หน้าแรก > สังคม

ทส.ขับเคลื่อน “จัดระเบียบการใช้ที่ดินป่าชายเลน” เดินหน้ารถไฟขบวนที่ 5 สู่การอนุรักษ์ควบคู่คุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 19:03 น.


กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผลักดันการบังคับใช้ “ประกาศกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่อง ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ มาตรการการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน ในเขตป่า และในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2569” ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ป่าชายเลนให้เป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม ควบคู่การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่งในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าไม้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้กำหนดแนวทางดำเนินการ 5 แนวทาง หรือที่เรียกว่า “รถไฟ 5 ขบวน” ถือเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ โดยไม่ได้มุ่งเพียงการควบคุมพื้นที่เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน ในการกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกัน ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเหมาะสม พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสนับสนุนเป้าหมายการจัดการธรรมชาติเชิงบวก  รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ของประเทศในระยะยาว

ปลัด ทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายรถไฟ 5 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนที่ 1 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้น 3, 4 และ 5 ที่อยู่อาศัยก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.9 ล้านไร่ ขบวนที่ 2 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้น 3, 4 และ 5 ที่อยู่อาศัยหลังมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยอาศัยคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3.7 ล้านไร่ ซึ่งผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการปลูกป่าตามมาตรา 16 และมาตรา 20 ภายใต้โครงการชุมชนปลูกป่าเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้จากการปลูกป่า ขบวนที่ 3 ชุมชนในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำชั้น 1 และ 2 ทั้งก่อนและหลังมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 มีพื้นที่รวมประมาณ 4.9 ล้านไร่ โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องร่วมกันจัดระเบียบการใช้ที่ดิน ออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ และดำเนินการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เพื่อสร้างป่าและสร้างรายได้ควบคู่กัน ขบวนที่ 4 ชุมชนที่อยู่อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งก่อนและหลังมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน 2541 และขบวนที่ 5 ชุมชนในพื้นที่ป่าชายเลน ครอบคลุมพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงพื้นที่เมืองและสิ่งก่อสร้างถาวร ซึ่งนโยบายดังกล่าวนับเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนในระยะยาว

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวถึงในส่วนของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินงานภายใต้รถไฟขบวนที่ 5 ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ ซึ่งมีลักษณะการใช้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนเมือง โดยยึดหลักการ “อนุรักษ์ควบคู่การอยู่ร่วมอย่างสมดุล” ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเหมาะสมตามศักยภาพพื้นที่ พร้อมทั้งฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง การอนุบาลสัตว์น้ำ และการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนชายฝั่ง ตลอดจนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน การกำหนดแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันระหว่างรัฐและประชาชน และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลนเป็นไปอย่างเป็นธรรม ลดความขัดแย้ง และสามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

นางดาวรุ่ง ใจจริง ผู้อำนวยการกองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลสถานภาพป่าชายเลน ปี พ.ศ. 2563 พบว่า พื้นที่ป่าชายเลนในความรับผิดชอบของกรมฯ มีประมาณ 2.64 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพประมาณ 1.45 ล้านไร่ และพื้นที่ป่าชายเลนเปลี่ยนสภาพประมาณ 1.19 ล้านไร่ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเกิดความขัดแย้งด้านการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการบุกรุกขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง กรมฯ จึงได้จัดทำแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซน โดยเฉพาะพื้นที่ป่าชายเลนเปลี่ยนสภาพ ซึ่งมีการตั้งชุมชนเพื่ออยู่อาศัยและทำกิน รวมถึงการพัฒนาเป็นแหล่งย่านการค้า จึงจำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าชายเลนเพื่อป้องกันการบุกรุกเพิ่มเติม แก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดิน และจัดระเบียบการอยู่อาศัยและทำกินให้เป็นประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกำหนดมาตรการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม ควบคู่การฟื้นฟูป่าชายเลนเสื่อมโทรม เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศชายฝั่ง ซึ่งประกาศนี้ มุ่งให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับป่าชายเลนได้อย่างยั่งยืนควบคู่กับการอนุรักษ์และพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการตอบแทนคุณระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services : PES) มาใช้เป็นกลไกสำคัญ เพื่อให้ผู้ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศป่าชายเลน มีส่วนร่วมในการดูแล ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม