หน้าแรก > การเมือง

กองทัพไทย ยังคงความพร้อมทางทหาร หากมีการละเมิดการหยุดยิง

วันที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 16:10 น.


ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ยืนยัน ไทยยังคงความพร้อมทางทหารและติดตามด้านข่าวกรองอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง หากมีการละเมิดการหยุดยิง ส่วนกรณีที่ประชาชนกัมพูชา ที่เคยอยู่ในพื้นที่หนองจาน ต้องการเดินทางกลับเข้าพื้นที่ ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากขัดกับแถลงการณ์ที่ร่วมลงนามกันไว้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ธ.ค.2568 ที่ศูนย์อำนวยการร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถบงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ภายหลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วานนี้ (27 ธ.ค.68) โดยจะดำเนินการตามาตรการหยุดยิง และกลับมาดำเนินการต่าง ๆ ร่วมกัน ตามที่ได้ลงนามในแถลงการณ์การประชุม เพื่อเปลี่ยนท่าทีจากการสู้รบและการยั่วยุกัน ไปสู่การใช้เวทีทางการทูตและกลไกระหว่างประเทศเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดตามแถลงการณ์ จะนำไปสู่การปฏิบัติโดยมีกลไกควบคุมและมีการตรวจสอบ โดยเฉพาะ กรณีที่มีการใช้อาวุธเกิดขึ้นหลังการหยุดยิง จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน เพื่อรายงานไปที่หน่วยงานระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากมีการใช้อาวุธทำอันตรายต่อประชาชนไทย ไทยก็ยังคงมีสิทธิ์ในการตอบโต้และป้องกันตนเองอย่างเต็มที่
     
ส่วนกรณีที่มีเครื่องบินลำเลียงจากเบลารุส เที่ยวบินที่ IL-62 ที่เดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชานั้น นาวาอากาศโท ณัฐนัย  จันทร์เปล่ง ผู้ช่วยโฆษกกองทัพอากาศ ยืนยันว่ากองทัพอากาศได้ติดตามตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามเหตุการณ์ที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง โดยทุกหน่วยยังคงความพร้อมปฏิบัติการทันทีตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนและอธิปไตยของประเทศ
    
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวย้ำและยืนยันว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า จากการข่าวในขณะนี้จากข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ยังไม่มีภัยคุกคามใด ๆ เกิดขึ้น จึงขอให้อย่าลือและวิตกกังวลกันไปก่อน เนื่องจากขณะนี้ บรรยากาศกำลังเข้าสู่ช่วงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และนำไปสู่สันติสุขที่ยั่งยืนของประชาชนทั้งสองประเทศ


    
ขณะที่ พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้ติดตามสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวานนี้ ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยไม่ประมาท และเฝ้าติดตามสถานการณ์ในทุกจุดตลอดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ จากกระแสข่าวในโซเชียลมีเดีย ที่ตั้งข้อสังเกตถึงข้อที่ 4. ของแถลงการณ์ร่วม ที่อนุญาตให้ประชาชนทั้งสองฝ่าย สามารถเดินทางกลับบ้านเรือนได้นั้น และประชาชนฝ่ายกัมพูชาที่เคยอาศัยในพื้นที่บ้านหนองจาน ต้องการเดินทางกลับเข้ามาในพื้นที่ที่ไทยควบคุมนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากแถลงการณ์ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า การเดินทางกลับเข้าที่พักอาศัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย จะต้องอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันของแต่ละประเทศ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับข้อ 2. ของแถลงการณ์ ว่าพื้นที่ปัจจุบัน คือพื้นที่ที่ทหารวางกำลังไว้ ดังนั้น ในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้ควบคุมไว้แล้วก็ถือว่าเป็นเขตแดนของไทย ชาวกัมพูชาจึงไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามายังพื้นที่ดังกล่าวได้อีก
    
ส่วนการเดินทางกลับเข้าที่พักอาศัยของประชาชนไทย นายชัยรัตน์  แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขณะนี้ มีรายงานว่าจำนวนประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงน้อยลง ขณะที่หน่วยงานราชการยังไม่มีคำสั่งให้ประชาชนเดินทางกลับที่พักอาศัยได้ เนื่องจากจะต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ยืนยันว่าขณะนี้ ศูนย์พักพิงยังคงเปิดให้บริการตามปกติ และมีการดูแลประชาชนเช่นเดิม จึงขอให้ประชาชนรออีกระยะหนึ่ง เพื่อให้การเดินทางกลับบ้านเป็นไปอย่างปลอดภัย และจะมีมาตรการเยียวยาตามมา พร้อมกันนี้ ภายหลังที่เดินทางกลับถึงที่พักอาศัย ขอให้ประชาชนสำรวจที่พักอาศัย บ้านเรือน และพื้นที่การเกษตร หากพบความผิดปกติหรือความเสียหาย ให้แจ้งหน่วยงานในพื้นที่โดยทันที เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนอย่างปลอดภัย

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม