หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568

>> หนุ่มเมืองมะกัน เมาหลอนยา กระโดดระเบียงห้องพักบนคอนโดฯ เมืองพัทยา ร่วงลงมาเจ็บหนัก

08.16 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีบุคคลผลัดตกที่สูง ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง เมืองพัทยา ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบผู้ขาย อายุ 45 ปี สัญชาติอเมริกัน มีอาการตาลอย พูดจาไม่รู้เรื่อง ได้รับบาดเจ็บที่ขา จุกแน่นหน้าอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ให้การช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาล หลังตกลงมาจากชั้นที่สองของคอนโดฯ โดยมีผู้ที่อาศัยอยู่ออกมามุงดูเหตุการณ์ด้วยความแตกตื่น ขณะที่พนักงานของคอนโดฯ สังเกตเห็นผู้สื่อข่าว จึงเข้ามาสั่งห้ามบันทึกภาพแล้วไล่ออกจากพื้นที่ในทันที

สอบถาม น.ส.เอ( นามสมมุติ) อายุ 18 ปี เพื่อนของอดีตแฟนของชาวต่างชาติ ให้ข้อมูลด้วยความตกใจว่า ชาวต่างชาติมีอาการเมาสารเสพติด ประเภทเคตามีน แล้วโวยวายเสียงดัง ก่อนจะกระโดดลงมาจากระเบียงหลังห้อง หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขึ้นไปตรวจสอบภายในห้องพัก พบว่ามีกัญชา และซองซิปบรรจุผงคล้ายสารเสพติด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจะได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ขยายผลต่อไป


>> เปิดปฏิบัติการ “Never Stop to Burn ทำลาย มั่นใจ ไม่เวียนขายไปทำลายสังคม” เผาทำลายยาเสพติดของกลางประมาณ 44 ตัน

09.30 น. ณ ศูนย์บริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รับมอบหมายจาก นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดปฏิบัติการ "Never Stop to Burn ทำลาย มั่นใจ ไม่เวียนขายไปทำลายสังคม" เผาทำลายยาเสพติดของกลางครั้งที่ 60 โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย อาทิ บช.ปส. ป.ป.ส. กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ สำนักงานอัยการสูงสุด กรมศุลกากร กรมประชาสัมพันธ์ กรมโรงงานอุตสาหกรรม เข้าร่วม

ยาเสพติดที่เผาทำลายในวันนี้ เป็นของกลางที่ผ่านการตรวจรับและอนุมัติให้ทำลายจากคดียาเสพติด 55,876 คดี น้ำหนักรวมหีบห่อ 43,643 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักยาเสพติด 34,655 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เป็นยาบ้า 24,095 กิโลกรัม รองลงมาเป็นไอซ์ 7,208 กิโลกรัม คีตามีน 1,642 กิโลกรัม ไขบูทรามีน 554 กิโลกรัม เฮโรอีน 478 กิโลกรัม คลอรัลไฮเดรต 306 กิโลกรัม ฝิ่น 160 กิโลกรัม

การเผาทำลายใช้เตาเผาขยะอันตรายด้วยเชื้อเพลิงก๊าชธรรมชาติ คือ เตาเผาแบบหมุน ชุดที่ 1 อุณหภูมิกว่า 850 องศาเซลเซียส และเตาเผาย้ำ ชุดที่ 2 อุณหภูมิกว่า 1,200 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจว่าสารประกอบอินทรีย์อันตรายที่เกิดขึ้นถูกทำลายไปกว่า 99.99 % ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีการตรวจสอบควบคุมสารมลพิษจากการเผาทำลายทุก 3 ชั่วโมง โดยจะทำการเผาต่อเนื่อง 36 - 38 ชั่วโมง

ส่วนด้านการบำบัดฟื้นฟู ได้นำผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาแล้วกว่า 247,000 คน และส่งกลับคืนสู่สังคมแล้วกว่า 150,000 คน


>> กระแสลมพัดแรง ต้นทุเรียนล้มทับร่างลูกจ้างชาว สปป.ลาว เสียชีวิตที่ จ.จันทบุรี

09.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.จันทบุรี รับแจ้งว่า เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่หมู่ 2 ต.ตะเคียนทอง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เป็นเหตุให้แรงงานชาวลาว เพศชาย ถูกต้นทุเรียนล้มทับ เสียชีวิต

การตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุโดยผู้นำชุมชนในพื้นที่ และตำรวจภูธรเขาคิชฌกูฏ เข้าดำเนินการตรวจสอบ สถานที่เกิดเหตุเป็นสวนทุเรียน ในที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต ชื่อ นายสุกกะเสิม อายุ 44 ปี อาชีพรับจ้าง ชาวสัญชาติ สปป.ลาว 
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ในขณะเกิดเหตุได้เกิดลมแรงในพื้นที่ ทำให้ผู้ประสบภัยที่กำลังโยงลูกทุเรียนอยู่บนต้น จึงถูกกระแสลมพัดล้มพร้อมต้นทุเรียน และเสียชีวิตจากการถูกทับ ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและอำเภอ ได้รวบรวมข้อมูลและให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและกฎหมายต่อไป


>> รองจเรตำรวจแห่งชาติ​ ยืนยัน ปมซื้อขายตำแหน่งในตำรวจภูธรภาค 8 เป็นเรื่องใหญ่ ต้องตรวจสอบอย่างโปร่งใส​

10.30​ น.พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวการซื้อขายตำแหน่งในตำรวจภูธรภาค 8 ว่าเพิ่งทราบเรื่องเมื่อวานนี้ และต้องรอคำสั่งผู้บังคับบัญชาให้สำนักจเรตำรวจแห่งชาติเข้าตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันว่าประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องให้ความชัดเจนกับสังคม

รองจเรฯ ระบุว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำชัดเจนในวันมอบนโยบายว่า หากมีการร้องเรียนหรือพบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่ง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยไม่สนว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็น “พี่ เพื่อน น้อง หรือผู้บังคับบัญชา” และจะไม่มีการละเว้นใดๆ

ส่วนกรณีที่ ผบ.ตร. ระบุว่า ได้สอบถาม ผบช.ภ.8 และรอง ผบช.ภ.8 แล้ว และทั้งสองยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง รองจเรฯ ชี้ว่าตนยังไม่สามารถตอบได้ว่าข้อกล่าวหาจะจริงหรือไม่ เพราะการตรวจสอบยังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ แต่ย้ำว่ามีความเชื่อมั่นในคำสั่งและจุดยืนของ ผบ.ตร.พร้อมย้ำว่า แม้เรื่องนี้จะเป็น “เรื่องในมุ้งตำรวจ” ที่อาจไม่มีใครออกมาตีกันให้เห็น แต่กระบวนการตรวจสอบต้องทำอย่างจริงจังและโปร่งใส เพื่อชี้แจงให้ประชาชนมั่นใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจคือตำรวจมีกระบวนการตรวจสอบ โดยเฉพาะคณะกรรมการรับเรื่องราวร้องเรียนตำรวจหรือ ก.ร.ตร..ที่เป็นหน่วยงานอิสระที่ตั้งขึ้นตาม​ พ.ร.บ.ตำรวจฯฉบับใหม่​ ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของ ผบ.ตร.หากผลการพิจารณาของ​ ก.ร.ตร.​มีผลสรุปออกมาอย่างไรสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องปฎิบัติตามนั้น​ดังนั่นขอให้มั่นใจการตรวจสอบตามขั้นตอนว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องและโปร่งใสที่สุด


>> ตั้ง 2 ข้อหาคนขับเรือ พร้อมเปิดสาเหตุชนบ้านเรือนริมเกาะเกร็ด ด้านเจ้าของเรือพร้อมรับผิดชอบค่าเสียหาย

11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากเหตุเรือลากจูงเรือบรรทุกยิปซั่ม เกิดอุบัติเหตุพุ่งเข้าชนบ้านเรือนประชาชนริมน้ำจนได้รับความเสียหายพังจำนวน 3 หลัง ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา 
วันนี้ เจ้าของเรือลากจูงลำดังกล่าว ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่า ภายในห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี กรมเจ้าท่ากระทรวงคมนาคม ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชม.

หลังเข้าให้ปากคำกับกรมเจ้าท่าเสร็จสิ้น ทางเจ้าของเรือ ให้เพียงข้อมูลสั้นๆ ว่า ทางบริษัทไม่ได้บอกว่าจะไม่รับความผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะได้มีการติดต่อพูดคุยกับทางเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายทั้ง 3 หลังอยู่ก่อนแล้ว ทางบริษัทยินดีรับผิดชอบให้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะต้องมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบเพื่อทำการประเมินความเสียหายที่แท้จริงก่อน จากนั้นจึงจะมีการตกลงพูดคุยกับทางเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายทั้ง 3 หลังอีกครั้ง

ทางด้านเจ้าหน้าที่เจ้าท่า จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเจ้าของเรือในวันนี้ ทราบว่าเรือลากจูงเป็นของส่วนบุคคลที่มารับจ้างลากเรือเหล็กซึ่งบรรทุกยิปซั่มจากพระนครศรีอยุธยา ไปส่งที่กรุงเทพ ซึ่งเรือลากจูงนั้นไม่มีประกันภัย แต่เรือมีใบอนุญาต และเข้ารับการตรวจสภาพเรือล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค.68 โดยพบว่าปัญหาเกิดมาจากน็อตที่สายไฮโดลิกซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บังคับหางเสือคลายตัวออก ทำให้การบังคับพวงมาลัยของเรือเป็นไปด้วยความลำบากจนเรือเสียการควบคุมจนทำให้เกิดเหตุขึ้น ในเบื้องต้นหลังจากสอบปากคำเจ้าของเรือแล้ว ทางเจ้าท่า จ.นนทบุรี ได้สรุปตั้งข้อหาคนขับเรือไว้ 2 ข้อหา คือ ขับขี่เรือโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย และนำเรือไม่พร้อมมาใช้


>> รถจักรยานยนต์ชนเข้ากลางลำรถกระบะ กลางถนนโยธาธิการ ชุมพร 2024 มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

11.11 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันรถยนต์กระบะ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส กลางถนนโยธาธิการ ชุมพร 2024 บริเวณใกล้เคียงสี่แยกสาวงาม บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน ชุมพร ลักษณะชนกับ รถกระบะ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ชุมพร ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเด็กชาย อายุ 12 ปี ข้อมือซ้ายหักปิดรูป มีแผลฉีกขาดบริเวณริมฝีปาก อยู่ในอาการรู้สึกตัวดี อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.หลังสวน และพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 45 ปี มีแผลฉีกขาดบริเวณศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ข้อมือหักปิดรูปทั้ง 2ข้าง อยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านในหูต


>> ลูกน้อยวัย 5 เดือน พลัดตกลงซอกเตียง ขาดอากาศหายใจ แม่เปิดกล้องดูลูกระหว่างพักงาน รีบโทรหาพ่อแต่สายไปแล้ว

11.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุภายในห้องพัก หมู่บ้านเอื้ออาทรย่านแพรกษา เมื่อคุณแม่ของเด็กวัย 5 เดือนเปิดกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ในบ้านระหว่างพักเบรคที่ทำงาน พบว่าลูกน้อยพลัดตกลงไปในช่องว่างระหว่างที่นอนกับโครงเตียง โดยตัวเด็กค้างอยู่ในลักษณะตะแคงข้างติดผนังเตียง ขาดอากาศหายใจ ขณะเดียวกันคุณพ่อซึ่งเฝ้าลูกอยู่ในห้อง เกิดหลับเพราะความอ่อนเพลีย ไม่ทันรู้ว่าลูกตกจากที่นอน

เมื่อคุณแม่เห็นภาพจากกล้องพยายามโทรกลับบ้านทันที แต่คุณพ่อยังไม่ตื่น เด็กน้อยไม่ได้ขยับอยู่หลายวินาที ก่อนที่คุณพ่อจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาและรีบอุ้มลูกออกจากช่องเตียง แต่สายไปแล้ว

อยากฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่มือใหม่ ตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชิ้นให้แน่นหนา รวมถึงไม่ปล่อยเด็กนอนลำพังแม้เพียงช่วงสั้นๆ


>> รมว.วธ. ติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ เพื่อเตรียมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

12.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ ราชรถและพระยานมาศ เพื่อเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวศุภพานี โพธิ์สุ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ทุกขั้นตอนของการจัดสร้างและบูรณะราชรถ–พระยานมาศ ดำเนินไปอย่างประณีต งดงาม และสมพระเกียรติสูงสุด เพื่อความสมบูรณ์พร้อมของพระราชพิธีที่จะเกิดขึ้นอย่างสมพระบารมี


>> ทหารชุด ฉก.ราชมนู จับชาวต่างชาติ 9 สัญชาติ 36 ชีวิต ลักลอบเดินลัดเลาะเข้าประเทศไทย จ.ตาก

13.00 น. ทหารชุดเฉพาะกิจราชมนู ตรวจพบบุคคลต่างชาติจำนวน 36 ราย ในพื้นที่ 70 ไร่ บ้านแม่ตาว หมู่ที่ 1 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก

ลักษณะลักลอบเข้ามาจากประเทศเมียนมา และเดินมาตามทางเดินในพื้นที่เกษตร 70 ไร่ จึงได้ตรวจสอบ พบมีจำนวน 9 สัญชาติ ประกอบด้วย เวียดนาม 3 ราย คาซัคสถาน 1 ราย เนปาล 2 ราย อูวันดา 1 ราย ซูดาน 1 ราย เคนยา 13 ราย อียิป 1 ราย ปากีสถาน 11 ราย และอินเดีย 2 ราย ยอดรวม 36 ราย จึงได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตากเพื่อตรวจสอบเอกสารประจำตัวต่อไป


>> เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน ซอยสรงประภา 2 เสียหายวอดทั้งชั้นและลุกลามหลังข้างเคียง

13.18 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสรงประภา 2 ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น พื้นอาคารโครงสร้างทำด้วยไม้  ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เสียหายทั้งหมด ลุกลามอาคารข้างเคียง เสียหายกันสาด กระจกหน้าต่าง และอาคารอีกหลัง เสียหายบันได ทางขึ้นดาดฟ้า พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 48 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้ชั้นต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด

ขณะที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย รายที่ 1 เป็นเพศชาย อายุ 41 ปี มีอาการถูกไฟลวกบริเวณแขนและหน้าอก อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ รายที่ 2 เป็นอาสาสมัครเพศชาย ลื่นหกล้ม เจ็บเข่า ปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ต้องการไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง


>> นายกฯ หารือคณะหอการค้าร่วมต่างประเทศ ย้ำพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ ผลักดันความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เสริมสภาพแวดล้อมธุรกิจไทยที่โปร่งใส-แข่งขันได้

13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พบหารือนางวีเบ็คเก้ ลิดแซนด์ ไรเวอร์ก ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย พร้อมย้ำว่า ข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ประธาน JFCCT ได้นำเสนอ 6 ประเด็นสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การแข่งขันในระยะยาว ได้แก่ การยกระดับความสามารถแข่งขันของประเทศ การเดินหน้ารัฐบาลดิจิทัลแบบบูรณาการ การสร้างทักษะแรงงานแห่งอนาคต การเสริมพลัง SMEs การพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบองค์รวม และการเร่งขยายความตกลงการค้าเสรี (FTA)

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุน SMEs ผลักดัน FTA เร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD และเดินหน้าปฏิรูประเบียบที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมที่มีความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน และเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว


>> รมว.แรงงาน ย้ำคนไทยต้องมีงานทำ ตั้งเป้า 4 เดือน เร่งผลักดันการจ้างงานเพิ่ม 150,000 ตำแหน่ง

16.33 น. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงานโครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน มหกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน จ.สระแก้ว และงาน Job Fair มหกรรมจ้างงานและเส้นทางสู่อาชีพ 2026 @สระแก้ว ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัครแรงงานและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานจำนวนมาก

โดย น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศจะทำหน้าที่เป็น "Job Hunter" หรือหน่วยล่างาน เพื่อหาตำแหน่งงานมาให้คนไทยที่ยังไม่มีงานทำได้มีโอกาสทำงาน ภายใต้แนวคิดและเป้าหมายสำคัญคือ "คนไทยต้องมีงานทำ" ซึ่งจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ "คนไทยต้องมีงานทำ" อย่างเป็นทางการในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ "ภายใน 4 เดือน ของรัฐบาลนี้จะผลักดันการจ้างงานได้ไม่น้อยกว่า 150,000 ตำแหน่ง ทั้งแรงงานในระบบ นอกระบบ และอาชีพอิสระ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจระดับประเทศ ช่วยแก้ปัญหาสังคม ตลอดจนการถูกหลอกลวงในช่วงว่างงาน"

ส่วนปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตรใน จ.สระแก้ว เดิมจะมีแรงงานชาวกัมพูชาเข้ามาทำงานตัดอ้อยและเก็บผลไม้ตามฤดูกาลกว่าหมื่นคน แต่หลังมีปัญหาชายแดนแรงงานกัมพูชาบางส่วนได้กลับประเทศ ส่วนที่ทำงานอยู่และใบอนุญาตจะหมดอายุก็ให้ชะลอการต่ออายุไปก่อน ขณะที่นายจ้างมีความต้องการคนทำงานราว 15,000 คน การแก้ปัญหานี้จะมีการจดทะเบียนแรงงานเมียนมา ลาว และเวียดนาม ตลอดจนการนำผู้ลี้ภัยในศูนย์พักพิงเข้ามาทดแทน รวมทั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานจากจังหวัดอื่นเข้ามาทำงานด้วย


>> แม่น้ำเจ้าพระยา หน้าศาลากลางอ่างทอง ลดลงกว่า 40- 50 ซม. คาดเข้าสู่ภาวะปกติกลางเดือนธันวาคมนี้

17.07 น. นายมนตรี เนียมรอด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอ่างทอง เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดอ่างทองว่า ปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากน้ำในลุ่มน้ำภาคเหนือลดลงหมดทั้งปิง วัง ยม ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนลดลงเป็นลำดับ ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำเหลือ 2,688 ลบ.ม./วินาที โดยแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าศาลากลางลดลงประมาณ 40-50 ซม. รวมถึงในพื้นที่ อ.ไชโย อ.เมืองอ่างทอง บริเวณวัดท้องคุ้ง แต่ยังคงแนวป้องกันน้ำไว้ โดยเฉพาะบริเวณแนวคันดินใต้สะพานป่าโมก ที่สัปดาห์นี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอยู่

ทั้งนี้ ประเมินว่า ปริมาณน้ำในจังหวัดอ่างทองมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อย ๆ โดยคาดการณ์ประมาณต้นเดือน ธ.ค.นี้ เขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำในอัตรา 1,300- 1,400 ลบ.ม./ต่อวินาที และเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงกลางเดือนธันวาคม ขณะที่อิทธิพลจากลมหนาวจะไม่ทำให้เกิดฝนหรือส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น


>> ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์ สกัด “ไข่ไก่มีเชื้อ 3.5 แสนฟอง” ลอบเข้าไทย หวั่นแพร่โรคระบาดสัตว์ปีก

19.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กรมปศุสัตว์ และหลายหน่วยงานในพื้นที่ จ.สระบุรี บุกสกัดจับรถบรรทุกห้องเย็นขน “ไข่ไก่มีเชื้อ” กว่า 352,800 ฟอง มูลค่ากว่า 5.29 ล้านบาท ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อส่งต่อโรงฟัก ก่อนกระจายสู่ฟาร์มไทย เสี่ยงแพร่โรคอันตราย เช่น ไข้หวัดนก และนิวคาสเซิล ผู้ต้องหาเป็นชายอายุ 32 ปี อ้างขนมาจากท่าเรือน้ำลึก จ.สงขลา แต่ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้า–เคลื่อนย้าย หรือเอกสารศุลกากรได้ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดและส่งตัวอย่างไข่ตรวจโรคตามกฎหมายโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558

คดีนี้เข้าข่ายความผิดหลายข้อหา ทั้งนำเข้าสัตว์หรือซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต, เคลื่อนย้ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และรับของที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี พร้อมค่าปรับหลายเท่าของมูลค่าสินค้า หน่วยงานเตือนการลักลอบนำเข้าไข่ฟักจากต่างประเทศเป็นภัยต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย มูลค่ามหาศาล อาจทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนระบาดสู่ฟาร์มและห่วงโซ่อาหารประชาชน พร้อมเดินหน้ากวาดล้างอย่างเข้มงวดตามนโยบายความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศ


>> ไฟไหม้บ้านเรือนเสียหายวอด ย่านลาดหลุมแก้ว หลังเพลิงสงบพบพ่อเฒ่าเสียชีวิตคากองเพลิง ตร.เร่งสอบสวนหาสาเหตุ จ.ปทุมธานี

19.40 น. ร.ต.อ.สันทัด จำเนียรการ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุเกิดเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ถูกไฟคลอกอยู่ภายในบ้าน เหตุเกิดบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบล หน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง จากอบต. หน้าไม้ 1 คัน , อบต.ระแหง 1 คันและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เพลิงไหม้ได้ลุกไหม้บ้านหลังดังกล่าวเสียหายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่พร้อมรถน้ำใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุม และเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา 

ตรวจสอบเบื้องต้น ผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะถูกไฟคลอกอยู่ภายในบ้าน ทราบต่อมาคือ ชายไทย อายุ 76 ปี สภาพศพไหม้เป็นตอตะโก เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและสอบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิต ป่วยเป็นอัมพฤกษ์

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน ลูกสาว และ ลูกชาย เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่เพียงลำพังคนเดียว เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วคาดว่าด้วยกระแสลมพัดประกอบกับตัวบ้านเป็นไม้ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จึงทำให้ไฟไหม้หมดทั้งหลัง ส่วนสาเหตุของต้นเพลิง ยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใดซึ่งจะได้หาพยานที่เหตุการณ์ เพิ่มเติม มาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป  


>> บุกจับ 1 ใน 34 เป้าหมายสำคัญแก๊งสแกมเมอร์ หลังหนีกบดานไปอยู่บ้านภรรยาที่ขอนแก่น

19.50 น. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม ผู้ชาย อายุ 32 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

จากการตรวจสอบพบว่า ชายชาวสิงคโปร์ดังกล่าว เป็นบุคคลตามหมายแดง RED NOTCE INTERPOL ข้อหาเป็นองค์กรอาชญากรรม และมีหมายจับของตำรวจสิงคโปร์ โดยพบว่า ชายดังกล่าว เป็นสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ ที่ตั้งฐานปฏิบัติการในกรุงพนมเปญประเทศกัมพูชา โดยนายไบรอัน เป็น 1 ในเป้าหมาย 34 ราย ที่ถูกประกาศจับโดยตำรวจสิงคโปร์ โดยจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ดงลาน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น

สืบเนื่องจาก ชายชาวสิงคโปร์ดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในลิสต์ Scam Syndicate in Cambodia 34 ราย ของตำรวจสิงคโปร์ (SPF) และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในข้อหาอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ฉ้อโกง) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รับการประสานจากตำรวจสิงคโปร์ว่า ชายคนดังกล่าว มีภรรยาเป็นคนไทย จึงทำการสืบสวนแกะรอยจนกระทั่งพบตัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น จึงได้ขออนุมัติหมายค้นศาลฯ เข้าตรวจค้น และควบคุมตัว ชายคนดังกล่าว พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” นำส่ง พงส.กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และผลักดันส่งตัวกลับประเทศสิงคโปร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่ประเทศสิงคโปร์ต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหา เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าไปทำงานในแก๊งสแกมเมอร์ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยเป็นแอดมินฝ่ายการเงินของแก๊ง โทรข่มขู่เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ หลอกให้ชาวสิงคโปร์โอนเงิน โดยได้รับเงินเดือน 4,000 ดอลลร์สหรัฐ หรือประมาณ 120,000 บาท ซึ่งมีสมาชิกแก๊งและบอสเป็นชาวสิงคโปร์และชาวมาเลเซีย


>> ดอดเข้าพบตำรวจแล้ว หลังชายหัวร้อนยิงปืนขึ้นฟ้า จากเหตุไม่สามารถนำรถเข้าบ้านได้

21.16 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าจากกรณี กำนันตำบลพลูตาหลวง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีชายโวยวายด่าทอเสียงดัง ก่อนมีเสียงคล้ายอาวุธปืนดังต่อเนื่องหลายครั้ง ที่บริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่อยู่ใกล้เคียง

เมื่อไปถึงพบผู้เสียหาย ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงเวลา 18.40 น. มาเปิดให้ตรวจสอบ พบชายวัยกลางคน ซึ่งพักอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม ขับรถกระบะพยายามถอยเข้าบ้าน แต่ไม่สามารถนำรถเข้าได้ เนื่องจากมีรถของแฟนสาวผู้เสียหายจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งตามคลิปพบว่าชายคนดังกล่าวได้ลดกระจกตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง ก่อนที่แฟนผู้เสียหายจะเดินไปถอยรถออกให้ จึงสามารถนำรถเข้าบ้านได้สำเร็จ ไม่นานกลับได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้น 3 นัด จึงรีบเข้าแจ้งความให้ตำรวจตรวจสอบดำเนินคดี

ล่าสุด พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สารีรัตน์ ผกก.สภ.พลูตาหลวง สั่งการให้ พ.ต.ท.ชัยมงคล จันทพรม รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ต.จักรภพ อินรัญ สว.สส. พร้อมชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ก่อนเชิญตัวนาย เอ (นามสมมติ) ผู้ก่อเหตุ มาสอบสวนที่ สภ.พลูตาหลวง เบื้องต้นตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหา ต้องรอสอบปากคำคู่กรณีเพิ่มเติม และจะเรียกตัวนาย เอ มารับทราบข้อกล่าวหาตาม พยานหลักฐานต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เจ้าหน้าที่จะได้ประสานคู่กรณี มาดำเนินการพูดคุยไกล่เกลี่ย ทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต


>> สุราษฎร์ธานีน้ำท่วม 3 อำเภอ กระทบกว่า 2.3 หมื่นคน – ผู้ว่าฯ จุมพฏสั่งระดมทุกหน่วยเร่งช่วยเหลือ

21.18 น. สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษร์ธานี รายงาน จากเหตุการณ์เกิดฝนตกต่อเนื่องในวันที่ 17–19 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้หลายพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีประสบปัญหาน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมฉับพลัน ครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่าชนะ อำเภอไชยา และอำเภอท่าฉาง รวม 18 ตำบล 141 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 23,995 คน แม้ยังไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่หลายจุดยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะอำเภอไชยาที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ทุกระดับ พร้อมกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมจุดอพยพสำหรับกลุ่มเสี่ยงและประสานกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ยังสั่งการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคแจ้งเตือนเรือประมงและเรือโดยสารขนาดเล็กให้งดออกจากฝั่ง ส่วนเรือเฟอร์รี่ให้ประเมินสภาพคลื่นลมอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

หลายหน่วยงานทั้งทหาร ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ รถยกสูง เรือท้องแบน และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำมีแนวโน้มลดลง หากฝนหยุดตกคาดว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 1–2 วัน ขณะเดียวกันจังหวัดเตรียมเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบราชการโดยเร็ว 
 

>> 2 โจรชาย,หญิง ใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ผู้เสียหาย ริมถนนภายในซอยเสนานิคม 1 แล้วขับขี่ จยย.หลบหนี 

03.57 น. รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 คนร้าย 2 คน จำได้ เป็นผู้ชาย สวมเสื้อสีดำ และเป็นผู้หญิง สวมเสื้อลายดอก ใช้อาวุธปืน ก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหาย ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง บริเวณปั๊มน้ำมัน ถนนเสนานิคม 1 หลังก่อเหตุ ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู ไม่ทราบทะเบียน หลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกวังหิน พื้นที่ สน.พหลโยธิน

พลเมืองดี (เป็นไรเดอร์) เล่าว่า เมื่อเวลา 03.30 น. ก่อนเกิดเหตุ ตนเองเป็นไรเดอร์ นั่งรอรับงานอยู่ภายในปั๊มดังกล่าว สักพัก พบผู้เสียหาย เป็นผู้ชาย วิ่งตรงเข้ามาในปั๊ม แล้วเล่าเหตุการณ์กับตนเองว่า

"ระหว่างที่เค้า เดินอยู่ริมถนนเสนานิคม 1 เลยหน้าปั๊มไปเล็กน้อย ถูกคนร้ายเป็นผู้ชายและผู้หญิง ลักษณะเป็นผัวเมีย ขับขี่รถ จยย.ดังกล่าว เข้ามาประกบ แล้วตะโกน 'เฮ้ย' ก่อนจะบอกให้ส่งเงินมา ตนเองมองไปพบว่าคนร้ายเหมือนมีอาวุธปืน จึงยอมมอบสิ่งของไป เป็นกระเป๋าสตางค์ มีเงินสด 200 บาท, มือถือ ยี่ห้อวีโว่ 1 เครื่อง หลังก่อเหตุคนร้ายขี่หลบหนีไปทางแยกวังหิน ด้วยความกลัวจึงได้วิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือกับคนในปั๊ม" 
ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน มารับตัวผู้เสียหายไปสอบปากคำแล้ว

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม