หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 ธันวาคม 2568

วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 ธันวาคม 2568


>> ปภ. รายงานน้ำท่วมภาคใต้ เหลือเพียง 4 จังหวัด เร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างต่อเนื่อง

06.00 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบัน ยังมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และสงขลา รวม 17 อำเภอ 92 ตำบล 499 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 79,662 ครัวเรือน 222,204 คน

ถึงแม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลงแล้วในหลายพื้นที่ แต่ความช่วยเหลือยังถูกส่งต่อถึงประชาชนอย่างต่อเนื่องโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการกับทีมมหาดไทยและหน่วยงานเครือข่าย ระดมสรรพกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ยังได้รับผลหระทบ 4 จังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ทั้งแจกจ่ายสิ่งของจำเป็น ถุงยังชีพและถุงยังชีพพระราชทาน ประกอบอาหารกล่องและผลิตน้ำดื่มสะอาด ติดตั้งรถบรรทุกเครื่องสูบน้ำระยะไกลเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ ระบบไฮดรอลิค และรถสูบน้ำกู้ภัยเคลื่อนที่สมรรถนะสูง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง ทำความสะอาด กำจัดขยะ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และเร่งจ่ายเงินเยียวยาประชาชนตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนด


>> รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ข้าง ริมถนนสายหนองหาน - พิบูลรักษ์ มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย

10.55 น.. รับแจ้งจาก อาสกู้ภัยส่งเสริมหนองหาน ส่งเสริมอุดรเมธาธรรม มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนสายหนองหาน - พิบูลย์รักษ์ เส้นทางระหว่างดอนกลอย - นายม หลักกิโลเมตรที่ 16 ในพื้นที่ อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน หนองคาย ลักษณะชนและพลิกตะแคงติดอยู่กับต้นไม้ข้างทาง ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.พิบูลย์รักษ์

และภายในยานพาหนะ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการงัดรถและนำร่างออกมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 55 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลรักษ์


>> กยศ. ผ่อนผันการชำระหนี้ให้ผู้กู้ยืมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้

11.11 น. นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย รวมถึงได้รับผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวมีผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ จำนวนประมาณ 500,000 ราย รัฐบาล โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ห่วงใยต่อผู้กู้ยืมและประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีแนวทางให้ความช่วยเหลือ ดังนี้

กรณีเป็นผู้กู้ยืมที่ไม่ผิดนัดชำระหนี้ ตามสัญญากู้ยืมเงิน (15 ปี) ขอผ่อนผันการชำระหนี้สูงสุด 2 ปี สามารถผ่อนผันได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี โดยระหว่างช่วงเวลาที่ได้รับการผ่อนผันผู้กู้ยืมไม่ต้องชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย และจะไม่มีการคิดค่าปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาที่ได้รับการผ่อนผัน โดยสามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอผ่อนผันได้ที่เว็บไซต์ กยศ. พร้อมทั้ง ยื่นแบบฟอร์มขอผ่อนผันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ กยศ. กำหนด

กรณีเป็นผู้กู้ยืมที่ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ หรือตามคำพิพากษา หากประสงค์จะขอผ่อนผันการชำระหนี้ขอให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้ที่เว็บไซต์ กยศ. ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ทั้งนี้ เพื่อ กยศ. จะหามาตรการช่วยเหลือต่อไป


>> รฟท.ชี้แจงเหตุผู้โดยสารบาดเจ็บจากแรงกระแทก ขณะทำสับเปลี่ยนรถจักรที่สถานีวังเย็นพร้อมเร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง

12.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอชี้แจงกรณีเกิดเหตุผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บบนขบวนรถท้องถิ่นที่ 486 ระหว่างสถานีน้ำตก – กาญจนบุรี ขณะทำสับเปลี่ยนรถจักรที่สถานีวังเย็น เมื่อเวลา 17.02 น. ของวันที่ 6 ธันวาคม 2568 โดยจากรายงานแจ้งเหตุ พบว่า ในระหว่างการสับเปลี่ยนรถจักรดีเซลระหว่างขบวนรถที่ 259 และขบวนที่ 486 รถจักรดีเซลหมายเลข 4212 ได้เข้าต่อขบวนรถด้วยแรงกระแทก ทำให้มีผู้โดยสารบนขบวนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 13 ราย

