หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:40 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568


>> ผู้ว่าฯ กทม. ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ย่านจักรเพชร เจ็บ 4 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

06.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณี สำนักงานเขตพระนครได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร ซึ่งเป็นอาคารโครงสร้างปูนกั้นห้องด้วยไม้ ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและเกิดควันจำนวนมากภายในอาคาร เมื่อเวลา 05.50 น.ที่ผ่านมา

ต่อมา นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายโกศล สิงหนาท ผู้อำนวยการเขตพระนคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ ณ จุดเกิดเหตุ และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการระงับเหตุ พร้อมจัดกำลังสนับสนุนด้านความปลอดภัย และช่วยเหลือประชาชนโดยทันที เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุน อำนวยการด้านความปลอดภัย ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง อำนวยความสะดวกการเข้าทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ดูแลประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบ

เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลาต่อมา ขณะเกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บ 4 ราย บาดเจ็บจากการสำลักควันและอุบัติเหตุ ไม่มีผู้เสียชีวิต นำส่ง รพ.กลาง 2 ราย และ รพ.ตากสิน 2 ราย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ และประเมินความเสียหายของอาคารสำนักงานเขตพระนครจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบเพิ่มเติมต่อไป


>> สืบฯ ภูธรภาค 1 ทลายกลุ่มเงินกู้รับจำนำรถรายใหญ่ พื้นที่ จ.สระบุรี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน

06.00 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค1 ได้รับรายงานว่า ชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวน ภูธรภาค 1 ร่วมกันจับ นายจี (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี และ นางเอ็ม (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ชาว จ.สระบุรี ในข้อกล่าวหา " ตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน , ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยมิได้รับอนุญาต , ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต "

โดยผู้ถูกจับทั้งสองคน ยินยอมพาชุดสืบสวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ 4 แห่ง ในพื้นที่ จ.สระบุรี ซึ่งเป็นสถานที่เก็บของกลาง ผลการนำตรวจค้นได้ตรวจยึด รถจักรยานยนต์ จำนวน 72 คัน , รถยนต์ จำนวน 23 คัน , อาวุธปืน 12 กระบอก และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

การจับและตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจาก สามีภรรยาคู่นี้มีพฤติการณ์รับจำนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงอาวุธปืน ซึ่งได้ทำการปล่อยกู้เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี โดยจัดหาโกดังสำหรับเก็บรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงที่ซุกซ่อนอาวุธปืน ซึ่งรับมาจากการรับจำนำจากลูกค้าไว้จำนวนหลายที่ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเป็นอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน ซึ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ถูกตรวจยึดขณะถูกจับนั้นรวมมูลค่ายอดหนี้ที่ปล่อยกู้ไปให้กับลูกค้านั้นเป็นมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท

แต่หากนับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ผู้กู้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ได้ซื้อหรือเช่าซื้อ มาปล่อยจำนำในราคาต่ำกว่าความเป็นจริงหลายเท่า เป็นมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดเพื่อนำส่งคืนให้กับประชาชนผู้กู้รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ซึ่งชุดสืบสวนจะได้สืบสวนขยายผลกลุ่มที่ทำการปล่อยกู้รายอื่น ๆ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือกลุ่มนายทุนต่อไป


>> นายกฯ เปิดโครงการ “อสม. เชื่อมต่อเทคโนโลยีสู่ชุมชน” มุ่งสู่ Smart อสม. ยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชน สร้างระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

09.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ อสม. สู่สาธารณสุขยุคพัฒนา “อสม. เชื่อมต่อเทคโนโลยีสู่ชุมชน” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 9 - 10 เมืองทองธานี

นายกฯ ระบุว่า ระบบสาธารณสุขไทยในยุคนี้มีการพัฒนาอย่างมาก โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี รัฐบาลจึงต้องการยกระดับ อสม. ให้เป็น “Smart อสม.” ที่มีความสามารถ ทันสมัย ซึ่งปัจจุบันมีนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อ ทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ สะดวกรวดเร็ว และเท่าเทียม โดยจะให้ อสม. เป็นผู้เชื่อมโยงระหว่างหมอและประชาชน สื่อสารข้อมูลด้านสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตอย่างเหมาะสมและมีอายุยืนยาว

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการพัฒนาทักษะ อสม. ยุคใหม่ ผ่านการฝึกอบรมทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ เพิ่มมั่นคงในคุณภาพชีวิต พร้อมย้ำถึงการใช้ศักยภาพด้านสาธารณสุขของประเทศไทย สร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ ศูนย์กลางสุขภาพ ในอนาคต


>> ไฟไหม้ร้านรับซื้อของเก่า-เครื่องใช้ไฟฟ้ามือสอง ตำรวจคาด น่าจะเกิดจากการคนงานใช้เครื่องตัดเหล็กทำให้เกิดประกายไฟ

11.00 น. สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ ที่ร้านไฟฟ้ามือสอง แยกชิ้นส่วนเครื่องไฟฟ้า หมู่ 1 ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงไหม้อาคารชั้นเดียวและลานโล่งถึงใช้กองเศษวัสดุต่างๆ พื้นที่ประมาณ 200 ตารางวา พบเพลิงไหม้กองเศษวัสดุต่างๆอย่างรุนแรง จึงเร่งระดมฉีดน้ำ และนำถังแก๊ส และถังลม ที่อยู่ด้านใน ออกมา ประมาณหนึ่งชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้

น้องชายเจ้าของร้าน กล่าวว่า เป็นร้านเครื่องไฟฟ้าแยกอะไหล่ เช่น อะไหล่เครื่องซักผ้าตู้เย็นแอร์ทีวี ส่วนที่ถูกไฟไหม้ไปเป็นอะไหล่ที่แยกออกมาแล้ว บางตัวก็เสียบางตัวก็ใช้ได้ ความเสียหายยังประเมินไม่ได้ และไฟยังไหม้เพิงพักคนงานด้านหลังเสียหายทั้งหมดด้วย ซึ่งเป็นที่พักของคนงาน 4 คนและญาติของเขาที่มาอยู่ด้วย ขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่ได้ออกไปทิ้งขยะกลับมาถึงร้านเวลา 11.00 น.ไฟก็ไม่หมดแล้ว

นายประพัฒน์ ศรีชื่น นายก อบต.ไทรน้อย กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้จึงได้สั่งให้นำรถดับเพลิงออกมาและประสานพื้นที่ข้างเคียงมาช่วยกันดับเพลิง พบว่าที่เกิดเหตุเป็นร้านรับซื้อของเก่า หลังจากเพลิงสงบแล้วได้ให้เจ้าหน้าที่อยู่รอไว้เพื่อป้องกันไฟคลุกขึ้นมา แล้วจะให้เจ้าหน้าที่มาขุดคุ้ยกองเศษต่างๆที่ถูกไฟไหม้ เพื่อฉีดน้ำดับไฟให้สนิทอีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ทางด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบถามพนักงานที่อยู่ในร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นชาวต่างชาติทราบว่า เขากำลังทำการเชื่อมอ๊อกและตัดเหล็กทำให้เกิดประกายไฟขึ้น แล้วทำให้เกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้นทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้เป็นพลาสติกและโฟมชิ้นส่วนของตู้เย็น ความเสียหายน่าจะประมาณ 100,000 บาท เบื้องต้นจะเชิญผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และพยานทั้งหมดเอาไปสอบปากคำที่โรงพัก ส่วนผู้ที่กระทำความผิดหรือที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหากระทำการให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์สินของผู้อื่น


>> กรมราชทัณฑ์ ย้ายผู้ต้องขังจีน ขังคุกอื่น หลังจู่โจมค้นเรือนจำ พบสิ่งของต้องห้าม

11.01 น. กรมราชทัณฑ์ เผยแพร่เอกสารข่าวความคืบหน้าการจู่โจมตรวจค้นเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่บางส่วน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบว่ามีผู้ต้องขังชาวจีนบางรายมีอิทธิพลเหนือผู้ต้องขังรายอื่นในเรือนจำ จึงมีผู้แจ้งเบาะแสมายังกรมราชทัณฑ์ นั้น

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนเบื้องต้นว่า ได้มีการตรวจค้นเรือนจำดังกล่าวแล้ว พบว่ามีสิ่งของต้องห้าม และสิ่งของไม่อนุญาตให้มีครอบครองหรือใช้ในเรือนจำ ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 72 และมาตรา 73 นอกจากนี้ ยังพบสิ่งของเกินความจำเป็น เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ แอร์เคลื่อนที่ และอีกหลายรายการ รวมถึงพบว่าผู้ต้องขังบางราย มีการครอบครองสิ่งของแบรนด์เนม และจากการตรวจค้นห้องเจ้าหน้าที่ยังพบกาแฟซองจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่ใช้แทนการพนันของผู้ต้องขังชาวจีนบางรายในเรือนจำ 
อนึ่ง กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการย้ายผู้ต้องขังชาวจีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปยังเรือนจำที่เหมาะสม เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และจะเร่งรัดดำเนินการสอบสวนต่อไป

กรมราชทัณฑ์ ยังคงกำชับเรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ ให้ยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ด้วยความเสมอภาค อีกทั้ง เรือนจำฯ เป็นสถานที่ที่ควบคุมดูแลผู้กระทำผิดให้ได้รับความปลอดภัย ซึ่งดำเนินการเป็นไปตามหลักนิติธรรม และกฎหมายที่กำหนดไว้


>> "อนุทิน" ยัน ไม่มีละเว้นคนผิด กรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เอื้อประโยชน์ให้นักโทษจีนเทา

12.09 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบคำถามกรณีที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนักโทษจีนเทานั้น ได้มีการสั่งการอย่างไรไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมบ้าง

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต้องสั่งการให้เป็นไปตามระเบียบ พร้อมย้ำว่า ใครทำผิด ก็ว่าไปตามผิด รอสำนวนทั้งหลายออกมา แต่ใครทำผิดเราก็ไม่ละเว้นอยู่แล้ว

ส่วนอยากจะเน้นย้ำอะไรหรือไม่ เนื่องจากมีจีนเทาเข้าไปอยู่ในส่วนของราชการแล้ว นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราก็ทำอย่างเต็มที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ เราก็ส่งพวกหัวโจกกับประเทศไปรับโทษที่ประเทศต้นทางหลายรายแล้ว รวมทั้งมีการยึดทรัพย์ ถอนสัญชาติ และทำทุกอย่าง

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ยังเผยว่า ความผิดไปถึงคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบถูกลงโทษชัดเจนอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นการจงใจเรื่องกฎระเบียบก็ต้องมีการดำเนินการ ซึ่งไม่ต้องกังวลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่เพิกเฉยแน่นอน


>> รถอเนกประสงค์พุ่งขึ้นฟุตบาท ชนคนเดินเท้าเสียชีวิต ริมถนนเทพารักษ์ กม.2 จ.สมุทรปราการ

12.50 น. ศูนย์วิทยุกู้ชีพสมุทรปราการ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนคนเดินเท้าบนฟุตบาท บริเวณถนนเทพารักษ์ กม.2 ฝั่งมุ่งหน้าบางพลี ตรงข้ามศูนย์โตโยต้า เจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมตำรวจ สภ.สำโรงเหนือรุดตรวจสอบทันที

ในที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายไทย อายุ 60 ปี นอนเสียชีวิตบนฟุตบาท สภาพถูกชนอย่างแรง ใกล้เคียงพบรถยนต์อเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีเทา ป้ายทะเบียน  กทม. ชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ผู้ขับขี่ เป็นชายไทยอายุ 60 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.สำโรงเหนือ

ด้าน ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถตามรถยนต์คันดังกล่าวมา และสังเกตว่ารถขับส่ายไปส่ายมา ปาดซ้ายทีขวาทีอย่างผิดปกติ จากนั้นรถเร่งเครื่องและเสียหลักปีนขึ้นฟุตบาท ก่อนพุ่งชนคนเดินเท้าอย่างแรงจนเสียชีวิตทันที

เจ้าหน้าที่อาสาร่วมกุศลสมุทรปราการได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาล พร้อมประสานญาติรับทราบ ขณะที่ตำรวจเตรียมตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด ทั้งสภาพร่างกายผู้ขับขี่ สอบปากคำ และตรวจกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป


>> เรือประมงรับนักท่องเที่ยวออกตกปลาล่มกลางทะเลพัทยา ศรชล.เร่งค้นหา หลังมีผู้ลอยคอนานกว่า 7 ชั่วโมง

13.33 น. ศปก.ศรชล.ภาค 1 ได้รับแจ้งว่ามีเรือจม พร้อมมีนักท่องเที่ยวจำนวน 12 รายอยู่ในเหตุการณ์ โดยเรือออกจากท่าเรือแหลมบาลีฮายในช่วงเช้า

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้โทรสอบถาม นายยงยุทธ เดชะรัศมี ผู้แจ้งเหตุ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ตนได้เช่าเรือประมงออกตกปลากับกลุ่มเพื่อน รวม 12 คน โดยเป็นคนไทยทั้งหมด เรือมีลักษณะเป็นเรือตกหมึกสีฟ้า-แดง ไต๋เรือชื่อ “ไต๋เล็ก พัทยา” ออกจากท่าเรือแหลมบาลีฮาย เวลา 07.00 น.

เมื่อเรือแล่นผ่านเกาะล้าน พบคลื่นสูงและลมแรง ประกอบกับอุปกรณ์ปั๊มน้ำในเรือขัดข้อง ทำให้เรืออับปางลงเวลาประมาณ 09.00 น. ผู้ประสบภัยบางส่วนสวมเสื้อชูชีพไม่ครบ และบางคนว่ายน้ำไม่เป็น

นายยงยุทธเปิดเผยว่า ตนลอยคออยู่กลางทะเลเป็นเวลานานกว่า 7 ชั่วโมง ก่อนจะสามารถขึ้นฝั่งได้ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นเกาะใด ทั้งนี้ ทราบว่ามีผู้ติดอยู่บนเกาะ 4 คน ซึ่งมีเด็กหญิง 1 คน ส่วนผู้ประสบภัยอีก 8 คน ยังคงลอยคออยู่กลางทะเล รวมทั้งเด็กผู้ชายอีก 2 คน

ศรชล.จังหวัดชลบุรี ได้รายงานความตั้งใจในการปฏิบัติ โดยจะนำเรือ ศรชล.4008 ออกทำการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน พร้อมรายงานผลการปฏิบัติให้ผู้บังคับบัญชาทราบอย่างต่อเนื่อง


>> กรมชลฯ ทยอยปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ให้สอดคล้องกับการขึ้นลงของน้ำทะเล

15.00 น. กรมชลประทาน อัปเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,570 ลบ.ม./วิ ระดับต่ำกว่าตลิ่ง 1.06 ม. แนวโน้มลดลง, สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,570 ลบ.ม./วินาที แนวโน้มลดลง

เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันนี้เป็นต้นไป กรมชลประทาน จะทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจากอัตรา 2,570 ลบ.ม./วิ เหลืออัตรา 2,470 ลบ.ม./วิ ภายใน เวลา 04.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.68) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง พร้อมเร่งระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่างผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้สอดคล้องกับการขึ้นลงของน้ำทะเล ร่วมกับใช้สถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณคลองชายทะเล เร่งระบายน้ำออกทะเลอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


>> ตร.หนองปรือ - ปกครอง บุกจู่โจมบ่อนไก่ เหล่าเซียน, นักพนันวิ่งหนีลุยทุ่งอุตลุด ตามรวบได้ 70 กว่าชีวิต

15.44 น. นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญานนท์ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ ได้มอบหมายให้ นายนัทธวัฒน์ โสภณเศวตศิลป์ ปลัดอำเภอบางละมุง ร่วมกับ พ.ต.ท.วิรัตน์ เทศทอง รอง ผกก.ป. สภ.หนองปรือ สนธิกำลังตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน และ อส.ฝ่ายปกครอง บุกตรวจสนามซ้อมไก่ชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.14 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบเล่นการพนันผิดกฎหมาย

จากการตรวจสอบพบว่า สนามซ้อมไก่ชนดังกล่าวสร้างเป็นโครงเหล็กขนาดใหญ่ มุงหลังคาสังกะสี มีลานจอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ รายล้อมด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี ภายในมีสังเวียนชนไก่ทั้งหมด 3 สังเวียน มีนักพนันกว่าร้อยคนกำลังล้อมวงเชียร์ตีไก่เสียงดังสนั่น เจ้าหน้าที่จึงปิดล้อมและแสดงตัวเข้าจับกุม

ทันทีที่เจ้าหน้าที่บุกจู่โจม บรรดาเซียนพนันต่างแตกฮือ วิ่งทะลุลวดเหล็กกั้นสนามและลัดทุ่งหญ้าหลบหนีจำนวนมาก จนท.สามารถติดตามจับกุมนักพนันได้รวม 78 ราย พร้อมตรวจยึดสังเวียนทั้ง 3 จุด รวมถึงสุ่มไก่และกล้องวงจรปิดจำนวนมากไว้เป็นหลักฐาน 
โดยมีนายสุมิตร อังคะบุตร แสดงตัวเป็นเจ้าของสนามไก่ชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ศาลสั่งจำคุก 3 เดือน ไม่รอลงอาญา อินฟลูสายแว้น โพสต์แปะลิงก์เว็บพนัน

17.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์รวบอินฟลูเอนเซอร์สายแว้น โพสต์สตอรี่แปะลิงก์เว็บพนัน ศาลฟันจำคุก 3 เดือน ไม่รอลงอาญา

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.1 ได้สืบสวนพบบัญชีอินสตาแกรม และเฟซบุ๊กของ นายเนตร ได้โพสต์คอนเทนต์ลงสตอรี่แล้วแนบลิงก์เพื่อโฆษณาให้ผู้ติดตามกดเข้าสู่เว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยบุคคลดังกล่าวเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านการแต่งรถทรงซิ่งและการแข่งรถจักรยานยนต์ จากการตรวจสอบพบว่าบัญชีอินสตาแกรมมีผู้ติดตามกว่า 34,000 คน บัญชีเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามกว่า 660,000 คน และบัญชี TikTok ที่มีผู้ติดตามมากถึง 1.6 ล้านคน

โดยบัญชีโซเชียลของบุคคลดังกล่าว ได้โพสต์ภาพคอนเทนต์ หรือภาพตนเองคู่กับรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง พร้อมระบุแคปชั่น เช่น “ฝาก100 กำไรเน้นๆ, “ทุน 100 ได้ขนาดนี้ ดีกว่านี้ไม่มีแล้ว” แล้วแปะลิงก์เข้าสู่เว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว พบว่าลิงก์ดังกล่าวที่โพสต์นั้น สามารถนำไปสู่เว็บไซต์พนันออนไลน์ที่สามารถเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันได้จริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนจนทราบว่าบุคคลดังกล่าวคือ นายแบงค์เล็ก อายุ 29 ปี จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหา กระทั่งเจ้าตัวเดินทางเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.1 ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 ปี อาคารบี แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

เบื่องต้น แจ้งข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนหรือทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันหรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” โดยเจ้าตัวยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และรับว่าตนรับจ้างลงคอนเทนต์แปะลิงก์เว็บพนันในราคาประมาณ 1,500 บาทต่อโพสต์


>> ยัน 15 ชีวิตปลอดภัย เรือล่มกลางทะเลเกาะล้านพัทยา เผยเครื่องสูบน้ำดับ ก่อนถูกคลื่นยักษ์ซัดคว่ำอับปาง

17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าเหตุ เรือประมงบรรทุกนักท่องเที่ยว ล่มระหว่างทาง เกาะล้าน - หาดมารวิชัย นักท่องเที่ยวประสบภัย 13 ราย โดยมีผู้สูญหาย 9 ราย

ทีมกู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยาได้พบผู้ประสบภัยลอยคอเกาะกลุ่มกันอยู่กลางทะเล รวม 13 ราย เป็นชาย 11 ราย หญิง 1 ราย และเด็กชาย 1 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นไต๋เรือ ทั้งหมดอาศัยเกาะถังน้ำแข็ง ห่วงยาง และถังน้ำมัน บางคนสวมเสื้อชูชีพ ลอยคออยู่ในทะเลมานานกว่า 7 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือนำขึ้นเรือ ก่อนประสานทีมกู้ชีพนำเรือเข้ามารับเพื่อพากลับเข้าฝั่ง โดยทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรย หนาวสั่น และมีอาการสำลักน้ำ เมื่อขึ้นจากทะเล ไต๋เรือมีอาการหมดสติ ทีมกู้ภัยต้องเร่งปฐมพยาบาล และนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา ส่วนผู้ประสบภัยรายอื่น ๆ ถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงในพื้นที่เมืองพัทยา


>> ฉก.ทพ.44 สนธิกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ป่วยสายบุรี เคลื่อนย้ายส่งฟอกไต รพ.ปัตตานี

17.45 น. กองกำลังทหารพราน 44 ร่วมกับ ศปก.อ.สายบุรี และศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันประจำอำเภอสายบุรี จัดกำลังพลและยานพาหนะเข้าดำเนินการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสายบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลปัตตานี

การให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ มุ่งเน้นผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการฟอกไตเป็นหลัก เนื่องจากไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งลำเลียงผู้ป่วย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้ ปัจจุบันสามารถนำส่งผู้ป่วยจากโรงพยาบาลสายบุรีไปยังโรงพยาบาลปัตตานีได้แล้ว จำนวนทั้งสิ้น 40 ราย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน พร้อมย้ำหน่วยงานยังคงเฝ้าระวังและพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง


>> รถจักรยานยนต์ชนขอบทาง 2 เด็กชายร่างกระเด็นลงไปเสียชีวิตใต้สะพานข้ามคลอง

18.00 น. รับเเจ้งจาก มูลนิธิเพชรเกษม จ.อำนาจเจริญ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนราวสะพาน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บริเวณสะพานห้วยวังโดน ในพื้นที่ ต.นาป่าเเซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำแดง ทะเบียน กทม. ลักษณะชนราวสะพานแล้วพลิกคว่ำ ใกล้กันบริเวณใต้สะพานพบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กชาย อายุ 12 ปี และอายุ 14 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปทุมราชวงศา


>> ทบ. ถอดยศ-ดำเนินคดีอาญา อดีต พ.ท.หญิง โกงเงินบำนาญ 230 ล้าน

20.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงผลการดำเนินการ กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการทุจริตเงินบำนาญ 230 ล้านบาท ในระบบ e-pension ของกรมการเงินทหารบก ระหว่างปี 2555-2563 ระบุว่า

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กองทัพบกได้ดำเนินการสอบสวนและลงโทษทางวินัยกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.อย่างเต็มที่ จนนำไปสู่การลงมติชี้มูลความผิดของ ป.ป.ช. กรณีของ พ.ท.หญิง ดวงรัตน์ กองทัพบกและกระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุดแล้วคือ การปลดออกจากราชการ โดยไม่มีสิทธิรับเบี้ยหวัด บำเหน็จ หรือบำนาญ พร้อมทั้งถอดยศทหาร และได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

ต่อมาเมื่อ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยร้ายแรงและอาญาฐานทุจริตต่อหน้าที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ส่วนการเยียวยาผู้เสียสิทธิ กองทัพบกได้ดำเนินการรองจ่ายเงินชดเชยให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิครบทั้ง 11 ราย รวมเป็นจำนวน 5,220,699 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น และได้เริ่มกระบวนการเรียกคืนเงินจากผู้กระทำผิดซึ่งมีการชำระคืนบางส่วนแล้ว ทั้งนี้ กองทัพบกจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ความเสียหายในส่วนที่คงเหลือต่อไป


>> เพลิงไหม้บนห้องพัก ภายในคอนโดฯ ย่านบางอ้อ เสียหายวอดทั้งห้อง

20.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิง สถานที่เกิดเหตุ คอนโดฯ แห่งหนึ่ง ซอยจรัญสนิทวงศ์ 95/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 7 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ อาคารเอ ชั้น 5 ภายในห้องพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 36 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การชาร์จแบตเตอรี่มือถือทิ้งไว้บนที่นอน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางอ้อ


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

01.59 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.4 ลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 169 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม