วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 22:38 น.
Take Down Card Fraud Gang รวบแก๊งโกงบัตรเครดิต ตระเวนรูดซื้อสินค้า ความเสียหายกว่า 18 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีผู้ต้องหา รวม 6 ราย ดังนี้
1. นายนอ (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 54/2569 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 และหมายจับศาลอาญา ที่ 345/69 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันเอาไปเสีย ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด และร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม”
2.นายภอ (นามสมมุติ) อายุ 55 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับ
ศาลอาญา ที่ 344/2569 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม”
3. นางสาวพอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับ
ศาลอาญา ที่ 346/2569 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม”
4. นางสาวกอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับ
ศาลอาญาพระโขนง ที่ 53/2569 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันเอาไปเสีย ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด”
5. นางสาวญอ (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับ
ศาลอาญาพระโขนง ที่ 55/2569 ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันเอาไปเสีย ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด”
6. นางสาวสอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี สัญชาติไทย แจ้งข้อกล่าวหา ความผิดฐาน“ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม”
พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 10 รายการ
1. เงินสด จำนวน 555,000 บาท
2. ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 7 บาท
3. เช็คเงินสด จำนวน 21 ใบ มูลค่า 123,570,000 บาท
4. บัตรอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 9 ใบ
5. สมุดเช็คเงินสด จำนวน 3 เล่ม
6. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 9 เล่ม
7. สมุดบันทึกรายการสั่งจ่ายเช็ค จำนวน 2 เล่ม
8. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 13 เครื่อง
9. ตรายางนิติบุคค จำนวน 17 ชิ้น
10. เอกสารใบสลิปโอนเงิน จำนวน 40 ฉบับ
สถานที่จับกุม
จุดที่ 1 ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา ประมาณ 10.45 น.
จุดที่ 2 ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 06.30 น.
จุดที่ 3 แขวงคลองสามวา เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น.
จุดที่ 4 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา ประมาณ 08.30 น.
จุดที่ 5 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา ประมาณ 08.30 น.
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2567 ผู้กล่าวหาซึ่งเป็นสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ตรวจสอบพบความผิดปกติจากการที่กลุ่มผู้ถือบัตรเครดิตกลุ่มหนึ่ง มีพฤติกรรมการขอเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตในวงเงินที่สูงแล้วนำไปรูดซื้อสินค้าโดยไม่มาชำระเงินค่าบัตรเครดิต จึงได้มีการตรวจสอบพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้ มีลักษณะเพิ่มวงเงินด้วยการฝากเช็คแล้วนำไปรูดซื้อสินค้า ภายหลังธนาคารไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้ ทำให้ได้รับความเสียหายกว่า 18 ล้านบาท ผู้กล่าวหาจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.
จากการสืบสวนสอบสวน ทราบว่ากลุ่มคนร้าย มีลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันกระทำความผิด โดยจะมีฝ่ายชักชวนหาผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารต่างๆ ผ่านกลุ่มเพิ่มวงเงินและกลุ่มเงินกู้บนแพลตฟอร์ม Facebook อ้างว่า สามารถช่วยรีไฟแนนซ์และเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตได้ เมื่อผู้ถือบัตรเครดิตบางรายสนใจจะมีนายหน้าเข้ามาติดต่อกับเจ้าของบัตรโดยขอส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ แลกกับการดำเนินเรื่องเพิ่มวงเงินกับธนาคาร เมื่อตกลงกันได้กลุ่มคนร้ายจะนำข้อมูลส่วนตัวเจ้าของบัตรแอบอ้างตัวเป็นเจ้าของบัตรเครดิตโทรขอเพิ่มวงเงินกับธนาคาร จากนั้นจะนำฝากเช็คที่สาขาธนาคารเจ้าของบัตรเครดิต โดยมักจะเลือกนำฝากเช็คเข้าในวันศุกร์เพื่ออาศัยช่องว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ในการเคลียร์ริ่งเช็ค เพื่อให้ระบบของธนาคารโชว์ยอดวงเงินคงเหลือเพิ่มขึ้นชั่วคราว(ระหว่างรอเช็คเรียกเก็บเงิน) โดยในคดีนี้ได้มีการสั่งจ่ายเช็คเพื่อเพิ่มวงเงินในบัตรเครดิต จำนวนหลายใบ เป็นเงินจำนวน รวม 18,485,000 บาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนัดหมายพาเจ้าของบัตรเครดิตหรือนำบัตรเครดิตของผู้อื่นไปตระเวนรูดซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น ทองคำ และ วอยเชอร์หรือบัตรกำนัล จากห้างทองและซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังต่างๆ หลายๆ แห่งภายในวันเดียวกันจนเต็มวงเงินบัตร จากนั้นจะนำทรัพย์สินหรือผลประโยชน์มาแบ่งกันตามที่ตกลงกันไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ทราบว่า เช็คที่คนร้ายนำฝากเพื่อเพิ่มวงเงินเป็นเช็คของบริษัทซึ่งคนร้ายเป็นอดีตกรรมการผู้มีอำนาจ และได้มีการขายบริษัทไปก่อนหน้านั้นแล้ว แต่คนร้ายยังคงนำเช็คของบริษัทดังกล่าว ไปปลอมลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจคนปัจจุบัน ซึ่งจากการตรวจสอบลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คพบว่าไม่ตรงกับตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเช็คที่ให้ไว้กับธนาคาร อีกทั้งยังพบว่าเจ้าของบัตรบางรายได้มอบบัตรเครดิตของตนให้กับกลุ่มคนร้ายโดยเข้าใจว่านำไปเพื่อดำเนินการเพิ่มวงเงินบัตรเครดิต โดยไม่ทราบว่ากลุ่มคนร้ายนำบัตรเครดิตของตนไปรูดซื้อทรัพย์สิน จนเป็นหนี้สินจำนวนมาก ในคดีนี้มีผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดซึ่งแบ่งหน้าที่ต่างๆ จำนวน 6 ราย ได้แก่ นายนอ หัวหน้าผู้สั่งการ, นายภอ ลูกน้องคนสนิทของนายนอ ทำหน้าที่วิ่งนำเช็คเข้าและติดต่อการเพิ่มวงเงินกับธนาคาร, นางสาวพอ และนางสาวญอ ทำหน้าที่ โพสต์โฆษณาชักชวนและติดต่อผู้ถือบัตรเครดิตเพื่อขอเพิ่มวงเงิน และพาเจ้าของบัตรหรือนำบัตรของผู้อื่นไปรูดซื้อทรัพย์สิน, นางสาวกอ ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝากเช็คเพื่อขอเพิ่มวงเงินและนำบัตรเครดิตของผู้อื่นไปรูดซื้อทรัพย์สิน, นางสาวสอ เป็นเจ้าของบัตรเครดิตซึ่งหลังจากขอเพิ่มวงเงินแล้ว ได้นำบัตรของตนไปรูดซื้อทองคำแล้วนำมาแบ่งผลประโยชน์กัน พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติต่อศาล
ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา
ต่อมาวันที่ 22 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. และ ส.ทล.3 กก.4 บก.ทล. ได้ระดมกำลังนำหมายค้นเข้าตรวจค้นจับกุม รวม 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จ.ปทุมธานี และ จ.อุดรธานี จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 5 ราย ในส่วนของนางสาวสอ พนักงานสอบสวนได้แจ้ง ข้อกล่าวหาไว้แล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดทรัพย์สินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
25 มกราคม 2569
25 มกราคม 2569
25 มกราคม 2569
25 มกราคม 2569