24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 เมษายน 2566
>> กองทัพภาคที่ 2 เสียใจ กรณีอุบัติเหตุ ส.อ.ชนดับ 6 ศพ และพบบุหรี่เถื่อนในจุดเกิดเหตุ ยันไม่ปกป้องทำผิด
08.00 น. พล.ต.วรเชษฐ์ ชวนะนรเศรษฐ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะโฆษกกองทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีปรากฎข่าวการเกิดอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนกันที่ถนนหมายเลข 24 (โชคชัย-เดชอุดม) ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นคณะพราหมณ์ รวม 6 ราย เมื่อวันที่ 10 เม.ย.66 และยังพบบุหรี่ไม่เสียภาษีในที่เกิดเหตุ โดยตำรวจแจ้ง 3 ข้อหากับสิบเอกทหารที่เป็นคู่กรณี ว่า
กองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบแล้ว บุคคลที่เป็นคู่กรณี และตกเป็นผู้ต้องหา คือ สิบเอก พีระพงษ์ เพียสักขา สังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายสุรนารี (ร.3 พัน.2 ) จ.นครราชสีมา ได้ขับรถยนต์ส่วนตัวไปเกิดอุบัติเหตุ และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พบบุหรี่ในรถยนต์ส่วนตัวของ สิบเอกพีระพงษ์ จำนวน 260 แท่ง (2,600 ซอง) จึงถูกแจ้งข้อกล่าวหา มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้ามิได้เสียภาษีฯ และมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้ามิได้เสียภาษี ซึ่งหน่วยได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งคดีจราจรที่พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของคู่กรณี ประกอบการพิจารณาคดี
>> รอง ผบ.ตร. สั่งขยายผลเครือข่าย นวพร อำนวยความสะดวกกลุ่มจีนเทา สวมบัตร อุ้มบุญ
10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน ขยายผลให้ทราบถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสวมบัตรชมพู และกรณีการอุ้มบุญ จากการสืบสวนทราบว่า บ้านเลขที่ 491/13 แขวงสีลม เขตสาทร กทม. เจ้าของสถานที่ดังกล่าว คือ น.ส.นวพร ภาเกียรติสกุล อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ในการนำรายชื่อบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ภายในบ้านเลขที่ดังกล่าว โดยใช้วิธีการแจ้งเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ว่าเป็นญาติของตน และแสดงเอกสารเท็จต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ย้ายชื่อบุคคลดังกล่าวเข้ามาในทะเบียนบ้าน และออกบัตรชมพูให้กลุ่มจีนเทา จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวม พยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับ น.ส.นวพร ดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการ ปลอม , ร่วมกันแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และร่วมกันปลอมและใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตรา การเดินทางระหว่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม น.ส.นวพรได้เมื่อวันที่ 8 เม.ย.66 ที่ผ่านมา
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่า น.ส.นวพร เป็นบุคคลสัญชาติจีนที่ได้รับสัญชาติไทยจากการแต่งงานกับคนไทย แล้วได้หย่าร้างกัน และ มีสามีใหม่เป็นคนจีนมีลูกด้วยกัน 3 คน โดยบุตรทุกคนได้รับสัญชาติไทยตามมารดาทั้งหมด ซึ่งทำให้ได้รับสิทธิเช่นเดียวกับคนไทย ในการประกอบธุรกิจต่างๆได้ตามปกติ น.ส.นวพร เคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการหลอกลวงคนจีนมาลงทุนทำธุรกิจ ความเสียหายมากกว่า 700 ล้านบาท ถูกดำเนินคดีที่สน.ประเวศ นอกจากนี้ จากการประสานข้อมูลกับทางการจีนพบว่า น.ส.นวพรมี พฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ทั้งในจีน ไทย และ กัมพูชา เป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี และมีทรัพย์สินในครอบครองเป็นบริษัทหลายแห่ง ซึ่งมีชื่อของญาติและบุตรของ น.ส.นวพร เป็นกรรมการบริหาร รวมทั้งที่ดินและรถหรูอีกจำนวนมาก ทั้งยังทำหน้าที่เป็นคนประสานงานอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทาอีกด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบยังพบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางรักที่ได้ทุจริต ซึ่งวันนี้จะขอศาลออกหมายจับต่อไป พรุ่งนี้จะประสานเพื่อพูดคุยกับปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ตรวจสอบเรื่องสัญชาติของ น.ส.นวพร ว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่
