หน้าแรก > อาชญากรรม

ตร.ตามรวบวัยรุ่นรับจ้างเปิดบัญชี หนี 5 หมายจับ พบโยง 33 คดีออนไลน์ทั่วไทย ความเสียหายกว่า 17 ล้านบาท

วันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 14:57 น.


วันที่ 7 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำกำลังจับกุม ชาย อายุ 21 ปี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา

“เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐาน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือ ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อ ตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

โดยจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

พฤติการณ์ในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้ตรวจสอบข้อมูลในระบบระบบรับแจ้งความออนไลน์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าแจ้งความหลังตกเป็นผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยตรวจสอบพบเคสที่น่าสนใจ เป็นกรณีมีที่มีประชาชนหลายรายตกเป็นเหยื่อจากการหลอกลวงหลายรูปแบบแตกต่างกัน แต่มีความเชื่อมโยงเข้ากับบัญชีม้ารายเดียวกัน จำนวน 33 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า 17 ล้านบาท

จากการตรวจสอบในระบบ พบว่าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหารายดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับคดีออนไลน์ที่มีผู้เสียหายอยู่หลายท้องที่ทั่วประเทศ ทั้งใน กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี สิงห์บุรี สุรินทร์ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก มุกดาหาร ภูเก็ต รวมทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของ บช.สอท. อีกหลายคดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการหลอกให้ลงทุน แอบอ้างหน่วยงานรัฐโทรข่มขู่ให้โอนเงินตรวจสอบ และหลอกโอนเงินจองที่พัก

จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าว คือ ชาย อายุ 21 ปี ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบมีหมายจับติดตัว จำนวน 5 หมายจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์จึงนำกำลังลงพื้นที่จับกุมผู้ต้องหา ที่หลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับมารดา ที่บ้านหลังหนึ่ง ในอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาข้างต้นและควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถาม เจ้าตัวเปิดเผยว่า เมื่อประมาณปี 2567 ได้มีเพื่อนชักชวนให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยก่อนเดินทางไปไม่ทราบว่าไปทำงานอะไร แต่พอได้ข้ามไปที่ฝั่งกัมพูชาแล้ว จึงมีคนจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารในราคา 1,500 บาทต่อบัญชี ตนจึงเปิดไป จำนวน 9 บัญชี หลังจากอยู่ที่นั่นได้ประมาณ 15 วัน จึงเดินทางกลับ โดยขณะที่รับทราบข้อกล่าวหา เจ้าตัวยอมรับทั้งน้ำตาว่าตนเองกระทำความผิดจริงและยินดีรับโทษที่ตนเองก่อขึ้น โดยตนเองไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้บัญชีธนาคารไปหลอกลวงประชาชน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้กระทำผิดรายอื่นที่ตรวจพบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำตัวผู้กระความทำผิดและตรวจยึดของกลางที่อาจได้มาจากการกระทำผิด มาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม