หน้าแรก > การเมือง

”พล.อ.อ.ประภาส“ สรุปบทเรียนการสื่อสารในภาวะวิกฤต ย้ำยึดข้อเท็จจริง–มนุษยธรรม–กฎหมายสากล

วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 18:32 น.


เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2568 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เปิดเผยถึงบทเรียนสำคัญจากการทำหน้าที่สื่อสารในภาวะวิกฤต โดยระบุว่า หัวใจของการสื่อสารในสถานการณ์อ่อนไหวคือการยึด “ข้อเท็จจริงและหลักฐาน” เป็นศูนย์กลาง สื่อสารอย่างชัดเจน สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้ พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์หรือถ้อยคำยั่วยุ ซึ่งอาจซ้ำเติมสถานการณ์และลดความน่าเชื่อถือของรัฐ

พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ยึดหลักการสื่อสาร 4 ประการ ได้แก่ การสื่อสารบนฐานข้อมูลที่ตรวจสอบได้ (Fact-based) การคำนึงถึงมนุษยธรรมและความปลอดภัยของประชาชน (Humanitarian-minded) การดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายทั้งในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ (Lawful) และการสื่อสารอย่างสุภาพ นิ่ง และเป็นมืออาชีพ (Calm & Professional)

“ถ้อยคำรุนแรงอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย และเปิดช่องให้เกิดความเข้าใจผิดในระดับนานาชาติ เราจึงเลือกสื่อสารให้หนักแน่นด้วยเหตุผล มากกว่าดังด้วยอารมณ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

สำหรับการรับมือกับข่าวลือหรือข้อมูลบิดเบือน ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ชี้แจงเฉพาะประเด็นที่กระทบต่อความปลอดภัยและความเข้าใจของสาธารณะ และตอบด้วยหลักฐานโดยไม่ขยายต่อข้อมูลเท็จ เพื่อไม่ให้กลายเป็นการช่วยกระจายข่าวลือ

ในด้านความรวดเร็วของการสื่อสาร พล.อ.อ.ประภาส อธิบายว่า ศูนย์ฯ ใช้หลัก “เร็วภายใต้ความถูกต้อง” โดยจัดระบบข้อมูลเป็นรอบเวลา มีชุดคำตอบมาตรฐาน (Q&A) และการประสานงานจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ทันสถานการณ์โดยไม่เกิดความผิดพลาด

พล.อ.อ.ประภาส ยังเน้นว่า การ “ฟังให้จบก่อนตอบ” เป็นสิ่งสำคัญในการแถลงข่าวภาวะวิกฤต เพราะช่วยให้ตอบตรงคำถาม ลดความขัดแย้ง และสะท้อนความเป็นมืออาชีพ โดยเป้าหมายไม่ใช่การเอาชนะการโต้เถียง แต่คือการทำให้สังคมเข้าใจข้อมูลตรงกันบนฐานข้อเท็จจริง

ส่วนการสื่อสารเรื่องความพร้อมทางทหาร ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะยืนยันการคุ้มครองอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน รักษาความพร้อมตามภารกิจ แต่ใช้ถ้อยคำที่ไม่ยั่วยุ ไม่ข่มขู่ และไม่สร้างความตื่นตระหนกแก่สังคม

“ความสม่ำเสมอของสารเป็นเรื่องสำคัญมากในภาวะวิกฤต เราจึงใช้สารหลักเดียวกันทุกช่องทาง ลดความสับสน ลดข่าวลือ และสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐสามารถควบคุมสถานการณ์ได้” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

นอกจากนี้ ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ยังมุ่งสร้างความมั่นใจให้สังคมด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่การปลุกอารมณ์ โดยเน้นการสื่อสารถึงมาตรการดูแลประชาชน ความปลอดภัย และความคืบหน้าที่สามารถตรวจสอบได้

สำหรับการพัฒนาการสื่อสารในอนาคต พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ศูนย์ฯ จะสรุปบทเรียนเป็นมาตรฐานการปฏิบัติ (SOP) พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลแบบรวมศูนย์ ชุด Q&A และสารหลักที่อัปเดตตามสถานการณ์ การสื่อสารหลายภาษาและหลายแพลตฟอร์ม รวมถึงการฝึกซ้อมและจำลองสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด พล.อ.อ.ประภาส ฝากถึงประชาชนให้ใช้หลัก “3 ตรวจ” ในการรับข่าวสารช่วงวิกฤต ได้แก่ ตรวจแหล่งข่าว ตรวจเวลา และตรวจหลักฐาน พร้อมติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการเป็นหลัก

“ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ยืนยันว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤตจะยึดข้อเท็จจริง มนุษยธรรม และกฎหมาย ควบคู่กับความพร้อมในการปกป้องประเทศอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีสากล”พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม