24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569
>> ก.คมนาคม สรุปภาพรวมการเดินทางและอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 2569
08.00 น. กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) ได้สรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคม ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 (วันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569) (สะสม 6 วัน)
ระบบขนส่งสาธารณะทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศ สามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ การเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ มีจำนวนรวม 15,406,439 คน ลดลง ร้อยละ 7.38 (เปรียบเทียบกับวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568) ระบบขนส่งสาธารณะภายในประเทศ ที่มีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คือ
ทางราง คิดเป็นร้อยละ 41.84 ระบบขนส่งสาธารณะภายในประเทศ ที่มีผู้ใช้สูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ 1) ภาคกลาง: ทางอากาศ (ขาเข้า) 330,997 คน 2) ภาคใต้: ทางราง 205,651 คน 3) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ทางถนน 170,775 คน 4) ภาคเหนือ: ทางราง 110,030 คน 5) ภาคตะวันออก: ทางถนน 114,362 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ (ถนน ราง น้ำ อากาศ) จำนวนรวม 1,689,159 คน ลดลงร้อยละ 11.72
ด้านการจราจรเข้า - ออก กรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 6,371,580 คัน ลดลงร้อยละ 4.26 (เปรียบเทียบกับวันที่ 27 ธันวาคม 2567 - 1 มกราคม 2568)
>> จ.ตราด รถกระบะเสียหลักชนเสาเกาะกลาง แล้วเกิดเพลิงลุกไหม้วอดทั้งคัน คนขับบาดเจ็บ อาสากู้ภัยนำส่ง รพ.
0853 น. สมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถยนต์เสียหลักชนเกาะกลางแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้ บนถนนสาย 3 บริเวณหน้าโรงหมู บ้านห้วงโสม ในพื้นที่ ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถกระบะ ป้ายทะเบียน ตราด อยู่กลางถนน พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ชาย 1 ราย อายุ 36 ปี มีบาดแผลบริเวณปาก เจ็บขา รู้สึกตัวดี มีของหลวงเสียหาย พร้อมประสานรถแอดวานซ์โรงพยาบาลคลองใหญ่ ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ร่วมดำเนินการใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงสงบ เสียหายทั้งคัน ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองใหญ่
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ลุกลามโกดังอะไหล่ยนต์บ่อวิน จ.ชลบุรี วอดทั้งหลังรถเสียหายรวม 8 คัน
09.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนซึ่งเปิดเป็นร้านรับซื้อของเก่า และโกดังเก็บอะไหล่รถยนต์ ภายในซอยอัลลายน์ ใกล้วัดบ่อวินเก่า บ้านที่หมู่ 2 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
จากกรณี ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตำบลบ่อวิน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านหลังดังกล่าว หลังรับแจ้งจึงประสานฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชา สถานีตำรวจภูธรบ่อวิน พร้อมรถดับเพลิงจากเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบัง และเทศบาลเมืองศรีราชา เข้าระงับเหตุ โดยมีอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ศรีราชา คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่
ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากภายในจุดเกิดเหตุเป็นร้านรับซื้อของเก่า และจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ซึ่งมีวัสดุติดไฟง่ายจำนวนมาก อาทิ แบตเตอรี่รถยนต์ และอุปกรณ์ส่วนควบคุมรถยนต์ ส่งผลให้เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบ้านพัก และโกดังได้รับความเสียหายวอดทั้งหลัง นอกจากนี้ยังพบรถยนต์ถูกไฟไหม้เสียหาย 3 คัน และรถจักรยานยนต์เสียหายอีก 5 คัน อยู่ภายในกองเพลิง โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม จะต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป
>> นายกฯ อนุทิน นำคณะรัฐมนตรี ทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล
09.08 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง หัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และข้าราชการทำเนียบรัฐบาลร่วมพิธี
โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ครม. ถวายผ้าไตรและถวายเครื่องไทยธรรม จำนวน 10 รูป โดยนายกรัฐมนตรีถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานสงฆ์ พระสงฆ์สวดอนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร ประธานสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ครม. พร้อมผู้ร่วมพิธีไปยังโต๊ะสำหรับตักบาตร ณ บริเวณแนวถนนด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี เพื่อร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์เดินออกรับบิณฑบาตจำนวน 69 รูป โดยแบ่งพระสงฆ์เป็น 4 สาย สายละ 18 รูป เสร็จพิธีฯ จบแล้ว นายกรัฐมนตรีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล (เทพนรสิงห์ พระพรหม พระภูมิ และศาลตายาย) เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่
>> รถตู้โดยสารเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง ช่วงโค้งวนศาสตร์ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บหลายราย จ.นครราชสีมา
09.10 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัย ฮุก 31จุดไทยสามัคคี ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถตู้เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 ฝั่งมุ่งหน้ำนครราชสีมา บริเวณหลัก กม.ที่ 243 ช่วงทางโค้งวนศาสตร์ ในพื้นที่ ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
ทีเกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีขาว ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ในพงหญ้าข้างทาง สภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 14 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือ และได้ดำเนินการนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.วังน้ำเขียว จำนวน 6 ราย และ รพ.ปักธงชัย จำนวน 8 ราย ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 57 ปี และ อายุ19 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุดมทรัพย์
>> โค้งสุดท้ายคุมเข้มปีใหม่ "ยอดเมาขับลดลง" กรมคุมประพฤติพร้อมเฝ้าระวังอุบัติเหตุต่อเนื่อง
09.59 น. ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ประจำวันที่ 4 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่หกของมาตรการควบคุมเข้มงวด พบว่า มีคดีเข้าสู่ระบบ ทั้งสิ้น 813 คดี โดยเป็น
ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 774 คดี คิดเป็นร้อยละ 95.20, คดีขับเสพ จำนวน 39 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.80
ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 6 วัน (30 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569) รวมทั้งสิ้น 3,936 คดี แบ่งเป็น
ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,731 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.79, ขับรถประมาท จำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.10, ขับเสพ จำนวน 199 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.06 และ ขับซิ่ง จำนวน 2 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.05
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งมีคดีขับรถขณะเมาสุราจำนวน 1,542 คดี พบว่าในปีนี้ มีจำนวน 774 คดี ลดลง 768 คดี
ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. นนทบุรี จำนวน 341 คดี 2. กรุงเทพมหานคร จำนวน 290 คดี และ 3. สมุทรปราการ จำนวน 233 คดี
>> 7 วันอันตราย สะสม 6 วันปีใหม่ 69 เสียชีวิต 241 ราย สาเหตุอุบัติเหตุสูงสุด ขับรถเร็วเกินกำหนด
10.15 น. นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 175 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 174 คน ผู้เสียชีวิต 27 ราย
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 32.57 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 30.86 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 68.58 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นราธิวาส (12 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นราธิวาส (12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ เพชรบูรณ์ (3 ราย)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วัน (30 ธ.ค. 68 - 4 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,364 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,313 คน ผู้เสียชีวิต รวม 241 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (50 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (53 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (20 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด
>> แจ้ง 3 ข้อหา ลูกชายร้านขายแก๊ส ขอเงินแม่ไม่ให้ วางเพลิง เผาตลาดเขาทราย จ.พิจิตร เสียหาย 10 คูหา
11.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีที่ เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บริเวณตลาดสดตำบลเขาทราย หมู่ 10 ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร 10 คูหา มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ก่อนที่ทางตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าจะวางเพลิงไปสอบปากคำนั้น
วันนี้ พ.ต.อ.ภีมภณ ม่วงศรี ผกก.สภ.ทับคล้อ จ.พิจิตร กล่าวว่า ความคืบหน้าไฟไหม้ตลาดเทศบาลตำบลเขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร เสียหาย 10 คูหา มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เหตุเกิดวานนี้ (4มค.69) ว่า ต้นเพลิงมาจากบ้านซึ่งเป็นร้านขายแก๊ส โดยผู้ก่อเหตุ คือ ลูกชายเจ้าของร้านแก๊ส อายุ 37 ปี หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ ได้ และควบคุมตัวไปสอบปากคำ แต่ปรากฏว่าผู้ก่อเหตุยังพูดจาวกไปวนมา
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ประกอบด้วย วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นโดยเจตนา ,พกพาอาวุธปืน และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมแฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยสาเหตุคร่าวๆ คาดว่าเกิดจากผู้ก่อเหตุมีปากเสียงกับแม่ เรื่องขอเงินแต่แม่ไม่ให้ จากนั้นขึ้นไปบนห้องนอนแล้วจุดไฟ
ด้าน น.ส.ธนิยา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ระบุว่า หลังเกิดเหตุ ได้เตรียมระดมทุกหน่วยงานเข้าไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเตรียมมอบเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของ ปภ. ซึ่งทางจังหวัดจะช่วยเต็มที่
>> บขส.เผย ยอดเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 รวม 10 วัน ผู้โดยสารใช้บริการกว่า 1.2 ล้านคน
12.10 น. นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยข้อมูลการเดินทางประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 รวม 10 วัน มีประชาชนเดินทาง (เที่ยวไป – กลับ) จำนวน 1,283,311 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 73,961 เที่ยว แบ่งเป็น เที่ยวไป จำนวน 668,708 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 36,765 เที่ยว เที่ยวกลับ จำนวน 614,603 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 37,196 เที่ยว โดยประชาชนเดินทางไปยังกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มากที่สุด รองลงมาเป็นภาคเหนือ และภาคใต้ ตามลำดับ
จากข้อมูลการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ในเที่ยวไปเดินทางออกจากกรุงเทพฯ พบว่า วันที่ 30 ธันวาคม 2568 มีประชาชนเดินทางเที่ยวไป – กลับ มากที่สุด จำนวน 141,630 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 7,739 เที่ยว ส่วนเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ คือ วันที่ 4 มกราคม 2569 มีประชาชนเดินทางในเที่ยวไป – กลับ สูงสุด จำนวน 142,339 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 7,878 เที่ยว
ส่วนข้อมูลสถิติรถโดยสารที่เกิดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ช่วงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 รวม 10 วัน พบว่า รถโดยสาร บขส. อุบัติเหตุเป็นศูนย์ ขณะที่ รถร่วมฯ เกิดอุบัติเหตุ 6 ครั้งบาดเจ็บ 22 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
>> ไฟไหม้อาคารกำลังก่อสร้าง แถวพัทยาใต้ เจ้าหน้าที่ทำการดับไฟทันไม่ลุกลาม
13.30 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารบริเวณหลังบิ๊กซีพัทยาใต้ ใกล้เคียงพัทยาใต้ซอย 1 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางบกเมืองพัทยา นำรถดับเพลิงออกตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารกำลังก่อสร้างสูง 55 เมตร ได้มีแสงเพลิงและกลุ่มควันอยู่บริเวณดาดฟ้าของตัวอาคาร เจ้าหน้าที่พร้อมกำลังเข้าตรวจสอบ จุดเพลิงไหม้เป็นฟอร์มฉนวนหลังคากันความร้อนได้เกิดไหม้ เจ้าหน้าที่ทำการดับไฟเป็นที่เรียบร้อย
เบื้องต้นในพื้นที่ไม่มีผู้รับบาดเจ็บและติดภายใน จากเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นช่วงจังหวะกำลังพักงานเพิ่งจะเริ่มเข้ากับทำงานและตัวต้นเพลิงน่าจะเกิดจากก่อนหน้านี้มีการเชื่อมและสะเก็ดไฟน่าจะกระเด็นไปโดนเลยทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ยังไงแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยาลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน
>> "บิ๊กเต่า" หอบสำนวนหมื่นหน้า ยื่น ป.ป.ช. ฟัน 6 ราย คดีสินบน คัดค้านกรรมการร่วมไต่สวน ยันไร้กลั่นแกล้ง
15.40 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานกว่า 10,000 หน้า เข้ายื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนแลกการช่วยเหลือทางคดี พร้อมยื่นคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. 1 ราย ไม่ให้ร่วมพิจารณาคดี เนื่องจากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และเตรียมรายงานข้อเท็จจริงต่อประธานวุฒิสภา
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า การสอบสวนคืบหน้าแล้วกว่า 90% มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องรวม 6 ราย แบ่งเป็นข้าราชการ 2 ราย อดีตข้าราชการ 2 ราย และพลเรือน 2 ราย โดยยืนยันการดำเนินคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีการกลั่นแกล้ง พร้อมชี้แจงข้อมูลจากอดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นการเปิดเผยข้อเท็จจริง ไม่ใช่การแฉ และย้ำว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างคดีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์
>> รถกระบะบรรทุกผักเสียหลักตกข้างทาง มีผู้บาดเจ็บ 2 รายติดอยู่ภายในรถ ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ จ.ชุมพร
16.00 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยสายชลชุมพร รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักตกลงข้างทาง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในรถจำนวน 2 ราย ริมถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ใกล้เคียงปั๊มสามดาวท่าแซะ ในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ สีขาว บรรทุกผักสด ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ข้างทาง สภาพรถเสียหายทั้งคัน ทางหน่วยกู้ภัยสายชลชุมพร ร่วมกับหน่วยกู้ชีพกู้ภัยในพื้นที่ พร้อมอุปกรณ์ตัด-ถ่าง เข้าดำเนินการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ สามารถนำผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นผู้โดยสารออกจากตัวรถได้อย่างปลอดภัย ผู้บาดเจ็บเป็น เพศชาย 1 ราย และเพศหญิง 1 ราย อายุประมาณ 25–35 ปี และมอบให้รถกู้ชีพโรงพยาบาลท่าแซะ รับผู้บาดเจ็บทั้ง 2 ราย นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน พื้นที่ สภ.ท่าแซะ
>> ตำรวจไซเบอร์ จับวัยรุ่นสร้างตัว สั่งปืนเถื่อนออนไลน์ขายต่อหวังฟันกำไร
16.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (กก.4 บก.สอท.3) นำกำลังเข้าจับกุม ชาย อายุ 20 ปี พร้อมของกลาง ประกอบด้วย อาวุธปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .380 มม. ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .380 มม. จำนวน 6 นัด และแม็กกาซีน จำนวน 1 อัน โดยจับกุมได้ที่ ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.จตุรพักตรมิพาน จ.ร้อยเอ็ด
การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.3 ได้สืบสวนพบการกระทำความผิดผ่านทางโซลเซี่ยลมีเดีย เกี่ยวกับการลักลอบซื้อ-ขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย จึงได้แฝงตัวเป็นลูกค้าเพื่อทดลองติดต่อขอซื้ออาวุธปืน กระทั่งมีบัญชีเฟซบุ๊ก รายหนึ่ง ตกลงขายอาวุธปืนสั้นให้ จำนวน 1 กระบอก โดยนัดส่งมอบสินค้ากันที่ปั้มน้ำมันดังกล่าว
ต่อมา เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง ร่วมกันวางแผนเข้าจับกุม โดยโทรศัพท์ให้ผู้ซื้อเข้าไปตรวจสอบอาวุธปืนสินค้าที่เตรียมมา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปลอมตัวจึงเข้าไปตรวจตรวจดูอาวุธปืนดังกล่าว แต่ระหว่างตรวจสอบ ผู้ที่นำอาวุธปืนมาส่งมีท่าทีไหวตัวทัน และพยายามจะขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่วางกำลังซุ่มดูอยู่บริเวณใกล้เคียง จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุม
การสอบสวนเบื้องต้น เจ้าตัวรับสารภาพว่า ของกลางที่ตรวจพบในรถเป็นของตนเองจริง โดยสั่งซื้อมาจากเฟซบุ๊กเพื่อนำมาขายต่อทำกำไร แต่ปัจจุบันไม่สามารถติดต่อบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวได้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป
>> รถ 6 ล้อโดยสารรับส่งนักเรียน เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง นักเรียนเจ็บระนาว จ.ร้อยเอ็ด
16.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมไพร รับแจ้งอุบัติเหตุรถหกล้อรับ-ส่งนักเรียนพลิกคว่ำ บนถนนสายพนมไพร-มหาชนะชัย หน้าป่ายางรีสอร์ท บ.ไทยสมบูรณ์ ต.พนมไพร อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด มีผู้บาดเจ็บหายราย
เกิดเหตุ พบรถ 6 ล้อโดยสารรับ-ส่งนักเรียน อีซูซุ สีฟ้า ป้ายทะเบียน ยโสธร สภาพพลิกคว่ำชี้ฟ้ามีเพลิงลุกไหม้ มีผู้บาดเจ็บติดภายในรถ จำนวน 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 10 ราย ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา เบื้องต้นกู้ภัยวัดกลางอุดมเวชและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลพนมไพร ได้เร่งนำส่งผู้บาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลพนมไพร
>> รัฐบาล จับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก หลังสถานการณ์ในเวเนซุเอลา
16.21 น. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ในเวเนซุเอลา ภายหลังสหรัฐมีปฏิบัติการทางทหารและประกาศว่าจะเข้าไปบริหารจัดการแหล่งน้ำมันดิบในเวเนซุเอลา ระบุว่า ในระยะสั้นต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ล่าสุดได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานเข้าไปดูแลเป็นพิเศษ และ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อไป
ส่วนที่ต้องจับตามองในระยะต่อไปคือประเด็นความกังวลเรื่องอุปทานของน้ำมันในตลาดโลกว่าจะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของสหรัฐ หากสามารถบริหารจัดการได้ดี จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากประเทศเวเนซุเอลาเป็นแหล่งที่มีปริมาณสำรองน้ำมันในระดับสูง ซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรงหรือมีการปะทะลุกลามไปยังประเทศอื่น การที่อุปทานน้ำมันไหลเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจะถือเป็นผลดี และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการเข้าไปบริหารจัดการ รวมถึงกระบวนการนำน้ำมันขึ้นมาใช้ต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน
ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ผลกระทบที่ต้องจับตาในทางเศรษฐกิจคือเรื่องของน้ำมันเป็นหลัก คาดว่าผลกระทบทางตรงกับประเทศไทยอาจจะมีไม่มากนัก แต่ถ้าจะมีก็เป็นผลกระทบทางอ้อมในเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งในเรื่องนี้ได้ประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ดูแลในส่วนนี้แล้ว
>> รถยนต์กระบะชนกับรถตู้ กลางแยกวัดใจ มีผู้บาดเจ็บหลายราย จ.ลพบุรี
17.35 น. รับแจ้งจาก อาสาฯร่วมกตัญญู จุดพัฒนานิคมลพบุรี มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถตู้ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณ 4 แยกซอย 16 สาย 3 หมู่ที่7 ตำบลช่องสาริกา อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีเทา ลักษณะชนกับเสาไฟข้างทาง สภาพหน้ารถพังเสียหาย และใกล้กันพบรถกระบะ โตโยต้า สีทอง สภาพข้างรถฝั่งขวา มีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นหญิง 1 รายและชาย 1 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง
สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่าเห็นรถยนต์กระบะมาจากทางซอย16 สาย3มุ่งหน้าไปทางซอย16 สาย4พอมาถึงสี่แยกได้มีรถยนต์ตู้ส่วนบุคคลที่วิ่งมาจากทางซอย15สาย 3 กำลังจะมุ่งหน้าไปทางซอย17สาย3 พอมาถึงที่เกิดเหตุที่เป็น4แยกทำให้รถทั้ง2คันเบรคไม่ทันชนเข้ากันอย่างแรง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัฒนานิคม
7 มกราคม 2569
7 มกราคม 2569
7 มกราคม 2569
7 มกราคม 2569
7 มกราคม 2569
7 มกราคม 2569