หลังเกิดเหตุ การรถไฟฯ ได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่และทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือทันที โดยมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ได้นำผู้บาดเจ็บจำนวน 13 รายส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จำนวน 9 ราย และโรงพยาบาลธนกาญจน์ จำนวน 4 ราย ขณะเดียวกันยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีกราว 20 รายที่ได้รับการปฐมพยาบาลจากเจ้าหน้าที่ ณ จุดเกิดเหตุ และไม่ประสงค์เดินทางไปโรงพยาบาล

ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ยังเดินทางต่อ การรถไฟฯ ได้จัดรถบัสรองรับจำนวน 70 คน ออกเดินทางจากสถานีวังเย็นเวลา 19.05 น. เพื่อส่งต่อไปยังสถานีกาญจนบุรีและสะพานข้ามแม่น้ำแคว พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของการรถไฟฯ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลต่อไป


>> เตรียมเรียกสอบนาย ก. คนนำไซยาไนด์ส่งให้ "นัทปง" ชี้เป็นพยานสำคัญในคดีการเสียชีวิต ด้านพฐ. เข้าเก็บดีเอ็นเอ กับลายนิ้วมือแฝง

15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ "นัทปง" ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ในบ้านพักย่ายบางกรวย จ.นนทบุรี โดยผลชันสูตรพบว่าในร่างกายมีสารไซยาไนด์ ในปริมาณที่สูงจนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตนั้น

พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า เตรียมออกหมายเรียกพยานบุคคลที่สำคัญในคดีนี้อีกราย คือ นาย ก. ซึ่งแนวทางสืบสวนพบว่า เป็นผู้นำสารไซยาไนด์มาส่งให้กับผู้เสียชีวิต จนเป็นสาเหตุให้ผู้เสียชีวิตนำไปใช้ ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนว่านาย ก. นำสารไซยาไนด์มาจากที่ใด หากพบความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนไซยาไนด์ที่พบนั้นจะเป็นไซยาไนด์ประเภทใดต้องรอวันที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตมาเปิดบ้านให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในเบื้องต้นทราบว่าซองที่บรรจุไซยาไนด์ดังกล่าว ยังวางอยู่บนโต๊ะในบ้าน ส่วนประเด็นที่ว่ามีการนำซองไซยาไนด์ออกไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ เป็นเพียงแค่การแบ่งออกไปเท่านั้น ไม่ได้นำออกไปทั้งซอง และซองไซยาไนด์ดังกล่าวก็ยังอยู่ในบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องให้ทางครอบครัวเดินทางมาเปิดบ้านพักให้ตรวจสอบในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ ตามที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้แจ้งไว้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าหน้าที่ พฐ.จ.นนทบุรี เดินทางเข้าเก็บหลักฐาน ดีเอ็เอ และลายนิ้วมือเพื่อไว้ใช้ในการตรวจเปรียบเทียบสอบกับหลักฐานอื่นภายในบ้าน


>> พบศพเด็กทารก ถูกทิ้งในถังขยะริมถนน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน จ.นครพนม

16.50 น. หน่วยกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม จุดเมือง ได้รับ การประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ (191นครพนม) ว่าพบร่างเด็กทารกเสียชีวิต ที่เกิดเหตุ ถนนหน้าวัดป่าดงสว่าง บ้านหนองบัว ตำบลหนองญาติ อำเภอเมือง จ.นครพนม

ที่เกิดเหตุ พบร่างเด็กทารก ยังไม่ทราบเพศอยู่ในถุงสีขาวถูกห่อด้วยเสื้อยืดสีดำ ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะข้างทาง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน หน่วยกู้ภัยสว่างนาวาธาตุพนม จุดเมือง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานนครพนม แพทย์เวร จากโรงพยาบาลนครพนมและ ร้อยเวรจาก สภ.เมืองนครพนม ร่วมชันสูตรก่อนดำเนินการ นำร่างเด็กทารกไปเก็บไว้ยังโรงพยาบาลนครพนม


>> นายกฯ สั่งกองทัพปกป้องอธิปไตยเต็มที่ พร้อมดูแลความปลอดภัยของประชาชน หลังเกิดเหตุปะทะชายแดน

17.07 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงในพื้นที่บริเวณ ภูผาเหล็ก - พลาญหินแปดก้อน ส่งผลให้กองทัพภาคที่ 2 จำเป็นต้องดำเนินการโต้ตอบ โดยเกิดการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง นั้น

“นายกรัฐมนตรีรับทราบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สั่งการให้กระทรวงกลาโหม กองทัพ ดำเนินการเพื่อปกป้องอธิปไตย และดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการอพยพไปยังที่ปลอดภัย และดำเนินการตามที่ได้ซักซ้อมไว้" นายสิริพงศ์ กล่าว

รัฐบาลขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใน อำเภอแนวชายแดนของ 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ดำเนินการอพยพไปยัง ศูนย์พักพิงตามแผนอพยพประชาชน เพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ หน่วยในพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอน และมีแนวโน้มที่การปะทะอาจขยายวงกว้าง


>> สนง.เขตหนองแขม ออกประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย กรณีเหตุเพลิงไหม้โกดังสินค้า ในซอยเพชรเกษม 77

17.28 น. ประกาศสำนักงานเขตหนองแขม เรื่อง เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เหตุเพลิงไหม้ ในพื้นพื้นที่เขตหนองแขม

ด้วยได้เกิดเหตุเพลิงไหมัสถานที่เก็บสินค้าเบ็ดเตล็ด ณ ชอยเพชรเกษม 77 แยก 1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568

โดยสำนักอนามัยได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศพบว่ามีค่ามลพิษเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง สำนักงานเขตหนองแชมพิจารณาแล้วเห็นควรให้ประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบสถานที่เกิดเหตุในระยะ 100 เมตร อพยพมาพักอาศัยที่ศูนย์พักพิงที่โรงเรียนวัดอุดมรังสีเป็นการชั่วคราว หากท่านไม่ประสงค์อพยพขอให้ท่านพักอาศัยอยู่ภายในบ้านที่ปิดมิดชิดพร้อมสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ทั้งนี้ หากท่านมีอาการระคายเคืองตา แน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวก ขอให้ท่านไปพบแพย์เพื่อรับการรักษาที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 48 นาควัชระอุทิศ


>> ผบ.ตร.สั่งด่วน ตำรวจเร่งช่วยอพยพประชาชน 4 จังหวัดชายแดนไทย - กัมพูชา สู่พื้นที่ปลอดภัย

17.56 น. พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) สั่งการด่วนให้สถานีตำรวจในพื้นที่แนวชายแดนของ 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ช่วยอพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัย หลังจากช่วงบ่ายวันนี้มีความเคลื่อนไหวสำคัญที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงในพื้นที่บริเวณ ภูผาเหล็ก – พลาญหินแปดก้อน ทำให้ฝ่ายให้ต้องโต้ตอบ เกิดการยิงปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทางกองทัพภาคที่ 2 ประเมินว่าสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แนวโน้มที่การปะทะอาจขยายวงกว้าง จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แนวชายแดนดังกล่าวอพยพ

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผบ.ตร.กำชับให้ตำรวจทุกหน่วยโดยเฉพาะตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจภูธรทั้ง 4 จังหวัด เตรียมพร้อมกำลัง 100 % พร้อมร่วมยุทธการสนับสนุนกองทัพในภารกิจรักษาอธิปไตยทันทีที่มีการร้องขอ ขณะเดียวกันให้ดำเนินการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งอำนวยการการจราจรในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้การดำเนินยุทธการ และการสัญจรของพี่น้องประชาชนเป็นไปโดยสะดวก


>> ต้น,บิ๊ก ปฏิเสธให้ข้อมูล เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านไอซ์ยังไม่ทราบอัจฉริยะจะแจ้งความเรื่องอะไร

18.00 น. ความคืบหน้าการเสียชีวิตของนายณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ "นัทปง" ผู้สื่อข่าช่อง 8 ในบ้านพักย่านบางกรวย จ.นนทบุรี โดยผลชันสูตรพบว่าในร่างกายมีสารไซยาไนด์ในปริมาณที่สูงจนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตนั้น

ล่าสุด "นายบิ๊ก" ออกจากห้องประชุมชั้น 3 เพื่อลงมาสอบปากคำเพิ่มที่ห้องประชุมชั้น 2 กล่าวกับนักข่าวสั้นๆ ว่า ตนเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ส่วนรายละเอียดในคดีขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนให้ข้อมูล ตนยังขอไม่ตอบอะไรขอให้รอฟังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจวันนี้ยังสอบปากคำไม่เสร็จ ตนมาวันนี้เพื่อมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนั้นนายบิ๊กได้ออกจากห้องประชุมชั้น 2 รีบเดินทางกลับพร้อมบอกกับทีมข่าวว่าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ทางด้านนายต้น หลังสอบปากคำเสร็จได้เดินเข้าห้องประชุมชั้น 2 เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยปฎิเสธให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว ก่อนจะเดินทางกลับในเวลา 18.40 น. ใช้เวลาในการสอบกว่า 5 ชม.

ขณะที่ไอซ์ สารวัตร หลังสอบปากคำเสร็จ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จะเข้าแจ้งความในประเด็น "ไซยาไนด์" ซึ่งกล่าวหาว่าเป็นผู้นำออกไปและผิดในเรื่องข้อกฎหมายว่า เรื่องผิดถูกว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนตัวยังไม่เห็นเรื่องนี้ว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร เขาจะทำอย่างไร เพราะยังไม่มีใครแจ้งมา


>> "บุรีรัมย์" เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง ไปยังศูนย์พักพิงฯ ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย

18.00 น. นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าฯ จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ , นายภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ.บุรีรัมย์ พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นำเจ้าหน้าที่เข้าจัดเตรียมศูนย์อพยพสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เพื่อรองรับผู้อพยพทั้งหมด โดยจัดพื้นที่พักพิงชั่วคราว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำดื่ม ห้องน้ำสะอาด ระบบแพทย์ฉุกเฉิน และมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยหน่วยงานฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งระดมกำลังสนับสนุนการอพยพและลำเลียงประชาชน โดยให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ

ล่าสุด อำเภอบ้านกรวด ได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ 6 ตำบล ได้แก่ สายตะกู, จันทบเพชร, บึงเจริญ, หนองไม้งาม, บ้านกรวด และปราสาท รวมประชาชนที่ต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ จำนวน 35,000 คน และคาดว่าจะมาที่ศูนย์อพยพ ประมาณ 13,000 คน

นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ จ.บุรีรัมย์ ยังสั่งเพิ่มจุดประสานงานในศูนย์อพยพ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านข้อมูล การลงทะเบียน และการติดตามญาติ พร้อมย้ำว่าจังหวัดมีศักยภาพรองรับผู้อพยพทั้งหมดได้อย่างปลอดภัย ซึ่งหน่วยงานความมั่นคงยังคงติดตามสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการดูแลประชาชนตามความจำเป็น


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านมีนบุรี เสียหายหมดทั้งห้อง

18.16 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุบ้านหลังหนึ่ง ซอยสุวินทวงศ์ 6 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องซักรีด เพลิงลุกไหม้ห้องซักรีดเสียหายหมดทั้งห้อง ลุกลามห้องครัว และโรงจอดรถเสียหายเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 15 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> หนุ่มเสพยาคลั่ง เผาห้อง - ปีนตึกหนีตำรวจ สุดท้ายถูกรวบสภาพร่างเลือดท่วมตัว อ้างเครียดหนัก จับได้แฟนสาวคุยกับชายอื่น

20.00 น. ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ระดมกำลังกว่า 20 นาย พร้อมอุปกรณ์ยุทธวิธี “โล่กำบัง–ไม้ง่ามสยบคลั่ง” รุดเข้าตรวจสอบหลังได้รับแจ้งว่ามีชายคลุ้มคลั่งทำลายทรัพย์สินในอาคารพาณิชย์ ซอยกอไผ่ 5 หมู่ 10 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เมื่อไปถึงพบอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 8 คูหา ชั้นบนเป็นห้องเช่า โดยชั้นที่ 4 พบชายคลุ้มคลั่ง เป็นชายไทย อายุ 31 ปี ชาวสกลนคร เดินโวยวาย ทุบข้าวของกระจายทั่วห้อง ขณะที่กลิ่นควันไฟจากม่านที่ถูกเผาลอยฟุ้ง สร้างความแตกตื่นให้ชาวบ้านที่มุงดูกันแน่นด้านล่าง ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชั่วโมง แต่เรื่องไม่จบง่ายๆ จู่ๆ ชายคนดังกล่าว วิ่งขึ้นดาดฟ้า ก่อนปีนข้ามไปบนหลังคาร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ที่อยู่สุดแถว ระยะทางกว่า 8 คูหา สร้างความระทึกให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปรับแผนใหม่ทันที

ตำรวจชุดสยบคลั่งถูกระดมเข้าตรึงพื้นที่ พร้อมโล่กำบังและไม้ง่ามครบชุด เตรียมเข้าชาร์จ ก่อนเจ้าหน้าที่พุ่งเข้าล็อกตัวขณะผู้ก่อเหตุหลบอยู่บริเวณชั้นล่างของร้านซ่อมรถ จนเกิดเหตุชุลมุนของกระจัดกระจาย อุปกรณ์ซ่อมรถล้มระเนระนาด และกระจกกลางร้านแตกเสียหายจากแรงปะทะ ใช้เวลาหลายนาทีจึงควบคุมตัวได้ สภาพของชายคนดังกล่าว เต็มไปด้วยเลือดทั่วตัวจากบาดแผลที่เกิดระหว่างหลบหนี

ระหว่างถูกนำออกมาด้านนอก ชายคนดังกล่าว เห็นภรรยายืนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ทำให้เกิดอารมณ์เดือดซ้ำ ตะโกนด่าทอไม่ยั้ง จนตำรวจต้องรีบพาตัวขึ้นรถนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน สอบถาม ชายคนดังกล่าว หลังถูกนำตัวขึ้นมาบนรถตำรวจ เจ้าตัวยอมรับว่าเสพยาบ้าไป 2 เม็ด และทะเลาะกับภรรยาตั้งแต่เช้า เพราะอ้างว่าภรรยา “แอบคุยกับผู้ชายอื่น” ทำให้ความเครียดสะสมจนคุมอารมณ์ไม่ได้

ทั้งนี้พบความเสียหายภายในร้านซ่อมรถพบกระจกแตก อุปกรณ์ซ่อมรถพังหลายชิ้น เจ้าของร้านยืนยันจะเข้าแจ้งความเอาผิดผู้ก่อเหตุอย่างแน่นอน เบื้องต้นตำรวจนำตัว ชายคนดังกล่าว เข้ารักษาอาการบาดเจ็บ และหลังอาการดีขึ้น จะดำเนินคดีในข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

23.03 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 158 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> หนุ่มขับรถเก๋ง เสียหลักฟาดไฟฟ้า ริมถนนเทพรัตน กม.ที่ 15 เสียชีวิตติดค้างอยู่ในซากรถ

01.33 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. เสียหลักชนเสาไฟฟ้า และมีผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ยังติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ

ริมถนนเทพรัตน ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลัก กม.ที่ 15 ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

03.21 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แผ่นดินไหว ขนาด 3.0 ลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 91 กม. ไม่กระทบต่อประเทศไทย 
 

 

ข่าวยอดนิยม