หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2568

วันที่ 10 ธันวาคม 2568 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2568


>> หนุ่มขับเก๋งเสียหลักพุ่งชนรั้ว ทะลุเข้าบ้าน กำแพงทรุดตัว ทับร่างเมืยเจ้าของบ้าน บาดเจ็บคาห้องน้ำ จ.ชลบุรี

07.06 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุรถยนต์พุ่งชนบ้านเรือนประชาชน ภายในหมู่บ้านรุ่งเรือง ซอย 4 หมู่ 5 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้ผนังกำแพงบ้านถล่ม และมีผู้ติดค้างภายในบ้าน

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โตโยต้า วีออส สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ลักษณะชนประตูรั้วก่อนพุ่งชนกำแพงบ้าน ทำให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พบว่าผู้ขับขี่เป็นชาย ติดอยู่ภายในรถในสภาพบาดเจ็บ มีอาการมึนงง ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำตัวออกมาจากยานพาหนะ

ตรวจสอบภายในบ้าน พบผู้บาดเจ็บ 3 ราย โดย 2 รายบาดเจ็บเล็กน้อยถูกนำส่งโรงพยาบาลก่อนหน้าแล้ว ส่วนอีกรายเป็นภรรยาเจ้าของบ้าน ถูกกำแพงปูนทรุดลงมาทับร่างติดอยู่ภายในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างช่วยเหลือออกมาอย่างเร่งด่วน 
สอบถามกับ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ช่วงเช้ากำลังเตรียมส่งลูกไปโรงเรียน ได้ยินเสียงชนอย่างรุนแรง ก่อนพบว่ารถพุ่งปิดขวางประตูบ้าน ทำให้ไม่สามารถออกมาดูเหตุการณ์ได้ และภายในบ้านมีผู้อาศัยอยู่ 4 คน แม่ภรรยา ภรรยา และลูกสาว ต่างได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจากเหตุการณ์นี้

เบื้องต้นตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุเป็นหลักฐาน ควบคุมตัวผู้ขับขี่ไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป


>> รปภ.ถูกประตูเหล็กโรงงานใหม่ล้มทับศีรษะ เสียชีวิต

10.30 น. สภ.บางพลี ได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถูกประตูเหล็กของโรงงานล้มทับเสียชีวิต ภายในโรงงานแห่งหนึ่งในตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าโรงงาน พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 56 ปี เจ้าหน้าที่รปภ.ของบริษัทเอกชน นอนหงายแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่ทางเข้าโรงงาน ข้างกายมีประตูรั้วเหล็กขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ล้มกองอยู่บนพื้น เจ้าหน้าที่ร่วมชันสูตรเบื้องต้นพบบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ และมีลักษณะคอหัก

สอบถามเพื่อนร่วมงาน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีรถบรรทุกสินค้าขับเข้า-ออกโรงงาน ตนทำหน้าที่โบกรถ ส่วนผู้ตายกำลังดึงเลื่อนปิดประตูตามปกติ แต่เมื่อเลื่อนประตูจนสุด แผ่นเหล็กที่ผู้รับเหมาเชื่อมปิดช่องกันตกเกิดหักหลุด ทำให้ประตูทั้งบานล้มลงมาทับผู้ตายอย่างแรง ตนพยายามเข้าช่วยยกแต่ไม่สามารถยกไหว จึงตะโกนเรียกคนงานมาช่วย และรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 แต่เมื่อยกประตูออกได้ ผู้ตายก็แน่นิ่งแล้ว การยื้อชีวิตไม่เป็นผล 
จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ประตูรั้วเหล็กดังกล่าวเพิ่งติดตั้งได้เพียงราว 2 เดือน และยังอยู่ในระยะประกันของโรงงาน โดยพบว่าผู้รับเหมานำแผ่นเหล็กบางมาเชื่อมปิดช่องกันตก ซึ่งไม่เหมาะสมกับน้ำหนักของประตู ทำให้เกิดอุบัติเหตุสลดครั้งนี้

ด้านบริษัทเจ้าของโรงงานเตรียมเรียกผู้รับเหมาเข้าดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตในด้านมนุษยธรรม ควบคู่กับการชดเชยตามสิทธิ์จากบริษัทรปภ. ขณะที่พนักงานสอบสวนจะเชิญพยานและตัวแทนบริษัท รวมถึงผู้รับเหมาไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.บางพลี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย


>> “นฤมล” เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ปิดโรงเรียนแล้ว 990 แห่ง

11.02 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานว่ามีการปิดโรงเรียนแล้ว600 กว่าแห่ง ล่าสุดวันนี้ปิดเพิ่มเป็น 990แห่ง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีโรงเรียนได้รับความเสียหาย

เมื่อถามว่า ทางโรงเรียนต้องประเมินสถานการณ์ด้วยหรือไม่ว่าจะปิดกี่วัน นางนฤมล กล่าวว่า ต้องฟังความเห็นของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ด้วย ซึ่งมีการประชุมกันอยู่ตลอดกับผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และทางอาชีวะเองก็เข้าไปช่วย ซึ่งเดิมเราเอาทีมอาชีวะไปช่วยทางภาคใต้ แต่ขณะนี้เหตุการณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว เราจึงขนทีมไปทางจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อตั้งครัวอาชีวะคอยดูแลประชาชนที่อยู่ในศูนย์อพยพ

นางนฤมล ยังกล่าวเรียนการสอนช่วงที่โรงเรียนปิด ว่า มีแผนชดเชยอยู่แล้วทั้งการสอนที่เป็นใบงานแบบฝึกหัด (on hand) กับการเรียนการสอนแบบทั่วไป (on site) แต่ถ้าทำไม่ได้ก็จะเปลี่ยนเป็นเรียนระบบออนไลน์ ซึ่งการเรียนระบบออนไลน์จะเป็นลักษณะเรียนรวมหรือไม่นั้น แต่ละโรงเรียนมีแพลตฟอร์มที่เตรียมไว้อยู่แล้ว อีกทั้ง สพฐ.ได้เตรียมจัดถุงการเรียนรู้เอาไปให้เด็กๆ ในศูนย์พักพิงเพื่อไม่ให้ตกหล่นเรื่องของการเรียนด้วย


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยสะแกงาม 13 ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

11.10 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสะแกงาม 13 ถนนสะแกงาม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายโซฟา กองเสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ และฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควันและความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เพศชาย อายุประมาณ 35 ปี มีอาการถูกกระจกบาดที่ฝ่ามือซ้ายเล็กน้อย อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ต้องการไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน


>> ทนาย “ไฮโซข้าวโพด” หอบหลักฐานโอนเงิน 116 ล้าน มอบ ปอศ. เพิ่ม – คดี “นานา ไรบีนา”

14.29 น. นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของ “ไฮโซข้าวโพด” น.ส.สมิทธินันท์ พร้อมผู้เสียหายอีก 2 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อให้ปากคำและยื่นหลักฐานเพิ่มเติมในคดีถูก “นานา ไรบีนา” ชักชวนลงทุนจนสูญเงินกว่า 70 ล้านบาท โดยเฉพาะเอกสารการโอนเงินของไฮโซข้าวโพดที่มีการโอนออกไปสะสมรวม 116 ล้านบาท ใช้เวลาสอบปากคมนานกว่า 5 ชั่วโมง ทนายระบุว่ามีผู้เสียหาย 1 ใน 17 ราย เข้าให้ปากคำในวันเดียวกัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะเป็นข้อมูลในสำนวนคดี

ด้าน พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รองผู้บังคับการ ปอศ. เปิดเผยว่าการเรียกไฮโซข้าวโพดมาให้ข้อมูลครั้งนี้เพื่อทำสำนวนให้แน่นหนามากขึ้น และหากพยานหลักฐานครบถ้วนก็อาจออกหมายเรียกนายปริญญา อินทชัย หรือ “เวย์ ไทยเทเนียม” ได้ทันที ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์ ทนายสวัสดิ์ถูกร้องขอจากเจ้าหน้าที่เวรให้ออกไปให้ข่าวด้านนอกอาคาร ซึ่งเป็นตำรวจนายเดียวกับที่เคยไล่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ออกจากพื้นที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา


>> "ดีอี" ผ่อนปรน เปิดสัญญาณชายแดนชั่วคราว รับสถานการณ์ไม่สงบไทย–กัมพูชา

14.54 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้มีข้อสั่งการผ่อนปรนการใช้เสาสัญญาณโทรคมนาคมในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นการชั่วคราว เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งให้สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญญาณรั่วไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการปิดเสาสัญญาณที่ตรวจพบปัญหา เพื่อป้องกันการถูกนำไปใช้โดยแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชน

สำหรับการผ่อนปรนดังกล่าวเป็นมาตรการเฉพาะหน้าและจะยกเลิกทันทีเมื่อสถานการณ์ชายแดนคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ โดยขอย้ำว่ากระทรวงดีอี ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากช่วงที่มีการเปิดใช้เสาสัญญาณชั่วคราวอาจเป็นช่องทางให้สแกมเมอร์หรือมิจฉาชีพฉวยโอกาสเข้ามาหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความปลอม การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการติดต่อขอข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน รหัสผ่านบัญชีธนาคาร และรหัส OTP

ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนตระหนักรู้และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของทุกการติดต่ออย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งขอให้ติดตามประกาศหรือคำเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว


>> เพลิงไหม้ภายในวัดนวลจันทร์ กุฏิชั้นบนเสียหายทั้งหมด

15.00 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ วัดนวลจันทร์ ซอยนวลจันทร์ 60/1 ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้นประกอบกิจการศาสนสถาน ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน (กุฎิสุขสอาด) เพลิงลุกไหม้ชั้นบนเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้ห้องต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> นายกฯ ประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ขอทุกคนอย่าได้แผ่วเหยียบคันเร่งให้เต็มที่ พร้อมยึดหลักสุจริต โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ

15.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 6/2568 โดยกล่าวขอบคุณในความร่วมมือของหัวหน้าส่วนราชการ ยืนยันดำเนินการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ เวลาของรัฐบาลนี้ถือว่านับถอยหลัง ขอทุกหน่วยงาน “อย่าได้แผ่ว” เหยียบคันเร่งให้เต็มที่ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

นายกฯ เน้นอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินด้วย “หลักความสุจริต โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ” การใช้จ่ายงบประมาณต้องมีประสิทธิภาพคำนึงถึงประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ในอดีตมีการใช้กลไกอำนาจรัฐไปในทางมิชอบ ขอทุกหน่วยงานยึดหลักขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาด เพื่อให้การขับเคลื่อนงานรัฐมีประสิทธิภาพสูงสุด

ที่ประชุมได้พิจารณาหลายเรื่องสำคัญ ได้แก่ การป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ โดย นายกฯ ย้ำให้เอาจริงเอาจังเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ในส่วน ก.วัฒนธรรม เสนอแนวทางการฟื้นฟูหาดใหญ่ เน้นการใช้วัฒนธรรมท้องถิ่น ขณะที่ ก.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เสนอเรื่องการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน โดยจะร่วมมือกับ ก.อุตสาหกรรม และ ก.เกษตรฯ สร้างความรู้เน้นการรับซื้ออ้อยที่ไม่ผ่านการเผา สนับสนุนให้ลดการเผา 
นอกจากนี้ นายก ได้สั่งให้ทุกหน่วยงานจัดทำงบประมาณปี 2570 อย่างรอบคอบ เน้นการลงทุนด้านการป้องกันภัยพิบัติ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเยียวยาที่เกิดซ้ำ พร้อมย้ำว่าเงินงบประมาณเป็นเงินภาษีประชาชน ต้องใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด


>> กรมปศุสัตว์ สนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านปศุสัตว์ จากผลกระทบการสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา

15.16 น. นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ส่งทีมเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ร่วมกันลำเลียงอาหารสุนัข-แมว จำนวน 8,000 กิโลกรัม อาหารโค จำนวน 1,000 กิโลกรัม กรงสุนัข-แมว จำนวน 50 กรง เพื่อส่งต่อให้กับผู้ประสบภัยด้านปศุสัตว์ จากผลกระทบการสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุรินทร์ และสระแก้ว ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การสนับสนุนและตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที ตามแผนเผชิญเหตุอุบัติภัยด้านปศุสัตว์ ที่กรมปศุสัตว์กำหนดไว้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ให้ได้มากที่สุด

กรมปศุสัตว์ ขอขอบคุณภาคเอกชนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือครั้งนี้ และขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา ขอให้ทุกครอบครัวปลอดภัย ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และหวังว่าทุกคนจะสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้โดยเร็ววัน


>> “พิพัฒน์” เร่งฟื้นฟูถนนสงขลา - ภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง มอบกรมทางหลวงชนบท นำกำลังคนและเครื่องจักรกลเข้าช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

16.14 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึง ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยกระทรวงคมนาคมได้กำชับหน่วยงานในสังกัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดนำกำลังคนและเครื่องมือเครื่องจักรเข้าพื้นที่เพื่อฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้โดยเร็ว

และถึงแม้ว่าปัจจุบันในหลายพื้นที่ของภาคใต้ปริมาณน้ำได้ลดลงสถานการณ์เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูที่พักอาศัยและการปรับตัวในการดำรงชีวิต ทั้งในด้านการยังชีพและด้านการคมนาคมต่าง ๆ ทางกระทรวงคมนาคมยังคงเน้นย้ำว่าให้หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและให้ความช่วยเหลือด้านสิ่งของจำเป็นใช้ อาทิ ถุงยังชีพ น้ำดื่ม เพื่อเคียงข้างผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ด้วยดี


>> "กัมพูชา" โจมตีหนักด้วย BM-21 กระสุนลูกจรวด 5 พันนัด โดรนพลีชีพFPV ผลการปะทะเราสูญเสียนักรบกล้า 4 นาย

17.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2568

สถานการณ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 17.00 น. ของวันนี้ ทหารกัมพูชาโจมตีฝ่ายเราอย่างหนัก การสู้รบ ขยายวงกว้างและมีความรุนแรงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ประมาณ 125 ครั้ง กระสุนลูกจรวด 5,000 นัด โดรนพลีชีพหรือโดรน FPV จำนวน 33 พื้นที่ ใส่ฐานและที่มั่นของฝ่ายเราในหลายแนวรบ โดยเฉพาะในพื้นที่ ช่องอานม้า และช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี, เถียงตาม็อก จังหวัดศรีสะเกษ และช่องคนา ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยอาวุธอย่างได้สัดส่วน

ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อยู่ตลอดแนวการวางกำลัง จากผลการปะทะกันอย่างหนักตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายเราได้สูญเสียนักรบกล้าสละชีพเพื่อพิทักษ์ชาติไปจำนวน 4 นาย บาดเจ็บรวม 68 นาย ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 61 นาย บาดเจ็บยังประเมินไม่ได้

กองทัพภาคที่ 2 จะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อความมั่นคงปลอดภัย และรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มกำลัง


>> ‘บิ๊กต่าย’ ผบ.ตร. ลงพื้นที่อุบลฯ ติดตามเหตุชายแดนไทย – กัมพูชา เยี่ยม 6 ตำรวจบาดเจ็บ ปลุกขวัญ ตชด. สนับสนุนยุทโธปกรณ์เสริมทัพแนวหน้า

19.10 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) เดินทางไปยังกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 ( กก.ตชด.22 ) จ.อุบลราชธานี ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยรายงานสถานการณ์ล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมาต่อเนื่องตอนเช้า ตชด.ได้รับบาดเจ็บ 6 นายจากเหตุปะทะต่อเนื่อง

ผบ.ตร.กล่าวว่า หน้าที่ของตำรวจในภารกิจชายแดนไทย - กัมพูชา มี 2 ส่วน มี ตชด.เป็นแนวหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหาร ส่วนแนวหลังคือตำรวจพื้นที่ ตำรวจภูธรจังหวัดที่ต้องปฏิบัติตาม “แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” พร้อมเน้นย้ำตำรวจในการตั้งจุดตรวจจุดสกัดต่าง ดูแลประชาชน และกำชับ ตชด.เรื่องความพร้อมในการร่วมป้องกันชายแดน การดูแลโรงเรียน ตชด. โดยที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติสนับสนุนยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อความพร้อมในการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำลังพลทุกนายต้องปลอดภัยด้วย พร้อมให้กำลังใจตำรวจทุกนายให้ทำอย่างเต็มกำลัง เป้าหมายคือการรักษาอธิปไตยของชาติ

จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยม ตชด. และทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งรักษาตัวที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดย ผบ.ตร. กล่าวว่า ทราบว่ามีน้อง ๆ ทหาร และตำรวจตระเวนชายแดนได้รับบาดเจ็บ โดยตำรวจบาดเจ็บ 6 มี 3 นายที่ยังรักษาตัวที่ รพ. สรรพสิทธิประสงค์ อีก 3 นายกลับไปที่ตั้ง โดย 2 ใน 3 นายขอกลับไปพื้นที่แนวหน้าอีก ส่วนน้อง ๆ ทหารถือโอกาสมาเยี่ยมด้วย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โทรมาฝากเยี่ยม ฝากความห่วงใย ให้กำลังใจตำรวจและทหารที่ได้รับบาดเจ็บด้วย อย่างไรก็ตามขอเป็นกำลังใจให้ทหาร และตำรวจที่ร่วมรักษาแผ่นดินไทย ไม่ว่าอย่างไรหน้าที่ของเราทั้งตำรวจ ทหาร คือการรักษาอธิปไตย และที่สำคัญต้องดูแลประชาชนให้ปลอดภัยด้วย


>> แผ่นดินไหวที่ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

21.02 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.5 ความลึก 1 กม. บริเวณพื้นที่ของ ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านเขตประเวศ ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

21.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพัฒนาการ 65 แยก 5 ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ที่นอน ลุกลามฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการระบายความร้อนในที่เกิดเหตุ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือซึ่งวางชาร์จไว้บนที่นอน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ


>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ มีผู้เสียชีวิต

00.30 น. วันที่ 10 ธันวาคม 2568 รับแจ้งจาก ม.ร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CBR 500 ทะเบียน กทม. ชนกับรถยังไม่ทราบคู่กรณี มีผู้เสียชีวิต ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 28 ปี ชาว จ.ขอนแก่น

เหตุเกิดบนสะพานข้ามคลองลำโพ ถนนชัยพฤกษ์ตัดใหม่ ฝั่งขาเข้า มาจากโค้งสามวัง มุ่งหน้าต่างระดับสาลีโข พื้นที่ สภ.บางบัวทอง


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตกลางถนนนครอินทร์

03.08 น. รับแจ้งจาก ม.ร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ บนถนนนครอินทร์ ขาเข้า ก่อนถึงสะพานข้ามแยกบางสีทอง ประมาณ 100 เมตร ในช่องทางหลัก รถจักรยานยนต์ เวสป้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย อาสาสมัครพยายามช่วยเหลือแล้ว แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 24 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย

 

ข่าวยอดนิยม