หน้าแรก > อาชญากรรม

รวบขบวนการระดมเงินบุญ “ลงทุน 1,000 แลกเงิน 1,000,000” พบเงินทุนหมุนเวียน 600 ล้านบาท!

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13:39 น.


วันที่ 3กพ.69 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) มีการแถลงรวบขบวนการระดมเงินบุญ “ลงทุน 1,000 แลกเงิน 1,000,000" จับกุมผู้ต้องหา11ราย   ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.ระบบคอมพิวเตอร์ฯ,ฟอกเงิน” พร้อมตรวจยึดของกลาง

1.รถยนต์ จำนวน 4 คัน
2.รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน
3.โฉนดที่ดิน จำนวน 22 ฉบับ
4.อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ จำนวน 3 กระบอก
5.โทรศัพท์มือถือจำนวน 21 เครื่อง
6.โน๊ตบุ๊ค จำนวน 1 เครื่อง
7.Ipad จำนวน 1 เครื่อง
8. สร้อยคอทองคำ, สร้อยข้อมือ จำนวน 4 เส้น
9.สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 110 เล่ม
10.บัตรจำนวน ATM/บัตรกดเงินสด จำนวน 12 ใบ และของกลางอื่น ๆ อีกจำนวน 206 รายการ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี 2568 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนหลายรายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมตัวกันเดินทางเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ป. กรณีถูกหลอกลวงชักชวนให้ร่วมลงทุนโครงการที่เรียกว่า “เงินบุญ” อ้างผลตอบแทนสูงกำไรหลายเท่าตัว ภายใต้โครงการ “1,000 บาทแลก 1,000,000 บาท” สร้างความน่าเชื่อถือโดยการแอบอ้างโครงการหลวงฯ งัดสารพัดมุกหลอกโอนเงินหมดตัวสุดท้ายไม่ได้รับผลตอบแทนแต่อย่างใด 

โดยกลุ่มผู้ต้องหาใช้แอปพลิเคชันไลน์เป็นช่องทางหลักในการติดต่อจัดตั้งกลุ่มในชื่อ “ลงทุนเงินบุญ” และเปิดหลายกลุ่มควบคู่กัน มีการเปลี่ยนชื่อกลุ่ม เปิด–ปิดกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง ภายในกลุ่มมีการจัดประชุม ผ่านเสียงและข้อความ เพื่อชักจูง กดดัน และเร่งเร้าสมาชิกให้ร่วมลงทุนอ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ เช่น  ลงทุน 1,000 บาท ภายใน 1 เดือนจะได้ค่าตอบแทนสูงถึง 1 ล้านบาท 
จนกระทั่งเช้าวันที่ 29 ม.ค.2569 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม พร้อมด้วยกำลังสนับสนุนจากตำรวจทางหลวง  นำกำลังเข้าตรวจค้น 11 จุด ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม, จ.สิงห์บุรี, จ.ปทุมธานี, จ.นนทบุรี และจ.สุราษฎร์ธานี 

ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 11 ราย พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด รวมถึงทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าได้มาจากการกระทำความผิด จำนวนกว่า 206 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 250 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก อาวุธปืน เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ

จากการสอบถามผู้ต้องหาซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำของขบวนการ ให้การรับสารภาพว่า ได้เข้าร่วมโครงการ “เงินบุญ” ตั้งแต่ปี 2551 ต่อมาเมื่อทราบว่าโครงการไม่สามารถดำเนินการได้จริง จึงได้อาศัยวิชาความรู้เทคนิคจากการเข้าฟังสัมมนาโดยเมื่อก่อนจะจัดในฮอลล์อย่างยิ่งใหญ่ ต่อมาปี 2560 เริ่มใช้วิธีการแอบอ้างบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ใหญ่ไปต่างประเทศคุยเรื่องหุ้นโดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจำนวนมาก แต่ต้องอาศัยเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย,ค่าเดินทาง

โดยให้ช่วยกันระดมทุนเพื่อที่จะได้ค่าตอบแทนตามที่เสนอ การกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 - 2564 มีผู้เสียหายจำนวนมาก  และขณะนี้ยังมีผู้เสียหายเพิ่มเติมที่อยู่ระหว่างแจ้งความร้องทุกข์และยังตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อขบวนการนี้อยู่ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนอีกประมาณ 30 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท และน่าเชื่อว่าจะมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมอีกหลายราย ขณะเดียวกันทำการตรวจสอบบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่า มีเงินหมุนเวียนรวมสูงกว่า 600 ล้านบาท

ทั้งนี้ เหยื่อส่วนใหญ่ยังคงโอนเงินเข้าร่วมโครงการต่อไป เนื่องจากเสียดายเงินที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้า และเชื่อคำชักชวนให้กำลังใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เงินที่ได้จากการระดมทุนจะถูกส่งต่อไปยังหัวสายหรือแกนนำของขบวนการ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพ บางส่วนยังให้การปฏิเสธ

 


 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม