วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 16:09 น.
"นายกฯ อนุทิน" นำแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด ห้วงเดือน 1 ต.ค. 68 - 18 ม.ค. 69 ของ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคีเครือข่าย ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์ 3.3 พันล้านบาท
วันนี้ (19 ม.ค. 69) เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้วง 1 ตุลาคม 2568 - 18 มกราคม 2569 ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง และหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทั้งตำรวจ ป.ป.ส. กอ.รมน. ทหาร ฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และสื่อมวลชน ร่วมเป็นจำนวนมาก
นายอนุทิน กล่าวว่า ในห้วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น เพื่อปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญและยึดอายัดทรัพย์สินได้จำนวนมาก
“ผลสำเร็จของปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่นี้คือประจักษ์พยานแห่งความมุ่งมั่นและทุ่มเทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และทุกหน่วยงานภาคีที่หลอมรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวในการต่อสู้กับเครือข่ายยาเสพติดอย่างถอนรากถอนโคน รัฐบาลขอให้คำมั่นอย่างหนักแน่นว่าจะยืนหยัดเคียงข้างและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ในทุกมิติ ทั้งในด้านนโยบาย ทรัพยากร และการคุ้มครองดูแลผู้ปฏิบัติงานที่ซื่อสัตย์สุจริตและกล้าหาญ เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังโดยไร้กังวล” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลพร้อมขจัดทุกอุปสรรคและสกัดกั้นเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดอย่างสุดความสามารถ โดยล่าสุดก็ได้อนุมัติงบกลางเพื่อจัดซื้อรถเอกซเรย์เคลื่อนที่สมรรถนะสูงให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจค้นยาเสพติดที่ซุกซ่อนได้อย่างแม่นยำและคล่องตัวยิ่งขึ้น เพราะการกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งความอดทนและการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เหนือสุดไปจนถึงใต้สุดของประเทศ ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นล้วนมาจากความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ กองทัพ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม และฝ่ายปกครอง ที่ทำงานสอดประสานกันอย่างไร้รอยต่อ
“สำหรับผลการกวาดล้าง 14 เครือข่ายยาเสพติดครั้งนี้ มีคดีสำคัญ คือการจับกุม นายเฉียง หมิงเพิ่ง ชาวไต้หวัน ผู้บงการขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติย่านอโศก ซึ่งดัดแปลงเฮโรอีนเป็นของเหลวคล้ายโลชั่นส่งออกทางพัสดุระหว่างประเทศ และมีหมายจับคดีร้ายแรงในต่างประเทศถึง 4 ข้อหา นอกจากนี้ยังมีการทลายเครือข่าย "นักบินปราจีนบุรี" และกลุ่มผู้ค้าในภาคอีสาน-ภาคเหนือ ยึดยาบ้ารวมกว่า 4.4 ล้านเม็ด และยาไอซ์กว่า 62 กิโลกรัม รวมถึงการจับกุมว่าที่สมาชิก ส.อบต. ในจังหวัดมุกดาหาร พร้อมยาบ้า 282,000 เม็ด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นในการกวาดล้างกลุ่มผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่เข้าไปพัวพันกับยาเสพติด
ในส่วนของการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงลงสู่ภาคใต้และการขนส่งล็อตใหญ่ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้รวมกว่า 11.4 ล้านเม็ด และยาไอซ์อีกกว่า 1,000 กิโลกรัม โดยมีเคสสำคัญคือการจับกุมยาบ้า 7.4 ล้านเม็ดและเฮโรอีน 112 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนมากับรถบรรทุกในจังหวัดราชบุรี รวมถึงการจับกุมยาไอซ์รวม 796 กิโลกรัมในพื้นที่จังหวัดนครพนมและสกลนครโดย บช.ตชด. ภาค 2 และการตรวจยึดยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ดที่อำพรางในกระป๋องอาหารส่งผ่านระบบขนส่งเอกชนไปยังจังหวัดชุมพร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดยานพาหนะของกลางจำนวนมาก อาวุธปืน และเร่งขยายผลเพื่ออายัดทรัพย์สินของขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”
โดยสรุปผลของการจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น จำนวน 89,076 คดี ผู้ต้องหา 88,421 คน พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 330,148,613 เม็ด ไอซ์ 1,100,855 กิโลกรัม เฮโรอีน 269.20 กิโลกรัม คีตามีน 1960.09 กิโลกรัม ยาอี 207,924 เม็ด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 3,396 ล้านบาท
“ขอให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจว่ารัฐบาลไม่เคยหยุดนิ่งหรือผ่อนปรนในการปราบปรามภัยร้ายของชาติ และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ยอมเอาตัวเข้าแลกกับอันตรายเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากภาคประชาชนให้ร่วมเป็นหูเป็นตา เพราะการทำลายวงจรยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดจะสำเร็จได้ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน รัฐบาลยืนยันจะสนับสนุนภารกิจอันทรงเกียรตินี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อคืนสังคมที่สะอาดและปลอดภัยให้แก่ลูกหลานไทยสืบไป โดยหากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและทุกเรื่อง สามารถแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการกับผู้กระทำความผิดโดยทันที” นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย


