วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 15:28 น.
วันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ. กรมศุลกากร โดย นางสาว สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และ นายเอกวุฒิ นาเอกผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แถลงข่าวภายหลังร่วมกันจับกุมตัว ผู้ต้องหาชาวจีน จำนวน 5 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง แก๊สหัวเราะ (แก๊สไนตรัสออกไซด์) รวมจำนวน 1,770 ถัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ได้รับรายงานเบาะแสว่า มีการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายแก๊สชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “แก๊สหัวเราะ” ในรูปแบบการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และยังมีลักลอบจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. จึงมีมาตรการเชิงรุกในการสืบสวนหาแหล่งที่เก็บซุกซ่อน โดยตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ได้ทำการติดต่อล่อซื้อแก๊สไนตรัสออกไซด์จากพ่อค้าชาวจีน จนสามารถจับกุมตัวพร้อมของกลางได้เป็นจำนวนกว่า 50 ถัง ที่บรรทุกมาส่งเต็มท้ายกระโปรงรถ ซึ่งในเช้าวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ฯ จึงทำการขออนุมัติต่อศาลฯ เพื่อทำการตรวจค้นอีก 2 จุด คือ คอนโดฯ ย่านห้วยขวาง และ บ้านพักฯ ของผู้ต้องหาชาวจีนดังกล่าว ผลปรากฏว่า ในคอนโดย่านห้วยขวาง สามารถจับกุมตัวแม่ค้าชาวเวียดนามพร้อมของกลาง เป็นแก๊สไนตรัสออกไซด์ จำนวน 12 ถัง
อย่างไรก็ตาม ทาง กก.2 บก.ปอศ.ยังคงสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ลักลอบค้าแก๊สไนตรัส-ออกไซด์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลการจับกุมในครั้งก่อน ได้มีสืบสวนขยายผลจากการสั่งซื้อและการใช้บริการขนส่งเอกชน จนสามารถสืบทราบแหล่งเก็บซุกซ่อนแก๊สดังกล่าวได้อีก จำนวน 2 จุด โดย จุดแรก เป็นตึกแถวอยู่ในพื้นที่ ซอยจันทน์ 40 เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร จับกุมแม่ค้าวัยรุ่นชาวไทย พร้อมแก๊สไนตรัสออกไซด์ จำนวน 106 ถัง และ จุดที่ 2 เป็นห้องเช่าอพาร์ทเม้นท์ในพื้นที่ ซอยอินทามระ 9 ซึ่งมีการเปิดเป็นร้านขายอุปกรณ์การทำเบเกอร์รี่บังหน้า สามารถจับกุมพ่อค้าชาวไทยพร้อมแก๊ส ไนตรัสออกไซด์ของกลางรวม จำนวน 98 ถัง
ต่อมาในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอศ. ได้รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการจับกุมในคดีก่อน ทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนพบบ้านพักต้องสงสัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีชายชาวจีนเช่าพักอาศัยอยู่ และมักมีการใช้บริการรถยนต์ขนส่งเอกชนมาส่งของที่มีลักษณะบรรจุภัณฑ์คล้ายกับแก๊สไนตรัสออกไซด์อยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย และยึดของกลางที่เกี่ยวข้องไว้ได้
จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย นี้ มีความรู้จักและเกี่ยวข้องกัน โดยทุกคนทำหน้าที่เป็นผู้เฝ้าสต๊อคโกดัง รอรับคำสั่งจากบอสชาวจีนว่าจะมีคนมาส่งของ หรือจะมีคนมารับของอย่างไร โดยทั้งหมดอ้างว่าไม่รู้จักบอสคนดังกล่าวเป็นการส่วนตัว จะติดต่อสื่อสารกันผ่านทางแอบพลิเคชั่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ปักใจเชื่อ และจะทำการสืบสวนขยายผลเพื่อนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น มีทั้งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า มีการนำแก๊สที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศดังกล่าว มาซุกซ่อนไว้ในสถานที่ดังกล่าวเพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไปจริง โดยได้รับค่าจ้างประมาณ 25,000 บาท/เดือน