>> บขส. คาด 11-12 เมษา เดินทางสูงสุด
10.26 น. ดร.สัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยตัวเลขการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2566 ว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 บขส. ได้จัดรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) รองรับการเดินทางในเที่ยวไป จำนวน 3,440 เที่ยว มีผู้โดยสารใช้บริการ 40,819 คน ส่วนเที่ยวกลับ ได้จัดรถโดยสาร จำนวน 3,369 เที่ยว รองรับผู้โดยสารใช้บริการ 35,718 คน โดย บขส.สามารถจัดรถโดยสารได้เพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
ทั้งนี้ ในวันที่ 11-12 เมษายน 2566 คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณผู้โดยสารใช้บริการที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ ทั้ง 5 แห่ง เพิ่มมากขึ้น เฉลี่ยวันละ 60,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) เฉลี่ยวันละ 4,500 เที่ยว และได้เตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) มาจัดเสริมในเส้นทางต่างๆ ประมาณ 700 คัน สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดวันละกว่า 100,000 คน
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวด้วยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ บขส.ได้กำชับทุกฝ่ายให้อำนวยความสะดวกประชาชนด้วยความสะดวก ปลอดภัย ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และขอให้ผู้ประกอบการรถร่วมฯ ปฏิบัติตามระเบียบฯ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบมีปัญหาการร้องเรียนด้านบริการต่าง ๆ จะมีการลงโทษปรับผู้ประกอบการที่กระทำความผิด และหากมีการกระทำผิดซ้ำอีกจะลงโทษขั้นสูงสุด นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือให้ติดป้ายแสดงราคาค่าโดยสารที่หน้าช่องขายตั๋วให้ชัดเจน เพื่อแจ้งราคาและป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาค่าโดยสาร
>> รถเก๋ง ชนกับรถจักรยานยนต์ เสียชีวิตชาย 1 คน
14.28 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถาน ตราด ตรวจสอบอุบัติเหตุ ถนนสายไร่ป่า-ด่านชุมพล บริเวณสี่แยกกิโลศูนย์ ในพื้นที่ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
ในที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ชนกับ รถจักรยานยนต์ ซูซุกิ เจลาโต้ สีขาว ทะเบียน -436 ตราด ความรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตชาย 1 คน อายุประมาณ 20 - 30 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตราด
>> ป.ป.ส. ยึดทรัพย์เครือข่ายการค้ายาเสพติด 8 จุด 4 จังหวัด มูลค่ากว่า 31 ล้านบาท
15.38 น. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เผยผลปฏิบัติการร่วมปิดล้อมตรวจค้น เพื่อติดตามจับกุมบุคคล และยึด อายัดทรัพย์สิน โดยปฏิบัติการทั้งสิ้น 8 เป้าหมาย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ (1 เป้าหมาย) นนทบุรี (1 เป้าหมาย) นครนายก (3 เป้าหมาย) และกรุงเทพฯ (3 เป้าหมาย) ยึดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดไว้เพื่อตรวจสอบทั้งสิ้น 57 รายการ ได้แก่ ที่ดินเปล่า 4 แปลง ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 6 แปลง รถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน สมุดบัญชีธนาคาร 9 รายการ สินค้าแบรนด์เนมและเครื่องประดับ 29 รายการ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ 3 รายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 31,075,000 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับตำรวจจ.เชียงราย, ตชด. และเจ้าหน้าที่ทหาร จับกุมผู้ต้องหารวม 5 คน พร้อมของกลางยาบ้ารวมทั้งสิ้น 900,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับรถเก๋ง รวม 3 คัน โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจยาเสพติดปูแกง อ.พาน จ.เชียงราย ต่อเนื่องในพื้นที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย และขยายผลยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาในพื้นที่ จ.เชียงราย และกรุงเทพฯ ไปจำนวนหนึ่ง
สอบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้างจากนายธรรมธรณ์ หรืออาโป อายุ 49 ปี ชาว จ.นนทบุรี แต่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ให้ลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และภาคใต้ โดยนายธรรมธรณ์ฯ ยังเป็นผู้จัดหายานพาหนะใช้ในการลำเลียงยาเสพติด และสถานที่เก็บพักยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ และกรุงเทพฯ อีกด้วย
>> สาวปีนเสาแรงสูงกลางตลาด เดชะบุญลงมาแต่โดยดี
16.30 น. ศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองสกลนคร รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวปีนขึ้นไปเสาไฟฟ้าแรงสูง บริเวณตลาดบายพาส สกลนคร-กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.สกลนคร
โดยที่เกิดเหตุ พบว่าหญิงดังกล่าวนั้นเป็น ลูกสาวแม่ค้าในตลาดบายพาส อายุ 38 ปี ได้ปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่สูงประมาณ 60 เมตร ส่วนบริเวณจุดที่หญิงสาวอยู่นั้นประมาณ 20 เมตร ยืนในลักษณะเกาะอยู่กับคานเหล็กของเสาไฟฟ้าแรงสูง
จากนั้น จนท.ได้ทำการตัดกระแสไฟ และประสานไปยังพ่อของหญิงสาวดังกล่าว ขึ้นไปบนกระเช้ารถศูนย์ ปภ.เขต 7 เพื่อทำการเจรจา ซึ่งจากการเจรจานั้นใช้เวลาไม่นานโดยผู้เป็นพ่อตกลงบางอย่างกับหญิงสาวดังกล่าวยอมลงมาแต่โดยดี ท่ามกลางความโล่งใจของประชาชนที่ลุ้นกันอยู่ข้างล่าง
จากนั้นจึงนำตัว ส่งโรงพยาบาลศูนย์สกลนคร เพื่อทำการตรวจสภาพร่างกายพักฟื้นจากอาการอ่อนเพลียเนื่องจากอยู่บนเสาไฟฟ้าแรงสูงนาน 1 ชั่วโมง
>> รวบหนุ่ม 19 ปี ลอบขนยาบ้า 700,000 เม็ด อ้างหาเงินเที่ยวสงกรานต์
18.00 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมตำรวจ กองกำกับการสอบสวน บก.น.6 ร่วมจับกุมนายธรรณ์ณธร หรือเบส อายุ 19 ปี พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 700,000 เม็ด โดยจับกุมได้ ขณะ นายธรรณ์ณธร ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ฆณ 7079 กรุงเทพมหานคร ขนยาบ้ามาจอดหน้าปั๊มน้ำมันพีที ริมถนนบางปะกง-ฉะเชิงเทรา ต.หนองจอก อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างขนยาบ้ามาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีหัวหน้าใหญ่สั่งการให้มารับยาเสพติดที่ทิ้งไว้ตามจุดต่างๆ ได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 20,000-30,000 บาท ที่ทำครั้งนี้เพราะจะหาเงินไปเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากนั้น นำตัวส่ง สภ.บางปะกง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ท่องเที่ยว ตม.ร่วมกันจับ จีนโอเวอร์สเตย์ ผัวพันคอลเซ็นเตอร์ลวงชาวจีน
18.30 น. พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.ชลบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองปรือ บุกเข้าจับกุมกลุ่มคนจีน หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง บ้านเลขที่ 169/1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สามารถจับกุมตัวคนจีนไว้ได้ 5 ราย พร้อมของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ซิมโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก
โดยสืบเนื่องมาจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสว่า มีกลุ่มคนจีนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จึงนำกำลังเข้ามาตรวจสอบ พบว่าเป็นบ้านหรูหลังกว่า 10 ล้านบาท มีชาวจีนอาศัยอยู่ 5 คน เป็นผู้ชาย 4 ราย ผู้หญิง 1 ราย ขณะที่เอกสารพบว่าโอเวอร์สเตย์ 4 ราย นอกจากนี้ ยังพบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 8 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง และซิมการ์ดมือถืออีกจำนวนมาก ซึ่งตรวจสอบภายในคอมพิวเตอร์ พบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับข้องกับเงินกู้นอกระบบ และการโทรทวงหนี้ มีรายชื่อเป็นชาวจีนทั้งหมด เชื่อว่าน่าจะมีความผัวพันกับแก็งคอลเซ็นเตอร์จากประเทศจีน
เบื้องต้นได้ควบคุมตัวทั้ง 5 คน โดยแจ้งข้อกล่าวหา โอเวอร์สเตย์ 4 ราย และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 5 ราย ส่วนในความผิดเรื่องอื่นนั้น จะต้องเอาหลักฐานที่ได้ทั้งหมดไปตรวจสอบ หากพบการกระทำผิดก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป
>> เก๋งชนกับรถจยย. มีผู้เสียชีวิต
20.00 น. สภ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งชนกันรถจยย. มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนสุวิทวงค์ 304 มุ่งหน้าเมืองฉะเชิงเทรา กม.ที่ 51 ม.14 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุพบรถนั่งส่วนบุคคล เอ็มจี สีขาว หมายเลขทะเบียน -3120 กทม. สภาพด้านหน้าพังยับไฟหน้าหลุดออกจากตัวรถ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง หมายเลขทะเบียน -3492 ฉะเชิงเทรา สภาพล้อหลังบิด ตัวถังพับ ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย และพบว่ามีผู้เสียชีวิต สภาพคว่ำหน้าเสียชีวิตจมกองเลือด บริเวณศีรษะมีแผลฉกรรจ์ ทราบชื่อคือ นายธีรเดช อายุ 33 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> เพลิงไหม้ห้องครัว ในร้านอาหาร จนท.ดับทัน ไม่ลุกลาม
20.04 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการร้านอาหาร ลักษณะที่เกิดเหตุอาคาร 2 ชั้น
ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้ปล่องระบายควัน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้การสะสมของความร้อนภายในปล่องระบายควัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต
พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง
>> ชายเร่ร่อน ถูกชนแล้วรถตามหลังทับร่างซ้ำร่าง
22.00 น. สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์ชนคน บนถนนหมายเลข 36 ขาออก ในพื้นที่ ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง
โดยที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ไม่มีเอกสารติดตัว สภาพร่างกายแหลกเหลว ลักษณะถูกรถยนต์หลายคันเหยียบ ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ทะเบียน -3771 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ สภาพไฟหน้าด้านซ้ายและกันชนหน้าแตกจากแรงกระแทก
มี นายศราวุธ อายุ 42 ปี เป็นคนขับ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นคนเร่ร่อน อาศัยหลับนอนอยู่ภายในศาลาริมถนน ได้เดินอยู่ริมถนนแล้วถูกรถเก๋งชนจนร่างกระเด็นไปกลางถนน ก่อนที่รถที่ขับตามมาอย่างกระชั้นชิดประมาณ 5 คัน เบรกไม่ทัน ได้เหยียบทับร่างและลากร่างของชายเร่ร่อนไปกับพื้นถนน จนร่างแหลกเหลวผิดรูป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว นายศราวุธ ไปสอบสวน และจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสรถที่เหยียบทับร่างตามที่พยานเห็น เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> หนุ่มขี่ จยย.ถูกชนแล้วหนี เสียชีวิต
02.35 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดอุบัติเหตุ ถนนหมายเลข 345 ใกล้เคียงโรงเรียนสาธิตปทุมธานี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว ทะเบียน -208 กทม. ลักษณะชนกับรถไม่ทราบคู่กรณี และมีผู้เสียชีวิตชาย 1 คน ทราบชื่อ นาย ณัฐพงศ์ อายุ 19 ปี พื้นที่ สภ.เมืองปทุมธานี
>> แผ่นดินไหว ที่เมียนมา
04.24 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 83 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 12 เมษายน 2566 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 685,072,753 รักษาอาการดีขึ้น 657,911,440 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,838,200 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 106,376,396 ราย เสียชีวิต 1,157,022 คน (เพิ่มขึ้น 123 คน)
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 44,768,172 ราย เสียชีวิต 531,000 คน (เพิ่มขึ้น 21 คน)
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 39,853,256 ราย เสียชีวิต 165,857 คน (ยังไม่อัปเดตล่าสุด)
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,368,891 ราย เสียชีวิต 171,411 คน (ยังไม่อัปเดตล่าสุด)
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 37,319,254 ราย เสียชีวิต 700,556 คน (ยังไม่อัปเดตล่าสุด)