วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 15:26 น.
ซินหัว รายงานว่า — เมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวผ่านคำแถลงที่ส่งทางอีเมลว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะทำงานกำลังพิจารณาตัวเลือกต่างๆ ในการได้มาซึ่งดินแดนกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึงตัวเลือกอย่าง “การใช้กองทัพสหรัฐฯ” โดยนี่เป็นเป้าหมายนโยบายต่างประเทศที่สำคัญและพันธกิจความมั่นคงของชาติ ซึ่งสำคัญต่อการยับยั้งศัตรูในภูมิภาคอาร์กติก
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่าไม่มีใครกล้าต่อสู้กับสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ พยายามยึดกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก และจุดยืนอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ คือกรีนแลนด์ควรเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ทรัมป์เน้นย้ำระหว่างให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับนิตยสารดิ แอตแลนติก เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ว่าสหรัฐฯ ต้องการได้กรีนแลนด์เพื่อการป้องกันประเทศ พร้อมยืนยันว่าเวเนซุเอลาอาจไม่ใช่ประเทศสุดท้ายที่สหรัฐฯ เข้าแทรกแซง และการเทียบเคียงกรณีสหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลาขนานใหญ่กับกรณีกรีนแลนด์นั้นขึ้นอยู่กับผู้อื่น
ด้าน เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ตอบโต้เมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) ว่าหากสหรัฐฯ เลือกใช้กำลังทหารเข้าโจมตีประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) จะทำให้ทุกอย่างจบลง รวมถึงนาโตและความมั่นคงที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
บรรดาผู้นำของฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี โปแลนด์ สเปน สหราชอาณาจักร และเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) ซึ่งระบุว่ามีเพียงเดนมาร์กและกรีนแลนด์เท่านั้นที่มีสิทธิตัดสินใจประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ พร้อมเน้นย้ำว่าความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกยังคงเป็นพันธกิจหลักของยุโรป ทั้งสำคัญต่อความมั่นคงระหว่างประเทศและความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยนาโตแสดงความชัดเจนแล้วว่าภูมิภาคอาร์กติกเป็นพันธกิจสำคัญสูงสุดและกลุ่มพันธมิตรในยุโรปกำลังเพิ่มการดูแลพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ ทรัมป์แสดงความต้องการเข้าควบคุมกรีนแลนด์บ่อยครั้งตั้งแต่เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีกครั้งในเดือนมกราคม 2025 โดยทรัมป์ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารหรือการบีบบังคับทางเศรษฐกิจเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
18 มกราคม 2569
18 มกราคม 2569