วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 12:46 น.
นับเป็นเรื่องที่ประทับใจและน่ายินดีอีกครั้ง เมื่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้ต้อนรับลูกเต่าตนุน้อยอีก 51 ตัว ที่ฟักตัวสำเร็จจากรังที่ 3 ในฤดูกาลนี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 นับเป็นสัญญาณแห่งความหวังใหม่สำหรับการอนุรักษ์เต่าทะเลหายากในทะเลอันดามัน
นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามและเก็บข้อมูลการฟักไข่ของลูกเต่าตนุอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกที่แม่เต่าที่มีชื่อว่า "สายฝน" ขึ้นมาวางไข่บริเวณชายหาดทรายขาวบนเกาะเมียงเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา จากไข่เต่าตนุทั้งหมด 62 ฟอง สามารถฟักตัวสำเร็จได้ถึง 51 ตัว คิดเป็นอัตราการฟักร้อยละ 82.26 ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป โดยใช้ระยะเวลาฟักประมาณ 66 วัน ก่อนที่ลูกเต่าน้อยเหล่านี้จะทะยานออกจากรังทรายและเริ่มต้นการเดินทางสู่ท้องทะเลอันดามันด้วยสัญชาตญาณแห่งการอยู่รอด
ลูกเต่าตนุ (Green Turtle) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเต่าที่เพิ่งฟักใหม่มีขนาดเพียง 5-6 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 15-20 กรัม และต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในการเติบโตจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งมีเพียง 1 ใน 1,000 ตัวเท่านั้นที่จะสามารถรอดชีวิตจนเจริญพันธุ์ได้ การเดินทางครั้งแรกจากรังสู่ทะเลถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด เนื่องจากลูกเต่าต้องหลบหลีกจากผู้ล่าบนบก เช่น นกกินเนื้อและปู ก่อนจะลงสู่ท้องทะเลที่ยังคงมีปลาขนาดใหญ่รอคอยล่าเหยื่ออยู่
นายศิริวัฒน์ กล่าวเสริมว่า อัตราการฟักตัวที่สูงในครั้งนี้เป็นผลมาจากการวางมาตรการป้องกันและดูแลอย่างจริงจัง ทั้งการลาดตระเวนเฝ้าระวังภัยคุกคามตลอด 24 ชั่วโมง การควบคุมและจัดการแสงสว่างบริเวณชายหาดเพื่อไม่ให้รบกวนการฟักตัวของลูกเต่า ตลอดจนการจำกัดกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ละเอียดอ่อนเพื่อลดการรบกวนต่อแม่เต่าและลูกเต่า ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้กับลูกเต่าที่เปราะบางเหล่านี้
ความสำเร็จในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการดำเนินงานอย่างมุ่งมั่นภายใต้โครงการของมูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระราชปณิธาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล โดยเฉพาะแนวปะการัง สิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และสัตว์ทะเลหายาก เพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนสืบไป การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรอนุรักษ์ และชุมชนท้องถิ่นจึงนำไปสู่ความสำเร็จในวันนี้
เต่าตนุมีลักษณะเฉพาะคือการกลับมาวางไข่ที่ชายหาดเดิมที่ตนเองเกิด โดยเต่าตัวเมียจะใช้เวลาประมาณ 20-30 ปีกว่าจะเติบโตเต็มวัยและกลับมาสืบพันธุ์ ซึ่งหมายความว่าลูกเต่าที่ฟักออกมาในวันนี้อาจจะกลับมายังชายหาดเกาะเมียงอีกครั้งในอีก 2-3 ทศวรรษข้างหน้า หากสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ในท้องทะเลได้อย่างปลอดภัย
ทุกชีวิตมีความหมาย ลูกเต่าแต่ละตัวคือความหวังของท้องทะเล การได้เห็นลูกเต่าว่ายน้ำสู่ท้องทะเลคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทุกคนที่ร่วมกันปกป้องธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจะยังคงมาตรการเฝ้าระวังและปกป้องชายหาดอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลวางไข่ พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว หากพบเต่าทะเลขึ้นวางไข่หรือพบลูกเต่า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หมายเลข 1362 หรือติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันโดยตรง เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสมบัติล้ำค่าของท้องทะเลไทยให้คงอยู่สืบไป





18 มกราคม 2569
18 มกราคม 2569