หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2568

วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 05:36 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 ธันวาคม 2568

>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิด “สวนเพลินพระโขนง” สวนพันล้านของคนกรุง พื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน เล่นกีฬาได้ทั้งครอบครัว

07.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดสวนสาธารณะและลานกีฬา “เพลินพระโขนง” เขตพระโขนง ระบุว่า พื้นที่แห่งนี้มีประวัติยาวนาน กว่าจะโอนจากกรมธนารักษ์และพัฒนาเป็นสวนสาธารณะได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบ และความปลอดภัย โดยเฉพาะห้องน้ำ เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่ทุกคนใช้งานได้อย่างสบายใจ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า แม้พื้นที่จะมีมูลค่าที่ดินสูงจนถูกขนานนามว่าเป็น “สวนพันล้าน” แต่กรุงเทพมหานครตั้งใจพัฒนาให้เป็นพื้นที่ของประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้นโยบาย "สวน 15 นาที" เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายใกล้บ้าน ภายในสวนแบ่งพื้นที่เป็นสวนสาธารณะ 60% และลานกีฬา 40% รองรับกิจกรรมออกกำลังกายและนันทนาการ 6 ประเภท อาทิ วิ่ง ฟุตซอล บาสเกตบอล เซปักตะกร้อ สนามเด็กเล่น และกิจกรรมครอบครัว หวังให้เป็นปอดของเมืองและพื้นที่แห่งความสุขของชุมชนอย่างยั่งยืน


>> ตำรวจทางหลวงโคราช ร่วมตำรวจภูธรโคราช จับเมาขับ แอลกอฮอล์ 306 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

09.08 น. เจ้าหน้าที่ออกตรวจเส้นทางช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ บนถนนมิตรภาพ พื้นที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา พบรถยนต์ขับส่ายไปมาลักษณะผิดปกติ จึงเรียกให้หยุดตรวจ พบมีกลิ่นสุรา ก่อนเป่าแอลกอฮอล์และตรวจวัดได้ 306 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าดื่มสุรามาก่อนขับรถ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา นำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> ทัพเรือภาคที่ 1 บุกล้อมจับเรือขนน้ำมันเถื่อนกว่าหมื่นลิตรกลางทะเลอ่าวไทย

09.26 น. พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับ ศรชล.ภาค 1 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา สถานีตำรวจภูธรสัตหีบ แถลงข่าวผลการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันกระทำผิดกฎหมาย จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568

ขณะเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในอ่าวไทยตามคำสั่งยุทธการจักรพงศ์ภูวนาถร ตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันมีพฤติการณ์ต้องสงสัย จอดทอดสมอบริเวณห่างจากเกาะเสม็ดไปทางทิศใต้ประมาณ 50 ไมล์ทะเล (ราว 90 กิโลเมตร) โดยไม่แสดงชื่อเรือ เลขทะเบียน ไม่ชักธงแสดงสัญชาติ และไม่เปิดระบบ AIS จึงควบคุมมาที่ท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สอบสวนดำเนินการสอบสวน

ผลการสอบสวนมีความผิดตาม พรบ.เดินเรือในน่านน้ำไทย และ พรก.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว มีแรงงานต่างด้าวทำงานในเรือผิดกฎหมาย 5 ราย เป็นชาวเมียนมา และกัมพูชา สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างถึงที่สุด


>> รถกระบะเสียหลักพลิกหงายท้องข้างทาง ริมถนนเขาคอม้า ทารกหญิงวัย 4 เดือนเสียชีวิต

09.42 น. สภ.ชาติตระการ รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะ ลื่นเสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนเขาคอม้า ซึ่งเป็นเส้นทางลัดชาติตระการ - ทองแสนขันธ์ ในพื้นที่ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน สกลนคร ลักษณะพลิกหงายท้องอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นครอบครัวเดียวกัน ได้แก่ พ่ออายุ 32 ปี, แม่อายุ 25 ปี และเด็กอายุ 2 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กทารกเพศหญิง อายุ 4 เดือน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากถนนลื่นในช่วงทางลงเขาและเป็นทางโค้งต่อเนื่อง ทำให้รถเสียการทรงตัวก่อนพลิกคว่ำลงข้างทาง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชาติตระการ


>> ทลายโรงงาน ลบ-แก้ไขวันหมดอายุนมกล่อง ส่งขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่า 13,000 ชิ้น

11.01 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคบ. ปฏิบัติการบุกทลายโรงงานเถื่อน ดัดแปลงบ้านพักใช้เป็นสถานที่ผลิต ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำนมยี่ห้อดังที่หมดอายุแก้ไขวันหมดอายุใหม่ ผลิตกาแฟผงสำเร็จรูป และแบ่งบรรจุผงชูรส ขายผ่านแฟลตฟอร์มออนไลน์ ยึดผลิตภัณฑ์อาหาร พร้อมเครื่องจักรอุปกรณ์การผลิต จำนวน กว่า 13,000 ชิ้น

โดยในส่วนสินค้าอย่างอื่น เช่น ผงชูรส จะนำมาแบ่งบรรจุเป็นถุงเล็กนำออกขาย สำหรับกาแฟที่พบ รับว่าตนเองเป็นผู้ผลิตโดยซื้อวัตถุดิบมาผสมเองแล้วบรรจุใส่ซองโดยไม่ติดฉลากออกขาย ในราคาซองละ 55 บาท และรับว่า สถานที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตเป็นสถานที่ผลิตอาหารแต่อย่างใด มียอดขายกาแฟ วันละประมาณ 100-150 ซอง รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดของกลางเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต กว่า 13,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1,500,000 บาท นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 ฐาน “จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารปลอม” ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่5,000 บาท- 100,000 บาท ฐาน “จำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท


>> ตำรวจจราจรวิภาวดี เข้ม กวดขันวินัยจราจร ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569

13.17 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วิภาวดีฯ เดินหน้ากวดขันวินัยการจราจรอย่างเข้มงวดเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วง เทศกาลปีใหม่ 2569

พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร (กก.2 บก.จร.) พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.จร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกวดขันวินัยจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าวและบริเวณแยกสุทธิสาร พบผู้กระทำความผิด รวมกว่า 33 ราย โดยพบการกระทำผิด ไม่สวมหมวกนิรภัยมากกว่า 12 ราย


>> ศาลอาญาเตรียมเปิดศูนย์คุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์ ยกระดับคุ้มครองสิทธิไซเบอร์ ชี้คดีออนไลน์พุ่งแซงยาเสพติด

13.38 น. คณะผู้บริหารศาลอาญาจัดกิจกรรมผู้บริหารพบสื่อมวลชน โดยนายรัฐวิชญ์ อริยพัชญ์พล ผู้พิพากษาหัวหน้าแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ศาลอาญาเตรียมเปิด “ศูนย์คุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์” เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิประชาชนด้านไซเบอร์ หลังพบสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปีที่ผ่านมาแผนกคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรับคดีมากกว่า 4,500 เรื่อง สูงกว่าคดียาเสพติดกว่าเท่าตัว ถือเป็นโจทก์ใหญ่ของศาลยุติธรรมในปี 2569

นายรัฐวิชญ์ ระบุว่า ภารกิจสำคัญของศูนย์ฯ คือการพิจารณาคำร้องปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 20 ซึ่งที่ผ่านมาได้มีคำสั่งปิดเว็บไซต์แล้วกว่า 500,000 เว็บไซต์ รวมถึงการให้คำปรึกษา รับคำร้องผู้เสียหายจากภัยออนไลน์ และส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้กฎหมายอาญาฉบับแก้ไขใหม่จะเพิ่มความผิดเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ เปิดช่องให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสั่งลบข้อมูลหรือภาพไม่เหมาะสมออกจากระบบออนไลน์ได้ พร้อมเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการเป็น “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมออนไลน์ โดยศาลอาญาจะเร่งสร้างเครือข่ายให้ความรู้เพื่อป้องกันและลดปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม


>> เพลิงไหม้ห้องพัก บนแมนชั่น ย่านลาดพร้าวซอย 122 เสียหายวอดทั้งห้อง

14.35 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 122 แยก 13 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องเลขที่ 105 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่สำรองชนิดพกพา ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก


>> กองทัพเรือ เตรียมเอาผิดทางวินัย ทหารเรือหลังถูกกล่าวหาทำผิดอาญาต่อหญิงคนหนึ่ง ในพื้นที่สัตหีบ

16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีมีการกล่าวอ้างว่าข้าราชการทหารเรือรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาต่อสตรีในพื้นที่อำเภอสัตหีบนั้น พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการในสังกัดกองทัพเรือจริง ขณะนี้หน่วยต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว และพร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่

กองทัพเรือขอยืนยันว่า แม้กรณีดังกล่าวจะเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่หากผลการตรวจสอบและกระบวนการทางกฎหมายปรากฏชัดว่ามีการกระทำความผิดจริง จะถือเป็นการประพฤติตนที่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบและวินัยทหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ทั้งนี้ กองทัพเรือจะดำเนินการทางวินัยควบคู่ไปกับกระบวนการทางกฎหมาย และหากพบว่ากระทำความผิดจริง ก็จะลงโทษตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น

ทั้งนี้ กองทัพเรือยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายปกป้องหรือให้การเอื้อประโยชน์แก่ผู้กระทำผิดไม่ว่ากรณีใด


>> รถอเนกประสงค์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.ร้อยเอ็ด

16.00 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนกัน และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 202 ในพื้นที่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล มาสด้า 2 สีดำ ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ลักษณะชนกับ รถอเนกประสงค์ อีซูซุ มิวเซเว่น สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นชาย 1 และหญิง 3 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 และหญิง 1 ราย อายุประมาณ 30 - 35 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกษตรวิสัย


>> แจ้ง 2 ข้อหาหนัก “ป้าแอน” คดีผสมสารฆ่าเชื้อในอาหารเด็ก ปฏิเสธทุกข้อหา–ค้านประกัน

16.30 น. ตำรวจนครบาล 5 แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหาหนักแก่ “ป้าแอน” แม่บ้าน ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และปลอมปนอาหาร กรณีผสมสารฆ่าเชื้อในอาหารให้เด็กอายุ 2 ขวบรับประทาน แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยภายหลังการสอบสวนพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวไปขออำนาจศาลแขวงพระนครใต้ฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงจะก่อเหตุซ้ำ

พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 ระบุว่า การสอบสวนพบพยานหลักฐานแน่นหนา และตรวจสอบประวัติพบผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักทรัพย์หลายพื้นที่ ทั้งในโรงพยาบาลและคอนโดมิเนียม ขณะเดียวกันตำรวจได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เพื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและขยายผลไปยังคดีอื่น พร้อมเปิดให้ผู้เสียหายรายใดที่เคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> กทม. ลงพื้นที่บางขุนเทียน สั่งเฝ้าระวังจุดเสี่ยง "ไฟไหม้หญ้า" ป้องกันเข้มข้นช่วงเทศกาลปีใหม่

17.30 น. นางสาวอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวภัทร์กร สินสุข ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสี่ยงไฟไหม้หญ้าในพื้นที่เขตบางขุนเทียน โดยรุดสำรวจพื้นที่รกร้าง ใน 2 จุด ได้แก่ บริเวณหมู่บ้านบุราสิริถนนเลียบทางด่วน-กาญจนาภิเษก และชุมชนโฟร์โมส พระราม 2 ซอย 88 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในช่วงเทศกาลปีใหม่ประกอบกับสถานการณ์ในช่วงฤดูหนาวซึ่งมีสภาพอากาศแห้งและมีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ได้ง่าย

สำหรับการเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ สำนักงานเขตบางขุนเทียน มุ่งเน้นเฝ้าระวังจุดเสี่ยงที่เคยเกิดเหตุซ้ำซ้อน โดยมีการดำเนินการตรวจสอบตำแหน่งของแหล่งน้ำธรรมชาติและประปาหัวแดงที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที กำหนดเส้นทางและแผนการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย เช่น วัดและโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน


>> รถจักรยานยนต์ชนกันกลางถนนพหลโยธิน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.นครสวรรค์

18.18 น. รับแจ้งจาก รับแจ้งจากศูนย์สั่งการจังหวัดนครสวรรค์ ว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน และมีผู้เสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 1 ใกล้เคียงสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีชมพู ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บสาหัส เป็นผู้ชาย 2 ราย ทางอาสาสมัครเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ส่วนอีก 1 รายถูกดำเนินการนำส่ง รพ.สวรรค์ประชารักษ์เขาเขียว และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาเช่นกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินโดนีเซีย

20.43 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 384 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> 2 หนุ่มทหารเกณฑ์ผลัดใหม่ เมื่อเช้าพึ่งได้ลากลับบ้าน พลบค่ำขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย จ.สมุทรปราการ

21.30 น. ศูนย์กู้ชีพปราการ ได้รับว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนซอยวัดศรีวารีน้อย ใกล้เคียงตลาดศรีวารี ในพื้นที่ ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ  

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ห่างออกไปพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 21 ปี ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง และยังพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 21 ปี มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ใบหน้าส่วนหมวกกันน็อกแตกคาศีรษะด้วยแรงกระแทกจากการฟาดเข้ากับเสาไฟฟ้า ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง

ด้านครูฝึกของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าวหลังจากทราบข่าวร้ายในครั้งนี้ โดยระบุว่าน้องทั้งสองเพิ่งเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดกองทัพบก บรรจุใหม่ได้เพียงสองเดือนและเพิ่งได้ลากลับบ้านครั้งแรกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานี้เองกระทั่งมาทราบข่าวประสบอุบัติเหตุในครั้งนี้  


>> รถกระบะ 2 คันชนกัน มีทั้งผู้บาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

22.30 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะ 2 คันชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนภายในหมู่บ้าน ใกล้เคียงรีสอร์ท ในพื้นที่ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน ลำพูน ลักษณะชนกับ รถกระบะ อีซูซู ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน พิษณุโลก ตรวจสอบ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ หญิง 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 58 ปี หมดสติปลุกไม่ตื่น แต่ยังมีชีพจร เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพิษณุโลกและ กู้ชีพสมเด็จยุพราชนครไทย ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จยุพราชนครไทย และพบว่า มีผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย 1 ราย อายุ 66 ปี สภ.นครไทย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย


>> รถกระบะพุ่งลงคลอง ริมถนนเลียบคลอง 13 มีผู้สูญหายในน้ำหลายราย จนท.กำลังดำเนินการค้นหา จ.ปทุมธานี

22.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักพุ่งตกคลองน้ำ ริมถนนทางหลวงชนบท ปท.3035 (ถนนเลียบคลอง 13) ก่อนถึงสะพานข้ามคลอง 13 เล็กน้อย ในพื้นที่ ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ รถยนต์กระบะ ยังไม่ทราบรายละเอียด เสียหลักตกคลอง ทราบว่ามีผู้โดยสารมาทั้งสิ้น 13 ราย สามารถช่วยขึ้นมาได้ 7 ราย และมีสูญหายในน้ำ จำนวน 6 ราย เป็น ชาย 4 ราย หญิง 2 ราย ทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา ทางเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ ยังดำเนินการค้นหาต่อเนื่อง พื้นที่ สภ.ธัญบุรี

อาสา ม.ป่อเต็กตึ๊ง คืบหน้า เจ้าหน้าที่พบและนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นฝั่งแล้ว 3 ราย เป็นชาย 2  และหญิง 1 ราย ส่วนอีก 3 ราย ยังอยู่ระหว่างการค้นหาต่อเนื่อง  


>> เหตุยิงกัน มีทั้งผู้บาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต 2 รายภายในปั๊มน้ำมัน จนท.เร่งสอบสวนสาเหตุ จ.ชลบุรี

23.30 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุยิงกันและมีผู้เสียชีวิต ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนหมายเลข 3245 ในพื้นที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ บริเวณลานจอดรถในปั๊มดังกล่าว พบว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 รายและหญิง 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัส 1 รายถูกนำตัวส่ง รพ.ใกล้เคียง ในส่วนของรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ระหว่างการตรวจสอบ  


>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา

01.21 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 130 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม