หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:31 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568


>> เพลิงไหม้รถแท็กซี่ เชิงสะพานข้ามแยกเมืองมีน หวิดเสียหายวอดทั้งคัน

06.25 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ สะพานข้ามแยกเมืองมีน ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะ ชนิดเก๋ง (แท็กซี่) ยี่ห้อโตโยต้า สีเหลือง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายห้องเครื่องยนต์และลุกลามห้องโดยสาร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> ผู้ประกอบการบุกกระทรวงแรงงาน โวย “ระบบเอาต์ซอร์ซ” ล่มรายวัน เสี่ยงแรงงานถูกผลักเป็นคนเถื่อนนับแสน

10.00 น. กลุ่มผู้ประกอบการด้านนำเข้าแรงงานต่างด้าว รวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียน ขอให้ยกเลิก “ระบบเอาต์ซอร์ซ” ของแพลตฟอร์ม c-WorkPermit หลังใช้งานจริงกลับขัดข้องจนทำงานไม่ได้ ทั้งข้อมูลหาย สถานะผิดพลาด ไปจนถึงระบบล่มกลางวันจนต้องแอบทำงานตีหนึ่งตีสอง ผู้ประกอบการระบุว่าความล้มเหลวของระบบกำลังผลักให้แรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายกลายเป็นคนต่างด้าวผิดกฎหมายทันที เพราะไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ทันเวลา ภาระความผิดจึงตกอยู่กับเอกชนและแรงงานโดยไม่เป็นธรรม

ผู้ประกอบการรายหนึ่งเผยว่าปัญหาทวีความรุนแรงจนธุรกิจหยุดชะงัก มีแรงงานกว่า 7,000 คนติดค้างในระบบใหม่ และอีกนับหมื่นในระบบเดิมที่กำลังจะหมดอายุ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงหนังสือนิรนามที่ถูกส่งไปยังบริษัทนำเข้าทั่วประเทศ สะท้อนความสับสนในกระบวนการจัดการ ทั้งนี้กลุ่มผู้ร้องระบุชัดว่า หากไม่ได้รับคำตอบหรือแนวทางแก้ไขจากกระทรวง พวกเขาจะปักหลักอยู่ที่กระทรวงแรงงานต่อไป เพราะ “ทุกวันที่ระบบหมุนไปมา แรงงานถูกต้องกำลังถูกผลักให้เป็นแรงงานเถื่อนทีละคน”


>> ปภ.สรุปยอดผู้เสียชีวิต "น้ำท่วม 9 จังหวัดภาคใต้" เช้าวันนี้ รวม 25 ราย ปชช.กระทบนับล้านครัวเรือน

10.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ประจำวัน ที่สงขลา พัทลุง และสุราษฎร์ธานี ระดับน้ำเริ่มลดลงบางจุดแล้ว พร้อมเร่งระดมความช่วยเหลือฉุกเฉินและเครื่องจักรกลเข้าจัดการสถานการณ์ใน 6 จังหวัดที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันเดินหน้าแผนเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ในจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลาย

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ของศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พ.ย. 68 เวลา 06.00 น.) สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีอยู่เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรงขึ้น ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กินพื้นที่ 105 อำเภอ 708 ตำบล 5,243 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,078,617 ครัวเรือน 2,953,206 คน และมีผู้เสียชีวิตตามที่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ รวม 25 ราย (นครศรีธรรมราช 6 ราย ปัตตานี 3 ราย ยะลา 2 ราย พัทลุง 2 ราย สงขลา 5 ราย และนราธิวาส 4 ราย) โดยที่สงขลา พัทลุง และสุราษฎร์ธานี ระดับน้ำเริ่มลดลง


>> นายกฯ ประชุมบูรณาการ 4 กระทรวง “คลัง - พาณิชย์ - แรงงาน – ดิจิทัลฯ” เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง พร้อมระบุว่า ทั้ง 4 กระทรวงต้องบูรณาการการดำเนินงานภายใต้กรอบ “บูรณาการ–ช่วยเหลือ–เยียวยา–ฟื้นฟู” โดยมี ศป.กฉ. ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นศูนย์กลางประสานงานและสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานส่วนหน้าให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะการช่วยเหลือ ได้แก่

ระยะที่ 1 ช่วยเหลือเร่งด่วน : จัดเตรียมศูนย์พักพิง นำส่ง-กระจายเครื่องอุปโภคบริโภค ขยายวงเงินทดรองราชการ และออกหนังสือเวียนแนวปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น, ระยะที่ 2 การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ : พักชำระหนี้-ดอกเบี้ย สินเชื่อดอกเบี้ย 0% และมาตรการพาณิชย์ เช่น ร้านธงฟ้า และ ระยะที่ 3 การฟื้นฟู : เร่งเคลมประกัน สินเชื่อฟื้นฟู มาตรการภาษีเพื่อช่วยค่าซ่อมบ้าน – รถ และทรัพย์สินที่เสียหาย

นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ให้ทันต่อสถานการณ์ และช่วยเหลือเยียวยาให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว


>> รองสารวัตรไซเบอร์ ถูกกล่าวหารีดเงินปลดอายัดบัญชี 1 แสนบาท – “อัจฉริยะ” ให้ปากคำย้ำมีมูลจริง

11.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เดินทางเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 หลังร้องเรียนว่ามี รองสารวัตรสังกัดตำรวจไซเบอร์เรียกเงินเจ้าของบัญชีละ 1 แสนบาท เพื่อแลกกับการถอนอายัดบัญชีผู้ต้องหาในคดีเว็บพนัน โดยเปิดเผยว่าตำรวจรายดังกล่าวนัดผู้กระทำผิดที่ร้านกาแฟก่อนเก็บเงินสด แลกสิทธิ์ให้ถอนเงินที่ถูกอายัดได้ ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าเหตุการณ์เข้าข่ายเป็นเรื่องจริง

หลังให้ข้อมูล นายอัจฉริยะ ระบุว่าคดีนี้เกี่ยวโยงการตรวจสอบ 3 หน่วยงานที่ตนเคยยื่นเรื่องเมื่อ 18 พ.ย. พร้อมกล่าวถึงการประชุม กมธ.ความมั่นคงฯ ที่รองจเรตำรวจแห่งชาติไม่เข้าร่วมทั้งที่เป็นผู้ร้องขอเอง อีกทั้งเตรียมนำเอกสารคดีซื้อขายตำแหน่งใน ภ.4 เข้ายื่นต่อ ปปง. พรุ่งนี้ พร้อมขยับกรอบเวลาการเอาผิดนายกรัฐมนตรีเรื่องละเว้นปฏิบัติหน้าที่ออกไปก่อน เนื่องจากต้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาอุทกภัยภาคใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนของประชาชน


>> ไฟไหม้บ้านเสียหายวอดทั้งหลัง หนุ่มสะดุ้งตื่นเจอไฟลวกศีรษะ ก่อนหนีตายออกจากบ้าน เต่าถูกคลอกตาย 1 ตัว คาดสาเหตุจากก้นบุหรี่

11.00 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 199 จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนที่บ้านกลิ้งคำ หมู่ 10 ตำบลบ้านจั่น อำเภอเมืองอุดรธานี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บ้านจั่น พร้อมรถดับเพลิงรุดเข้าระงับเหตุ และแจ้งตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานีเข้าตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณด้านหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิง ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงควบคุมไฟไว้ได้ แต่ตัวบ้านได้รับความเสียหายหนัก จากการตรวจสอบภายในบ้าน ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่พบเต่าที่เจ้าของเลี้ยงไว้ถูกไฟไหม้ตาย 1 ตัว ทรัพย์สินหลายรายการถูกเผาเสียหายเกือบทั้งหมด

ชายไทย อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่ในบ้าน รู้สึกร้อนที่บริเวณศีรษะและได้ยินเสียง “ป้อแปะๆ” คล้ายเสียงไฟไหม้ จึงรีบลุกขึ้นมาดูและพบไฟกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วบริเวณหน้าบ้าน ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งออกมาด้านนอกเพื่อหนีเอาชีวิตรอด โดยช่วงเวลาดังกล่าวมีเพียงตนอยู่บ้านคนเดียว ส่วนแม่และพี่ชายออกไปทำงาน 
โดยระบุว่า บ้านไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจเป็นต้นเหตุไฟไหม้ จึงคาดว่าสาเหตุอาจเกิดจากก้นบุหรี่ที่มีคนนำมาทิ้งไว้จนเกิดไฟลุก แต่ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด


>> แผ่นดินไหว 6.4 บริเวณนอกชายฝั่งหมู่เกาะสุมาตรา รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ที่เมืองตรัง

11.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 6.4 ความลึก 10 กม. บริเวณนอกชายฝั่งตะวันตกทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 661 กม. มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ที่บริเวณอำเภอเมือง จังหวัดตรัง

  
>> รวบ จนท.สรรพากร เรียกสินบน แลกการเลี่ยงเก็บภาษีเข้ารัฐ

12.36 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก, 
ร่วมกันสืบสวนจับกุม นายชอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ตำแหน่ง นักตรวจสอบภาษีปฏิบัติการ สังกัดสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 8 โดยลงพื้นที่จับกุมได้คาสำนักงาน ถนนรามอินทรา กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2568 บริษัทของผู้กล่าวหาซึ่งประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ บก.ปปป. กรณีถูก นายชอ ซึ่งเป็นนักตรวจสอบภาษีปฏิบัติการ สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าตรวจสอบภาษีประจำปี และเรียกเก็บค่าภาษีของปี 2566-2568 กับทางบริษัทฯ รวมค่าภาษีที่บริษัทฯ จะต้องจ่ายให้กับ สำนักงานสรรพากร จำนวนทั้งสิ้น 5,651,462.65 บาท (ห้าล้านหกแสนห้าหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยหกสิบสองจุดหกห้าบาท)

แต่นายชอ ได้เสนอกับทาง บริษัทฯ ว่าหากไม่ต้องการจ่ายเงินยอดค่าภาษีที่ บริษัทฯ ค้างชำระดังกล่าว ก็ให้หาเงินมาจ่ายเงินกับตน จำนวน 100,000 บาท แล้วจะยุติค่าเสียภาษีประจำปีให้ ซึ่ง บริษัทฯ ต่อรองจนนายชอ ยอมลดเหลือ 50,000 บาท โดยทางบริษัทฯ ได้มีการจ่ายเงินบางส่วนไปแล้ว จำนวน 40,000 บาท คงเหลือค้างจ่ายเงินสินบนอยู่จำนวน 10,000 บาท

และต่อมาผู้กล่าวหาได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับผู้ต้องหา จนกระทั่งวันนี้ (27 พ.ย. 68) บก.ปปป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. เข้าจับกุมผู้ต้องหาในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่จากการสอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา


>> หนุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งตกคลอง พบร่างเสียชีวิตอยู่ในน้ำ จ.นนทบุรี

13.00 น. สภ.บางบัวทอง รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ตกลงภายในคลองมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานคลองลำรี หมู่ 9 ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทองจังหวัดนนทบุรี

เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่อยู่ในคลองถูกนำขึ้นมาจากน้ำพบว่ารถนั้นไม่มีเบรกหน้า โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำได้ลงไปค้นหาใช้เวลาประมาณ 20 นาที พบร่างของชายสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 30 ปี

สอบถาม คนเห็นเหตุการณ์ กล่าว่าเมื่อช่วงเวลาบ่ายโมงที่ผ่านมาจนได้ขับรถตามหลังของรถจักรยานยนต์ พบว่ารถคันดังกล่าวได้ขับมาด้วยความเร็วก่อนพุ่งตกลงไปในน้ำ 
ทางด้าน กำนันตำบลละหาร กล่าวว่า จุดตรงนี้มีการเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว 2-3 ครั้ง โดยก่อนหน้านี้เป็นรถปิกอัพทั้งสองครั้ง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต มาครั้งนี้เป็นรถจักรยานยนต์ทราบว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่ หลังจากนี้ก็จะได้ติดต่อทางองค์การบริหารส่วนตำบลละหารเพื่อที่จะนำแบริเออร์มากั้นไว้

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหไดว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพในที่เกิดเหตุและสอบถามพยานในเบื้องต้นไว้ โดยสันนิษฐานว่านายตะวันฉาย น่าจะขี่มาด้วยความเร็วประกอบกับรถจักรยานยนต์ไม่มีเบรคหน้าไม่สามารถหยุดรถได้ ทำให้พุ่งลงในคลอง แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมอบผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร ต่อไป


>> ตำรวจน้ำสตูล ลุยช่วยน้ำท่วม อพยพเด็ก–คนชรา หลังน้ำเชี่ยวแรงล้นตลิ่ง

14.55 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยตำรวจน้ำสตูล (ส.รน.3 กก.9 บก.รน.) ระดมกำลังและเรือท้องแบนลงพื้นที่ ม.1 ม.3 ม.4 ต.คลองขุด และ ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล รวมถึง ม.3 ต.กำแพง อ.ละงู เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมสูง โดยได้มอบอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ พร้อมลำเลียงเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุไปยังศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย พร้อมประสานรถยกสูงและฝ่ายปกครองเพื่อรองรับเคสเร่งด่วนตลอดทั้งวัน

เจ้าหน้าที่เผยสภาพพื้นที่มีแนวเขา–ลำคลองจำนวนมาก ทำให้น้ำไหลแรงและเข้าพื้นที่ยาก ขณะนี้ฝนยังตกต่อเนื่อง ระดับน้ำลุ่มน้ำสายหลักล้นตลิ่ง ทางจังหวัดประกาศเขตประสบสาธารณภัยแล้ว 7 อำเภอ 21 ตำบล 129 หมู่บ้าน พร้อมคำเตือน ปภ. ให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่มช่วง 26–29 พ.ย. โดยเฉพาะ อ.เมือง อ.ควนกาหลง และ อ.มะนัง ขอให้ประชาชนเตรียมของจำเป็นและอพยพหากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง


>> สน.ห้วยขวาง รวบ 16 ต่างด้าว เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ – ไต้หวัน 1 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายบ้านเกิด

18.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ สน.ห้วยขวาง บุกตรวจคอนโดย่านพระราม 9 หลังรับแจ้งว่ามีกลุ่มชาวจีนรวมตัวในลักษณะน่าสงสัย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบชายชาวจีน 15 ราย และชาวไต้หวัน 1 ราย รวม 16 คน จึงเชิญตัวมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อตรวจเอกสารและสถานะการเข้าเมือง

ผลตรวจโดย บก.ตม.1 พบว่า 12 รายเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง อีก 1 รายอยู่เกินกำหนดอนุญาต (overstay) ส่วนชาวจีนอีก 3 รายมีวีซ่าอีลิทถูกต้องตามกฎหมาย จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 13 รายส่งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ชายชาวไต้หวัน 1 รายที่ถูกจับกุมเป็นบุคคลต้องการตัวจากทางการไต้หวัน มีหมายจับ 3 คดี ทั้งยาเสพติด ฉ้อโกง และฟอกเงิน อีกทั้งยังมีส่วนพัวพันขบวนการโรแมนซ์สแกม ทำงานในประเทศเพื่อนบ้านก่อนหลบหนีเข้ามาไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมประสานข้อมูลเพื่อดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยข้างโรงเรียนดรุโณทัย เขตเทศบาลนครตรัง หวิดเสียหายวอดทั้งหลัง

19.49 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครตรัง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณตรงข้ามร้านภูหลวง ซอยโรงเรียนดรุโณทัย ถนนเจิมปัญญา เขตเทศบาลนครตรัง จังหวัดตรัง จ้าหน้าที่จึงรีบออกตรวจสอบสถานการณ์และเข้าระงับเหตุโดยทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรวดเร็วบริเวณใกล้ห้องครัวของบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านของ นางพัทนีย์ อายุ 72 ปี ไฟได้ลุกลามสร้างความเสียหายเกือบทั้งหลัง โดยยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เร่งดำเนินการควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง และสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เรียบร้อยในเวลา 20.00 น.

เทศบาลนครตรัง ขอความร่วมมือให้ทุกครัวเรือนเพิ่มความระมัดระวังในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัย เพื่อความปลอดภัยของตนเองและชุมชน หากพบเหตุฉุกเฉินสามารถแจ้งได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครตรัง


>> ระดมทีมแพทย์-ตร. เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ร่างผู้เสียชีวิต 104 ราย ที่ศูนย์นิติเวช ม.อ. หลังน้ำท่วมหนักสงขลา

20.30 น. ที่ ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์ทราบร่างผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งศูนย์แห่งนี้ถูกกำหนดให้เป็นจุดรวบรวมร่างผู้เสียชีวิตเพียงจุดเดียวของจังหวัดสงขลา เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ

​พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ณ เวลานี้ มียอดผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งมาพิสูจน์ทราบรวมทั้งสิ้น 104 ราย ซึ่งมาจากหลายโรงพยาบาลและหลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยในจำนวนนี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องแยกแยะคือ ร่างที่ส่งมาจากโรงพยาบาลต่างๆ 
และร่างจำนวน 47 ราย ที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเก็บกู้ได้จากพื้นที่ประสบภัย ซึ่งกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการพิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอาการเจ็บป่วยเดิม หรือเกิดจากเหตุอุทกภัยโดยตรง

​ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งทีมสนับสนุนจากส่วนกลางเข้ามาร่วมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ เพื่อสนับสนุนการทำงานของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แล้ว

​ด้าน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุถึงการบริหารจัดการร่างผู้เสียชีวิตว่า ขณะนี้ตู้คอนเทนเนอร์เก็บรักษาร่างจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 ตู้ ได้เดินทางมาถึงพื้นที่และติดตั้งเรียบร้อยแล้วเพื่อรองรับสถานการณ์


>> ผบ.ตร.สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล พื้นที่หาดใหญ่ ระดมทีมแพทย์นิติเวช และพิสูจน์หลักฐาน จากส่วนกลาง

20.52 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กำกับดูแลการปฏิบัติ เพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลในกรณีพบร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ พร้อมสั่งการด่วนให้โรงพยาบาลตำรวจจัดทีมบุคลากรจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สนับสนุนทีมแพทย์และเครื่องมือ พร้อมรถห้องเย็น พร้อมด้วยสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ให้จัดเจ้าหน้าที่เดินทางไปในพื้นที่ เพื่อร่วมดำเนินการกับทีมนิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เป็นการด่วน หลังได้รับรายงานพบมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และในจำนวนนี้มีกว่า 20 ราย ที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ ต้องใช้วิธีพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

นอกจากนี้ ผบ.ตร. สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เร่งทำความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติถึงขั้นตอนวิธีการบริหาร โดยจากนี้ให้เร่งค้นหา ช่วยเหลือ รับแจ้ง และบริหารจัดการพื้นที่ ซึ่งตั้งแต่การพบศพในจุดที่เกิดเหตุไม่ว่าจะเป็นจุดใดก็ตาม ให้ประสานกับทางมูลนิธิต่าง ๆ ในการเก็บและนำศพมาไว้สถานที่ที่กำหนด เพื่อให้เป็นสถานที่ศูนย์รวมในการเก็บรักษาศพ โดยไม่ต้องให้รอชันสูตรในที่เกิดเหตุ และวางระบบบริหารจัดการศพ ณ สถานที่เก็บรักษาศพ ด้วยการจัดรถแช่เย็นหรือห้องเย็นเคลื่อนที่มาเก็บรักษาศพ โดยมอบหมายให้ รอง ผบช.ภ.9 เป็น ผบ.เหตุการณ์ กำกับดูแลการปฏิบัติในทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการบริหารเรื่องการรับศพ เก็บศพ ชันสูตรศพ การตรวจ DNA จากญาติ และศพ รวมถึงการตรวจเอกลักษณ์บุคคลพิสูจน์ศพ โดยเร่งรัดตรวจพิสูจน์เพื่อจะได้คืนศพให้กับญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีโดยเร็วที่สุด


>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันรถอเนกประสงค์ หนุ่มใหญ่เสียชีวิตกลางถนนรังสิต - ปทุมธานี

21.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จุด สภ.สวนพริกไทย มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถไม่ทราบชนิด และมีผู้เสียชีวิต บนถนนรังสิต- ปทุมธานี ฝั่งมุ่งหน้า แยกสันติสุข ลงมาจากสะพานปทุมธานี เล็กน้อย ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว-ส้ม ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ห่างออกไปพบรถอเนกประสงค์ เชฟโลเล็ต สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ข้างทาง จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีผู้เสียชีวิตเป็นชายไทยวัย 45 ปี

22.15 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนคู้บอน บริเวณใกล้เคียงซอยคู้บอน 37 ในพื้นที่ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า ยารีส สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำ ห่างออกไปพบร่างของผู้บาดเจ็บชาย 1 รายมีอาการสาหัส อาสาสมัครพยายามช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 45 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

22.49 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ความลึก 3 กม. บริเวณใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ประมาณ 126 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม