หน้าแรก > อาชญากรรม

ศูนย์ต้านโกงฯ พบฐาน Scam compound แห่งใหม่ในกัมพูชา ห่างปอยเปต 50 กม.

วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 13:26 น.


5 ม.ค.69 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดข้อมูลหลังจากปฏิบัติการกวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ที่ไทย จีน เมียนมา ร่วมมือกันทลายฐานแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ในพื้นที่สีเทาตามแนวชายแดน ทั้งการทำลายตึกบัญชาการอย่าง “KK Park” และ “ชเวก๊กโก” จนราบคาบ ส่งผลให้เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ต้องย้ายฐานหนีการปราบปราม

ล่าสุดพบการตั้ง Scam Compound แห่งใหม่ในเมืองมาลัย จังหวัดบันเจียนเมียนเตย ประเทศกัมพูชา ห่างจากปอยเปตราว 50 กิโลเมตร พบเป็นอาคาร 2 ชั้น แยกพื้นที่ทำงานและที่พักใกล้อุทยานมาลัย และยังอยู่ระหว่างขยายสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม ขณะที่ภายในมีแรงงานจากหลายชาติรวมถึงคนไทย อินเดีย และอินโดนีเซีย โดยมีชาวจีนเป็นผู้ควบคุม หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก

ศูนย์ ACSC ยังได้เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.68 – 3 ม.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 6,369 คดี มูลค่าความเสียหาย 222,116,678 บาท (เฉลี่ยประมาณ 31.73 ล้านบาทต่อวัน) ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 21-27 ธ.ค. 68 จำนวน 530 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 262,979,389 บาท พบว่าแม้จำนวนคดีจะลดลงเล็กน้อย แต่ความเสียหายกลับลดลงเป็นอย่างมาก คดีที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของปี (28 ธ.ค.68 – 3 ม.ค. 69) ส่วนใหญ่เป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายต่อรายไม่สูงเท่ากับช่วงสัปดาห์เทศกาลคริสมาสต์

หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ แต่รอบนี้มีจำนวนมากถึง 80.3 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2. คือการหลอกโอนหารายได้พิเศษ อันดับที่ 3. คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล โดยในช่วงวันที่ 2-3 ม.ค. มีแนวโน้มการเกิดปริมาณคดีที่เริ่มขยับสูงขึ้น เป็นสัญญานเตือนให้ระมัดระวังภัยออนไลน์ที่จะกลับมาเข้มข้นขึ้นในสัปดาห์แรกของการทำงาน

ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่า

อันดับ1. ยังคงเป็นคดีหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ขณะที่

อันดับ2. เป็นการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่แซงขึ้นมา ส่วนอันดับ 3. คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ

สำหรับรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ทั้งหมด 6 เคส และเราสามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 10 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1,213,319 บาท พร้อมทั้งสามารถจับกุมได้ 1 คดี

สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าสูง ได้แก่

เคสที่1 ตำรวจ สน.บางนา เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นหญิงวัย 42 ปี หลังพบว่ากำลังโอนเงินเข้าบัญชีม้า ตำรวจรีบช่วยระงับการโอนเงิน พร้อมแจ้งให้ทราบว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอก โดยผู้เสียหายให้การว่าได้ฝากเพื่อนเป็นหญิงซึ่งรู้จักกันมาระยะหนึ่งให้ช่วยจัดซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและสินค้าอื่นๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน TikTok ภายหลังจากผู้เสียหายโอนเงินไ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวม 130,000 บาท

เคสที่2 ในพื้นที่ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นหญิงวัย 61 ปี หลังพบว่ากำลังโอนเงินเข้าบัญชีม้า โดยเคสนี้คนร้ายได้ติดต่อผู้เสียหายผ่านไลน์ ชักชวนให้ลงทุนเล่นเกมบิงโก อ้างว่าจะได้รับเงินตอบแทน ผู้เสียหายแอบบุตรหลานเล่นบิงโก มูลค่าความเสียหาย 120,000 บาท

ส่วนเคสที่3 คนร้ายมีการหลอกลวงในลักษณะคล้ายกับเคสที่ 2 ในพื้นที่สภ.เมืองร้อยเอ็ด ผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 62 ปี หลังพบว่ากำลังโอนเงินเข้าบัญชีม้า ที่หลอกให้ลงทุน “บิงโก” ซึ่งผู้เสียหายได้ลงทุนไปทั้งสิ้น3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 55,000 บาท

ข่าวยอดนิยม