได้จริง ผู้ต้องหาจึงเชื่อโดยสนิทใจว่ากลุ่มคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่จริง ต่อมากลุ่มคนร้ายได้ให้ผู้ต้องหา ไปรับทองคำจากผู้เสียหายที่ห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน เพื่อให้นำทองไปขายแล้วหลอกให้ผู้ต้องหาโอนเงินไปยังบัญชีกลุ่มคนร้าย เพื่อนำไปตรวจสอบ จนกระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดี