หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:29 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568


>> ทหารหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ปะทะกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาบ้า 1.4 ล้านเม็ด

06.30 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 มอบหมาย พลตรี สาธิต ไวยนนท์ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก ธวัฒน์ อินกอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจพื้นที่การปะทะระหว่างกำลังทหาร กองร้อยทหารม้าที่ 2 กองบังคับการควบคุมผาแด่น หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตากกองกำลังผาเมือง กับขบวนการลำเลียงยาเสพติด

โดยการปะทะกันครั้งนี้กองกำลังผาเมือง ได้พบว่ากลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด มีความพยายามที่จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย ในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อลำเลียงไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดกำลังเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่ง เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 17 พ.ย. 2568 กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนบริเวณ บ้านจะตีหมู่ 16 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสะพายกระสอบดัดแปลง ประมาณ 9 – 10 คน เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ทำให้ เกิดการปะทะกันประมาณ 10 นาที เมื่อสิ้นสุดการปะทะ ฝ่ายเจ้าหน้าปลอดภัย กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทิ้งสิ่งของไว้ และใช้ความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้จึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม จำนวน 2 ชุด ปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุไว้

ต่อมา หน่วยได้จัดกำลังควบคุมพื้นที่ และตรวจสอบของกลาง ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 7 กระสอบๆ ละ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าประมาณ 1,400,000 เม็ด


>> ปภ.ลำปาง คืบหน้าเหตุระเบิด พื้นที่ ต.ล้อมแรด อ.เถิน บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย

09.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำปาง สาขาเถิน รายงานเหตุระเบิด ในพื้นที่ ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง

เกิดเหตุระเบิดจากวัตถุดินปืนที่ใช้ทำประทัดในงานศพระเบิดทำให้บ้านเรือนประชาชน หมู่ที่ 11 ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง จำนวน 1 หลัง ได้รับความเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 1 ราย คือเป็นชาย อายุ 66 ปี (เจ้าของบ้าน) ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยล้อมแรด นำส่ง รพ.เถินแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเถิน

จากการสอบสวนสาเหตุของการระเบิด ในครั้งนี้ เกิดจากประกายไฟจากการใช้เครื่องมือหินเจียร์ลับคมใบมีดตัดหญ้า ทำให้เกิดสะเก็ดประกายไฟ โดนใส่วัตถุดินปืนที่ใช้ทำประทัดในงานศพที่เก็บไว้บ้านหลังดังกล่าว


>> แผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ในพื้นที่จังหวัดตาก

09.36 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ความลึก 1 กิโลเมตร บริเวณ ต.บ้านนา อ.สามเงา จ.ตาก เบื้องต้นยังไม่มีผู้แจ้งผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน


>> ดาบตำรวจ สภ.ป่าบอน ขับรถกระบะออกจากการประชุมที่โรงพัก มุ่งหน้ามุ่งหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ เสียหลักพุ่งชนตอไม้เสียชีวิต

11.00 น. ร้อยเวร สภ.ป่าบอน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่าบอน เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะโตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน ยะลา เสียหลักลงข้างทางก่อนชนตอไม้อย่างแรง บริเวณถนนสายป่าบอน–หนองธง หมู่ 4 ตำบลหนอง จังหวัดพัทลุง

ที่เกิดเหตุพบ ด.ต.สมพงษ์ อายุ 45 ปี ผบ.งานป้องกันและปราบปราม สภ.ป่าบอน ทำหน้าที่สายตรวจประจำป้อมยามพื้นที่ตำบลทุ่งนารี เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อช่วยนำร่างออกมา

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.สมพงษ์ได้ขับรถกลับจากประชุมที่โรงพัก มุ่งหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ประจำป้อมยาม แต่ระหว่างทางถึงจุดโค้ง รถเกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทางและชนตอไม้อย่างจัง จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้


>> รมว.ท่องเที่ยว ชี้ ยูทูบเบอร์ไทยถอดเสื้อเต้นที่ญี่ปุ่น กระทบภาพลักษณ์ วอนช่วยกันเคารพวัฒนธรรมต่างชาติ

11.31 น. นายอรรถกร ศิริลัธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีที่มี YouTube ชื่อดังของไทย ถอดเสื้อเต้นบนหลังคา ที่ประเทศญี่ปุ่น จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ยอมรับว่า ส่วนตัวยังไม่เห็นคลิปดังกล่าว แต่เรื่องนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยแน่นอน แต่ก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่สามารถห้ามใครทำพฤติกรรมอย่างไรอย่างหนึ่งได้ แต่ต้องขอความร่วมมือ นักท่องเที่ยวไทย ไม่ว่าจะไปเที่ยวในประเทศใดก็ตาม อย่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็พยายามรณรงค์มาโดยตลอด ว่านักท่องเที่ยวไทย ต้องมีพฤติกรรมที่เหมาะสม ไม่ทำผิดกฎหมายต่างประเทศ แต่ทางที่ดีขอให้เที่ยวประเทศไทยจะดีกว่า

ซึ่งเรื่องราวบานปลาย มีการเรียกร้องให้ดำเนินคดี โดยชาวเน็ตไทยจำนวนมาก ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจเฟซบุ๊ก “สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อส่งเรื่องให้ทางสถานทูตดำเนินการเอาผิด เนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์นักท่องเที่ยวไทยอย่างมาก ทั้งยังเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างมากบนโลกออนไลน์ รวมถึงอยากให้สถานทูตแบนการเข้าประเทศญี่ปุ่นถาวร เจ้าของเพจด้วย


>> พบคนไทยเสียชีวิตอีก 1 ราย ในอาคารแห่งหนึ่งฝั่งปอยเปต

11.42 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน มีรายงานจาก ศูนย์ช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ภาคตะวันออก (imf) ว่า พบคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รายในอาคารแห่งหนึ่งฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพิกัดเดียวจุดที่ นางสาวสุดา ชาวจังหวัดพังงา ถูกพบเสียชีวิตก่อนหน้านี้ ผู้เสียชีวิตถูกพบที่ ตึก บี ชั้น 6 ออฟฟิศหมายเลข 218 ทราบชื่อนายศราวุธ หรือ โตโต้ ชาวจังหวัดสมุทรปราการ

ข้อมูลจากผู้รอดชีวิตและพยานบุคคลยืนยันตรงกันว่า นายศราวุธถูก ทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ โดยถูกตีด้วยวัตถุคล้ายเหล็กและถูกช็อกด้วยไฟฟ้า ส่งผลให้เสียชีวิตภายในอาคารดังกล่าว

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้สั่งการเป็นนายทุนชาวจีน ส่วนผู้ลงมือทำร้ายเป็น ลูกน้องชาวไทย ในขบวนการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงาน ซึ่งสะท้อนปัญหาการเอาคนไทยไปหลอกคนไทยด้วยกันเองในขบวนการผิดกฎหมายฝั่งปอยเปต หวั่นถูกฝังเงียบที่พนมเปญ เพื่อนรุ่นพี่ของผู้เสียชีวิต ซึ่งสามารถหลบหนีออกมาจากเครือข่ายได้และอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ได้ประสานข้อมูลมายัง ศูนย์ IMF เพื่อขอช่วยนำร่างของนายศราวุธกลับประเทศไทย หลังมีเบาะแสว่าทางออฟฟิศเตรียมนำร่างไปฝังแบบเงียบๆ ในพื้นที่กรุงพนมเปญ


>> ผู้ว่าฯ นนทบุรี ลงพื้นที่ เหตุเรือหัวลากสำหรับลากจูงเรือบรรทุกทราย พุ่งชนบ้านเรือนประชาชนริมน้ำ พังเสียหายจำนวน 3 หลัง

12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากรณี เกิดอุบัติเหตุเรือหัวลากสำหรับลากจูงเรือบรรทุกทราย พุ่งชนบ้านเรือนประชาชนริมน้ำ จำนวน 3 หลัง เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บ้านทั้งสามหลังได้รับความเสียหาย และมีสมาชิกในครัวเรือนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 18 พ.ย.68

นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านทั้ง 3 หลังที่ได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายตรวจสอบความถูกต้องของเรือที่ก่อเหตุ คนขับ และผู้เสียหาย พร้อมทั้งความรับผิดชอบจากบริษัทที่จะชดเชยค่าเสียหานที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นายไตรรัตน์ สารคาม เจ้าพนักงานขนส่งขำนาญ กรมเจ้าท่า กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบว่าสร้างความเสียหายเพิ่มจากนี้ ทางกรมเจ้าท่าจะช่วยประกาศให้เรือเดินช้าและเบาลง เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ขอสรุปเรื่องการสอบสวนก่อน 
นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวุดนนทบุรี กล่าวว่า ต้องรอให้เจ้าของบริษัทติดต่อมาตัองมาชดเชยเยียวยา สร้างบ้านใหม่ให้ผู้เสียหาย ส่วนเรื่องค่าเสียโอกาสที่อยู่อาศัยจะต้องรวมไปด้วย ซึ่งหลังจากนี้ให้ผู้ใหญ่บ้านประสานกับทางอำเภอดูแลเรื่องการเรียกค่าเสียหาย ส่วนทางกรมเจ้าท่าให้จรวจสอบเรื่องเรื่องทั้งหมดว่าถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ และให้ดูเรื่องการตรวจร่างกายว่าบาดเจ็บหรือไม่ ให้กรมเจ้าทางตรวจสอบคนขับเรื่องประสบการณ์ สภาพเรือ การขออนุญาตต่างๆ เบื้องต้นทราบว่าเรือมีประกันภัย


>> เร่งล่ากลุ่มแรงงานกัมพูชา ยกพวกไล่ฟัน แรงงานชาวไทยใหญ่ เจ็บสาหัส

13.00 น. ตำรวจ สภ.บางปู รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด ภายในโครงการเอื้ออาทร 1 นิคมบางปู ต.แพรกษา อ.บางปู จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานหน่วยกู้ชีพเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบและให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ที่เกิดเหตุบริเวณสนามกีฬา พบชายชาวไทยใหญ่ อายุประมาณ 30-35 ปี ถูกฟันเข้าที่ศีรษะอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ชีพช่วยทำการห้ามเลือด ก่อนเร่งนำส่งโรงพยาบาล ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุแยกย้ายกันหลบหนีก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง

สอบถาม เพื่อนผู้บาดเจ็บที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า ผู้บาดเจ็บเป็นแรงงานไทยใหญ่ ทำงานในตลาดนิคมบางปู เคยมีปัญหากับแรงงานชาวกัมพูชากลุ่มหนึ่งในตลาดเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายนัดมาเคลียร์ปัญหากันในสนามฟุตบอลภายในชุมชนเอื้ออาทร แต่เมื่อฝ่ายไทยใหญ่มาประมาณ 5-6 คน เดินทางมาถึง กลุ่มชาวกัมพูชามีจำนวนมากกว่าเข้าประกบหน้า–หลัง แล้วใช้อาวุธมีดไล่ทำร้าย ทั้งที่ฝ่ายตนมาด้วยมือเปล่า ไม่มีอาวุธ ด้านชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า เห็นชายหลายคนขี่รถจักรยานยนต์มา ถือมีดปังตอและมีดยาวไล่ฟันกลุ่มแรงงานที่จับกลุ่มกำลังเล่นฟุตบอลอยู่ ทำให้ทั้งหมดแตกฮือหลบหนีกันอย่างโกลาหล 
เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางปู อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ พร้อมสอบปากคำพยานเพิ่มเติม เพื่อเร่งพิสูจน์ตัวบุคคล และติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> กู้ร่างได้แล้ว ชาย-หญิง ติดอยู่ในรถกระบะที่ตกทะเล หลังพุ่งชนแบริเออร์ สะพานสารสิน

15.21 น. นายอมรเทพ ปรีคำ รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พร้อมด้วยพ.ต.อ.วรพงศ์ พรหมอินทร์ ผกก.สภ.โคกกลอย ร่วมลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย ปภ.เขต15ภูเก็ต กู้ภัยกุศลธรรมภูเก็ต และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ 
ซึ่งได้พบว่าเจ้าหน้าที่ประดาน้ำได้พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก 4 ประตู ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี จมอยู่ในจุดเกิดเหตุ พร้อมพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 49 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ศพอยู่ที่นั่งคนขับรัดเซพตี้เบลในอกอุ้มรูปเจ้าแม่กวนไม้แกะสลัก1องค์ และต่อมา เจ้าหน้าที่งมร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาอีก 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 39 ปี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ติดต่อกับทางญาติของผู้เสียชีวิต ทราบว่าผู้ตายได้ขับรถออกจากมา 2 คนพร้อมแฟน แต่ไม่ทราบว่าไปไหน ในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืนกว่า ฝ่ายผู้หญิงได้ติดต่อทางแมสเซนเจอร์ พร้อมข้อความสั่งลาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งทางญาติก็ไม่คิดว่าจะมาคิดสั้นถึงสะพานสารสิน ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ กลางถนนสายสระบุรี - หล่มสัก เสียชีวิตด้วยกันทั้งคู่ จ.เพชรบูรณ์

15.35 น. มูลนิธิร่วมกตัญญู พุเตย ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์กระบะ มีทั้งผู้เสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ บนถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ฝั่งขาขึ้นเพชรบูรณ์ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 134 - 135 บริเวณจุดกลับรถบ้านลำจังหัน ในพื้นที่ ม.1 ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น CBR 650R สีดำ ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ลักษณะชนกับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรสาคร ผู้ขับขี่เป็นผู้ชาย มาคนเดียวได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในซากรถไม่สามารถออกมาได้ ร่วมกตัญญูพุเตยใช้เครื่องตัดทางไฮดรอลิคนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถได้ รถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลวิเชียรบุรี และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ห้องฉุกเฉิน ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี แพทย์โรงพยาบาลวิเชียรบุรีร่วมกันชันสูตรในที่เกิดเหตุและมีคำสั่งให้ร่วมกตัญญูพุเตยนำศพผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี สายตรวจตำบลสามแยกอำนวยความสะดวกการจราจรในที่เกิดเหตุป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน


>> นายกฯ หารือสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย–จีน ย้ำไทย–จีนเป็นมิตรใกล้ชิด เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือไทย-จีน

16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย–จีนเพื่อ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นนโยบายการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทย

นายกฯ กล่าวถึงความสัมพันธ์ไทย–จีนที่แน่นแฟ้น โดยในการประชุม APEC ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยว่าจะไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้กาสิโน พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีน ทำให้ประธานาธิบดีจีนแสดงความพึงพอใจและยินดีที่จะสนับสนุนให้ชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น 
รวมถึงการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรไทยที่เจรจาสำเร็จ จีนยืนยันนำเข้าข้าวไทย 500,000 ตัน พร้อมเชิญผู้นำจีนเยือนไทย โดยทั้งหมดสะท้อนท่าทีที่ดีขึ้นต่อไทย รัฐบาลตั้งเป้าใช้โอกาสนี้เพื่อขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน

โอกาสนี้ สมาคมวิเทศพาณิชย์ ไทย-จีน รายงานผลการดำเนินงานที่ช่วยส่งเสริมการค้าการลงทุนไทย–จีน และกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ พร้อมชื่นชมรัฐบาลที่เร่งแก้ปัญหาสแกมเมอร์ โดยเสนอให้เพิ่มบทลงโทษทางกฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงเสนอมาตรการจูงใจนักท่องเที่ยวจีน เช่น ส่งเสริมการใช้ Alipay และ WeChat Pay ในบริการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีรับข้อเสนอและย้ำจะผลักดันความร่วมมือไทย–จีนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม


>> รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งตกคลองน้ำ ริมถนนหมายเลข 3551 พบผู้เสียชีวิต 2 รายติดค้างในยานพาหนะ จ.ฉะเชิงเทรา

18.30 น. รับแจ้งจาก สมาคมพุทธอุปถัมภ์แห่งประเทศไทย มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักพุ่งลงคลองน้ำ และมีผู้ติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ริมถนนหมายเลข 3551 เส้นทาง​แยก​หนอง​ปลาตะเพียน​ - หัว​สำโรง​ บริเวณ​สะพาน​ใกล้เคียง​วัด​หนอง​ปลาตะเพียน​ ในพื้นที่ ต.หัว​สำโรง​ อ.แปลงยาว​ จ.ฉะเชิงเทรา​

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะจมอยู่ในน้ำ อาสาสมัครดำเนินการเคลื่อนย้ายรถขึ้นฝั่ง และพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 40 ปี และ หญิงไทย อายุ 54 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แปลงยาว


>> รถจักรยานยนต์เบียดกับรถกระบะเสียหลักล้ม รถเทรลเลอร์ขับตามทับซ้ำ เด็กหญิงวัย 14 ปีเสียชีวิต กลางถนนสุขุมวิท

21.00 น. รับแจ้งจาก สภ.เมืองสมุทรปราการ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต ถนนสุขุมวิท ขาเข้า ช่วง กม.30 พื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน สมุทรปราการ ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กหญิง อายุ 14 ปี ลักษณะถูกรถเทรลเลอร์ไม่ทราบรายละเอียดทับศีรษะ

ชายวัย 16 ปี ผู้ขับขี่รถ จยย. เล่าว่า ขณะขี่อยู่เลนกลาง ถูกรถกระบะได้เฉี่ยวเข้าด้านข้าง ทำให้รถเสียหลักล้ม ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ซ้อนท้ายถูกเหวี่ยงตกถนน แล้วถูกรถบรรทุกทับซ้ำอย่างจัง 
อาสากู้ภัยร่วมกุศลสมุทรปราการ เข้าดำเนินการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต พร้อมประสานพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ตรวจสอบที่เกิดเหตุและเร่งติดตามตัวคนขับกระบะมาดำเนินคดี


>> ไรเดอร์วัย 61 ปี ขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถกระบะแล้วพลิกคว่ำ เสียชีวิตกลางถนน ตร.คาดเกิดอาการวูบก่อนจะเสียหลัก จ.นนทบุรี

21.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ผู้ขับขี่เสียชีวิต เหตุเกิดปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต คือ ชายไทย อายุ 61 ปี ภูมิลำเนาวชาว จ.ลำปาง เป็นไรเดอร์ข่ายหนึ่ง นอนเสียที่อยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน ลำปาง ล้มตะแคงอยู่ เหตุการณ์นี้ยังมีรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ ทะเบียนระยอง จอดอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยพบร่องรอยขูดด้านข้างซ้ายของตัวรถ ขณะเดียวกันเหตุการณ์นี้กล้องหน้ารถของพลเมืองดี ที่ขับตามหลังมาสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้พบว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตขับขี่อยู่ในช่องทางกลางและมีการเปลี่ยนเลนไม่ทราบสาเหตุทำให้ไปเฉี่ยวชนกับรถกระบะ สีดำ ที่อยู่ในช่องทางขวาทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลง

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับเก็บหลักฐานเป็นคลิปกล้องหน้ารถไว้ สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิต อาจเกิดอาการวูบทำให้เกิดเหตุขึ้น หลังจากนี้จะทำการประสานในส่วนของญาติให้ทราบ ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป


>> เหตุเพลิงไหม้อาคารร้าง ซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 เสียหายหมดทั้ง 2 ชั้น

22.03 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย (อาคารร้าง) ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้ง 2 ชั้น พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 96 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการทิ้งก้นบุหรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางอ้อ


>> ไฟไหม้เพิงพัก ใกล้เคียงสะพานภูมิพล ถนนพระรามที่ 3 เสียหายหมดทั้งหลัง

22.13 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนพระรามที่ 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักโครงสร้างไม้ หลังคาสังกะสี ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 8 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยถนนจันทน์


>> ไฟไหม้บ้านเรือน จนท.เร่งช่วยผู้ติดค้างลงสู่พื้นล่าง ญาติเผย มีลูกชายป่วยจิตเวช สงสัยวางเพลิงนอนหมดสติบนชั้น 3 นำตัวออกมาทำ CPR แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

01.38 น. ตำรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยพหลโยธิน 63 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยบรรเทาสาธารณภัย สถานีดับเพลิงบางเขน นำรถน้ำ 3 คัน และอาสาสมัครมูลป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 3 ชั้น พบกลุ่มควันจำนวนมาก และแสงเพลิงไหม้ ภายในห้องเก็บของบริเวณชั้นล่าง โดยมีผู้อาศัยติดค้างบริเวณชั้นที่ 2 เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการช่วยเหลือหญิงสูงวัย 2 รายออกจากพื้นที่ โดยใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกและปากเพื่อป้องกันการสำลักควัน ก่อนลงมาสู่พื้นล่าง เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายและมีอาการสำลักควัน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงใช้น้ำฉีด ประมาณ 10 นาที เพลิงสงบลงก่อนใช้พัดลมระบายกลุ่มควันออกจากตัวบ้านหลังดังกล่าว พบร่าง ชายไทย 1 รายอายุประมาณ 26 ปี สภาพอาการสาหัสนอนหมดสติอยู่ภายในห้องนอนชั้น 3 จึงนำตัวออกมาช่วยเหลือปั้มหัวใจประมาณ 30 นาที ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) และแพทย์นิติเวช รพ.ภูมิพลฯ จึงตรวจพิสูจน์สภาพศพเพื่อหาสาเหตุ และเก็บรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายเจ้าของบ้านดังกล่าว และเป็นผู้ป่วยจิตเวชสงสัยว่าเป็นคนวางเพลิงบ้าน หลังจากโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็หายตัวไปทันทีซึ่งทางญาติๆพยายามตามหาตัวแต่ก็ไม่พบ จนกระทั่งเจอร่างนอนหมดสติอยู่ภายในห้องนอนชั้น 3 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติมผู้พักอาศัยบ้านดังกล่าว เพื่อสรุปสาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยไมตรีจิต 7 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ

02.27 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยไมตรีจิต 7 แยก 7 ถนนไมตรีจิต แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ประกอบกิจการรับเหมาตกแต่งภายใน ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ และที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม่ปล่องดูดควัน เตาประกอบอาหาร ลุกลามฝ้าเพดาน และเครื่องครัว พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 5 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องดูดควัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน

 

ข่าวยอดนิยม