หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:36 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568


>> พี่ชายวัย 15 ปีชาวเมียนมา ขี่รถ จยย.พาน้องสาวไปโรงเรียน เฉี่ยวชนคนข้ามถนนแล้วรถคว่ำ รถเทรลเลอร์ขับตามกันมา ทับเสียชีวิตทั้งพี่และน้อง

09.00 น. สภ.แหลมฉบัง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์กับรถเทรลเลอร์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนชากยายจีน หน้าโรงน้ำแข็ง ในพื้นที่ ตทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำเสียหาย ห่างไป 5 เมตรพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย อายุประมาณ 15 ปีสัญชาติเมียนมา ถูกล้อรถเทรเลอร์ทับร่าง และพบเด็กหญิง อายุ 9 ขวบ สัญชาติเดียวกันนอนอยู่กลางถนน

สอบสวน ขับรถเทรลเลอร์ เล่าว่า ก่อนกิดเหตุ ตนขับรถมาจากอ่าวอุดม มุ่งหน้าออกสาย7 เมื่อมาถึงหน้าโรงน้ำแข็ง เห็นรถจักรยานยนต์ตีคู่มาด้านซ้ายล้มลง เห็นคนกระเด็นเข้าไป จึงรีบเบรกและจอดรถลงมาดู ก็พบว่าล้อทับร่างคนเสียชีวิตแล้ว

สำหรับเด็กหญิงชาวเมียนมาที่ซ้อนท้าย เป็นนักเรียนของศูนย์การเรียนรู้อาเซียนไทย-เมียนมา ในพื้นที่ ปกติคนเป็นพ่อจะเป็นคนขับรถไปส่งลูกสาวที่โรงเรียนทุกวัน แต่วันนี้ได้ให้คนเป็นพี่ชายขับมาส่งแทน ซึ่งพี่ชายเพิ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยไม่กี่วัน อาจจะยังไม่ชินเส้นทางและคุ้นกับพื้นที่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่บันทึกภาพที่เกิดเหตุและมอบร่างผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลแหลมฉบังและนำคนขับรถเทรเลอร์ไปสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป


>> ผู้ว่าฯ อ่างทอง สั่งเร่งซ่อมถนนทางหลวงหมายเลข 33 ป่าโมก-สุพรรณ ฯ คืนผิวถนน เปิดให้ประชาชนสัญจรโดยเร็ว

09.40 น. นายนที มนตริวัต ผู้ราชการจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่ทางหลวงหมายเลข 33 สุพรรณบุรี-ป่าโมก-สายเอเชีย ที่มีน้ำท่วมขังผิวการจราจรบริเวณแยกหมวดการทางป่าโมก พื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ตั้งแต่ปั๊ม ปตท. ถึงหน้าหมู่บ้านทำกลอง ระดับน้ำสูง 30- 50 ซม. เป็นระยะทางประมาณ 1 กม. ส่งผลให้ยานพาหนะไม่สามารถสัญจรผ่านได้มากว่า 1 สัปดาห์

ผู้ราชการจังหวัดอ่างทอง สอบถามแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อคืนผิวการจราจรให้ประชาชนสัญจรผ่านได้ จาก แขวงทางหลวงอ่างทอง / อบต.เอกราช / เทศบาลตำบลป่าโมก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า จะมีการทำแนวคันดินทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อกันน้ำจากฝั่ง ต.นรสิงห์ ไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่ ต.เอกราช เพิ่มเติม และใช้ถุงบิ๊กแบ็กเข้าช่วยอุดในจุดที่ลึก คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 2 วัน

จากนั้นจะใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกลของศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี สูบน้ำในพื้นที่ออก คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 วัน เพราะหากปล่อยให้น้ำแห้งตามปกติอาจใช้เวลากว่าหนึ่งเดือน จากนั้นแขวงทางหลวงอ่างทองจะเข้าตรวจตรวจสอบความแข็งแรงของถนน ก่อนเปิดให้รถสัญจรได้ตามปกติ

จากนั้น ยังได้ตรวจสอบบริเวณถนนอ่างทอง-ป่าโมก สายใน เพื่อติดตามการซ่อมแซมถนนที่ถูกน้ำท่วมผิวการจราจรและเซาะข้างทาง ได้รับความเสียหาย เบื้องต้น ได้ให้แขวงทางหลวงอ่างทองตรวจสอบตลอดแนวถนนว่ามีโพรงหรือไม่ โดยเฉพาะในจุดเสี่ยงต่าง ๆ ก่อนเริ่มดำเนินการซ่อมแซม เพื่อให้สามารถเปิดถนนใช้ในการสัญจรได้โดยเร็ว ลดผลกระทบต่อประชาชน


>> ขบวนการค้ามนุษย์ 6 คนไทยหนีตายจาก “แก๊งกักขังปอยเปต” หลังถูกหลอกไปเก็บลำไย

10.32 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา, ฉก.อรัญประเทศ, ชค.ทพ.12 โดย ร้อย.ทพ.1204 ได้จัดกำลังลาดตระเวน/เฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณริมถนนหมายเลข 3383 อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว และสามารถตรวจพบและจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สัญชาติไทย (ขาเข้า) จำนวน 6 คน (ชาย 2 คน หญิง 4 คน) ขณะกำลังลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่พบผู้นำพา

จากการซักถาม ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดเปิดเผยว่า พวกเขาตั้งใจเดินทางไปทำงานเก็บลำไยที่จังหวัดจันทบุรี แต่กลับถูกพาข้ามแดนต่อไปยังกรุงปอยเปต และถูกกักขังอยู่ในบ้านหลังหนึ่งร่วมกับคนไทยอีกประมาณ 30 คน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 68 กลุ่มคนไทยได้รวมตัวประท้วงเพื่อขอกลับภูมิลำเนา ผู้ดูแลจึงยอมปล่อยตัว พร้อมเป็นผู้จัดหารถรับส่ง รวมถึงออกค่าใช้จ่ายในการข้ามแดนให้ทั้งหมด

เจ้าหน้าที่ทหารชุดจับกุมได้นำตัวชาวไทยทั้ง 6 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และเร่งขยายผลถึงขบวนการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้อง


>> อัยการสูงสุดมีมติ สั่งอุทธรณ์คดี ม.112 กรณี “ทักษิณ” ให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 พาดพิงถึงสถาบันฯ

12.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าในการพิจารณาการยื่นอุทธรณ์คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากกรณีให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 และมีเนื้อหาบางส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ คดีนี้ศาลอาญายกฟ้องไปเมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 ยื่นคำร้องขออนุญาตขยายอุทธรณ์ไปอีก 2 ครั้ง ล่าสุดขยายถึง วันที่ 22 พ.ย. ที่จะถึงนี้

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อดีตอัยการสูงสุด (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด) มีคำสั่งให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณากลั่นกรอง ของคณะกรรมการคดี 112 ของอัยการ ที่มีนายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด) เป็นประธาน โดยที่ประชุมมีมติ 8:2 เห็นควรไม่อุทธรณ์ ก่อนส่งให้อัยการสูงสุด พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ซึ่งล่าสุดมีคำสั่งกลับมติ ให้ยื่นอุทธรณ์ในที่สุด


>> 2 โจ๋พี่น้อง ทำไปป์บอมบ์ภายในบ้าน เกิดระเบิดทะลุหลังคา น้องดับคาที่ ส่วนคนพี่เจ็บสาหัส

13.00 น. สภ.สระใคร ได้รับแจ้งเหตุเสียงระเบิดภายในบ้านพัก มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านห้วยทราย หมู่ 11 ต.บ้านฝาง อ.สระใคร จ.หนองคาย

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว บริเวณข้างบ้านพบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ ชายไทย อายุ 22 ปี สภาพศพนอนหงายอยู่บนแคร่ไม้ มือซ้ายและมือขวาฉีกขาด ใบหน้า ดวงตา และใต้คาง มีบาดแผลฉีกขาดอย่างรุนแรงจากแรงระเบิดที่เกิดขึ้น ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย คือ ชายไทย อายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้าย มีแผลฉีกขาดจากแรงสะเก็ดระเบิด รวมถึงใบหน้าถูกสะเก็ดบาดเจ็บหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์ จุดอำเภอสระใคร ได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลสระใครทันที

ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่า มีชิ้นส่วนของระเบิดและสะเก็ดระเบิด รวมไปถึงชิ้นส่วนมือของผู้เสียชีวิตตกกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน ตามหลังคาก็ทะลุเป็นรูจากสะเก็ดระเบิด นอกจากนี้ ยังพบวัตถุดิบที่นำมาเพื่อประกอบเป็นระเบิด ทั้งท่อเหล็กหลายขนาด เศษเหล็ก ตะปู ลูกแก้ว และประทัดปิงปองที่นำมาแกะเอาดินปืนอีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่ชุด EOD ต้องเก็บกู้เพื่อความปลอดภัย

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุไม่ถึง 3 เมตร ให้การว่า ตนได้นอนเล่นอยู่ในเปลข้างบ้าน และก่อนเกิดเหตุได้เดินมาเล่นกับผู้เสียชีวิตและเพื่อนของผู้เสียชีวิต โดยเห็นผู้เสียชีวิตกำลังสูบบุหรี่ ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นเพียงครั้งเดียวอย่างรุนแรงจนพื้นสะเทือน ตนตกใจอย่างมาก แต่โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงรีบวิ่งไปแจ้งเพื่อนบ้านและโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เมื่อตำรวจสอบถามเพิ่มเติม ให้ข้อมูลสำคัญว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตและเพื่อนได้ชักชวนกันทำระเบิดประดิษฐ์เอง (แบบไปป์บอมบ์) โดยใช้ท่อแป๊บเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้วครึ่ง ภายในบรรจุวัสดุประทัด เศษตะปู และลูกแก้ว ซึ่งมีความรุนแรงสูงมาก เมื่อเกิดการจุดประกาย หรือถูกกระทบเพียงเล็กน้อยก็สามารถระเบิดได้


>> รวบอดีตพลทหาร วางแผนพรางตัวเป็นหญิง ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ

13.07 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย บก.น.4 ร่วมกับ สน.หัวหมาก จับกุมนายธอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 1คัน เสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ และวิกผม หลังคนร้ายบุกเดี่ยวใช้อาวุธมีด ชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ

โดยจับกุมได้ที่ห้องพักย่านรามคำแหง เหตุเกิดเวลาประมาณ 01.50 น. (12 พฤศจิกายน 2568) พร้อมแจ้งข้อหา“ชิงทรัพย์” พฤติกรรมของผู้ต้องหาภายหลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุ มีชายแต่งกายคล้ายหญิง ใช้อาวุธมีดจี้พนักงานของทางร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ในซอยพระรามเก้า57 ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงินสดประมาณ10,000บาท จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีกระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายได้

จากการสอบสวน คนร้ายรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยใช้วิกผมและแต่งกายคล้ายหญิง ตลอดจนขณะก่อเหตุได้บอกกับพนักงานในร้านสะดวกซื้อว่าทำเพราะลูกป่วย หวังเบี่ยงเบนประเด็นในการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากการสอบประวัติพบว่านายธอ อดีตเคยเป็นพลทหารปลดประจำการมาก่อน และเคยใช้บริการที่ร้านสะดวกซื้อนี้มาก่อน ลักษณะมาดูลาดเลา เพื่อวางแผนทางหนีหลังก่อเหตุ ซึ่งก่อเหตุเพราะตกงาน ต้องการเงินไปใช้หนี้และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> งานวันเด็กแห่งชาติ 2569 ชูคอนเซ็ปต์ “เรียนดี มีคุณธรรม”ดันกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กไทยโชว์ศักยภาพเต็มที่

13.40 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยผู้บริหาร ข้าราชการ และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ–เอกชน เข้าร่วม เพื่อกำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม”ณ ห้องประชุมราวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

ศ.ดร.นฤมล ระบุว่า การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่งจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 กระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ สนุกสนาน และเสริมคุณธรรมให้กับเยาวชนไทย ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” โดยปีนี้ได้เตรียมจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา รวมถึงพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อดูแลเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึง

ภายในงานจะมีทั้งนิทรรศการ การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ การแข่งขันทักษะ กิจกรรมแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน รวมถึงการมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่เด็กที่มีผลงานโดดเด่น อาทิ งานเขียน งานวาดภาพ และผลงานนวัตกรรมต่าง ๆ โดยงานปีนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกิจกรรมจากหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง จุดมุ่งหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กไทยได้โชว์ศักยภาพ


>> "ภราดร" ชง ครม.เพิ่มเยียวยาน้ำท่วมพรุ่งนี้ สูงสุดไม่เกิน 4 เดือน นับแต่วันประสบภัย

14.33 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงบประมาณ​ กล่าวถึงความคืบหน้าการออกมาตรการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นเวลานาน​ ว่า​ ให้ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (​ปภ.) จัดทำแผนพิจารณาปรับหลักเกณฑ์เยียวยา​เพิ่มเติม นอกเหนือจาก 9,000 บาท ที่ได้รับไปก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่กับน้ำ​นาน มากกว่า 30 วัน​ มากกว่า 60 วัน มากกว่า 90 วัน และมากกว่า 120 วัน​ ซึ่งจะเป็นขั้นบันได 4 ขั้น​ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้​ ระหว่างลงพื้นที่ดูน้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา​ เป็นการตั้งเกณฑ์ไว้คร่าวๆ​ จะเป็นการชดเชยรายเดือน​ ส่วนจะชดเชยเท่าไหร่ ปภ.กำลังจะทำข้อมูลอยู่​

เมื่อถามว่า จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ได้เลยหรือไม่​ นายภราดรกล่าวว่า​ พยายามจะนำเข้าสู่ที่ประชุม​ ครม.วันพรุ่งนี้​ โดยตนได้รับมอบหมายจากนายกฯให้ติดตามเรื่องนี้​ แต่ตนได้ติดตามทาง​ ปภ.ที่ขณะนี้ได้ทำหนังสือขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3-4 หน่วยงาน​ ก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ทันวันพรุ่งนี้

"โดยจะพิจารณาจ่ายเป็นขั้นบันได​ เป็นรายเดือน เนื่องจากเป็นการเยียวยาเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน​ ซึ่งจะนับตั้งแต่วันที่ถูกน้ำท่วมขัง อย่างที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา​ มีน้ำท่วมขังเป็นเวลา 4 เดือนแล้ว ซึ่งรัฐบาลเห็นใจ​ และเห็นว่าเป็นค่าเสียโอกาสของประชาชนจริงๆ​ จึงต้องเยียวยาให้สมน้ำสมเนื้อ มากกว่า 9,000 บาท ที่จ่ายไปแล้ว​ทุกครัวเรือน​ ซึ่งมากที่สุดตอนนี้คุยกันไว้ที่ 4 เดือน​ ซึ่งจะเป็นการใช้งบประมาณกลาง​"


>> โฆษกรัฐบาล เผย "คนละครึ่งพลัส" หนุนพ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร สู้ตลาดออนไลน์—ฟู้ดดิลิเวอรี่

16.13 น. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการ “คนละครึ่ง พลัส” รอบนี้ นอกจากช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนแล้ว ยังออกแบบมาเพื่อสนับสนุน พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร ให้สามารถขยายช่องทางขายเข้าสู่โลกออนไลน์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในตลาด ฟู้ดดิลิเวอรี่ ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง

ภายใต้นโยบายครั้งนี้ รัฐบาลสนับสนุนร้านอาหารที่เริ่มขายหรือขยายยอดขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านการ อัปสกิลด้านออนไลน์–เดลิเวอรี่ พร้อมสิทธิประโยชน์สูงสุด 2,000 บาท หากร้านค้ามีคำสั่งซื้อ ตั้งแต่ 5 รายการขึ้นไป ภายในช่วงมาตรการ 
มาตรการมีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2568 ครอบคลุม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่เข้าร่วมกับแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรี่ เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย กระจายรายได้ และเปิดประตูให้ร้านค้าท้องถิ่นเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นใจและเต็มรูปแบบ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาตรการนี้จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าร้านอาหาร “ขายได้มากขึ้น – เข้าถึงลูกค้าใหม่ – เติบโตในตลาดออนไลน์” ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนเศรษฐกิจรากหญ้า และสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจรายย่อยในยุคดิจิทัล


>> ป.ป.ส. ปฏิบัติการตรวจยึดสารเคมีต้องสงสัย ที่นำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด

17.11 น. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พลตำรวจโท อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายยุทธนา พูลพิพัฒน์ รองอธิบดี กรมศุลกากร นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสารเคมีต้องสงสัยที่จะนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติด ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ภายใต้แนวคิด “No Chemical No Drugs”

สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับการประสานงานการข่าวจากกรมศุลกากร ซึ่งเฝ้าระวังการนำเข้าสารเคมีที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตยาเสพติดผ่านทางท่าเรือ จึงได้ประสานไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พบว่ามีบริษัทที่นำเข้าสารเคมี กรดอาเซติก (Acetic Acid) จำนวน 740 ถัง บรรจุถังละ 30 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 22,200 กิโลกรัม นำเข้ามาจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ามาประเทศไทย ณ ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยไม่มีใบอนุญาตนำเข้า และไม่มีการขึ้นทะเบียนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

กรดอะซีติก (Acetic Acid) เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป เช่น การผลิตพลาสติก ยาง การพิมพ์ สีย้อม การถนอมอาหาร เป็นตัวทำละลายสำหรับน้ำมันหอมระเหย และใช้สังเคราะห์สารอินทรีย์เคมี อย่างไรก็ตาม กรดอาเซติก (Acetic Acid) สามารถนำมาใช้เป็นตัวทำปฏิกิริยาในกระบวนการผลิตสารตั้งต้นเพื่อนำไปใช้ในการผลิตเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า,ไอซ์) หรือ เฮโรอีน ดังนั้น มาตรการควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์จะต้องดำเนินงานอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการรั่วไหลไปสู่การผลิตยาเสพติดนอกประเทศ


>> พ่อ-แม่-ลูก ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตทั้ง 3 ศพ

18.30 น. สภ.เชียงคำ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนในพื้นที่ ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา

ที่เกิดเหตุ เป็นถนนบริเวณทางเข้าโรงสีข้าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต .น้ำแวน โดยสภาพพื้นที่ขณะนั้นได้เกิดฝนตกและถนนหนทางค่อนข้างที่จะมืด จากการตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์ สีดำ ป้ายทะเบียน 8269 พะเยา สภาพพังเสียหาย และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นชาย 1 รายอายุ 34 ปี, หญิง 1 รายอายุ 34 ปี และเด็กหญิง 1 รายอายุ 7 ขวบ นอนเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์ด้วย ห่างออกไป พบรถบรรทุก 6 ล้อจอดอยู่ คนขับยืนรอให้ปากคำกับตำรวจในที่เกิดเหตุด้วยเช่นกัน

จากการสอบถาม คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ทราบว่า ในช่วงเย็นของวันนี้ ได้ขับรถบรรทุกได้นำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวแล้วมาขายยังโรงสีในพื้นที่ ต.น้ำแวน หลังจากนั้นก็ได้ขับออกจากโรงสีทันที แต่พอออกจากทางแยกกำลังจะเลี้ยวซ้ายก็ได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์มาชนท้ายอย่างแรงเจ้าของรถจึงเบรกรถและออกมาดู ซึ่งเจ้าตัวตกใจเป็นอย่างมากที่มีรถจักรยานยนต์มาชนท้ายจนเสียชีวิตคาที่ถึง 3 รายด้วยกัน ทั้งนี้ตนเองจะได้นำตัวคนขับไปสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านนายศักดิ์ศิริ ผู้ใหญ่บ้านป่าแดง ม.10 ต.น้ำแวน ได้เล่าว่า ผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 3 รายเป็นลูกบ้านของตนเอง ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นพ่อแม่ลูกครอบครัวเดียวกันทั้งหมดโดยผู้ตายที่เป็นผู้ชายมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงวัวและตัดหญ้า คาดว่าในเวลาเวลาดังกล่าวทั้ง 3 คนน่าจะออกมาซื้อน้ำมันที่ปั้มในพื้นที่ ต.น้ำแวน พอมาถึงที่เกิดเหตุอาจจะเจอฝนทำให้ถนนลื่นและไม่เห็นว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อกำลังเลี้ยวออกมาจากโรงสีจึงพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจัง ขณะนี้ญาติ ๆ ต่างทราบข่าวในเรื่องที่เกิดขึ้นจนเป็นลมล้มพับไปหลายคน ส่วนตนเวลานี้ได้อยู่บ้านของผู้ตายเพื่อจัดแจงในเรื่องจัดงานศพกันต่อไป


>> ไฟคลอกลูกชายเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าดับปริศนาคาเพิงพัก

20.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดภายในร้านรับซื้อของเก่า ถนนไทรน้อย-ลาดบัวหลวง หมู่ 6 ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นร้านรับซื้อของเก่าโดยด้านหลัง เป็นลักษณะเพิงพักพบร่างของนายวอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ป่วยเป็นโรคหัวใจ สภาพถูกไฟไหม้เกรียมดำ

จากการสอบถามคนงาน ของร้านรับซื้อของเก่า ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้นั่งกินข้าวอยู่ด้านหน้าจนกระทั่งมีควันลอยมา ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นการเผาขยะจนกระทั่งจู่ๆไฟฟ้าดับ จึงเดินหาต้นตอ ถึงมาพบว่าไฟกำลังลุกไหม้เพิงพัก จึงรีบใช้น้ำดับซึ่งตอนแรกก็ยังไม่รู้ว่ามีคนอยู่ด้านในกองเพลิง กระทั่งมารู้ตอนไฟดับลง

ขณะที่ทางเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นพ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นลูกชายคนโต อยู่ที่เพิงพักนี้คนเดียว มีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ โดยก่อนหน้าจะคอยช่วยงานที่ร้าน เพราะเขาเหนื่อยง่ายเป็นโรคหัวใจ ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้ยังไม่ทราบเกิดจากอะไร เห็นกลุ่มควันก็มาช่วยกันดับ จนไฟดับแล้วถึงพบศพลูกชาย

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ไว้ ในส่วนของสาเหตุยังไม่ยืนยันได้ว่าเป็นการทำร้ายตัวเองหรือไฟฟ้าลัดวงจร จะต้องมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป  


>> ชายวัย 40 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตริมถนนมิตรภาพ กม.23 จ.สระบุรี 

เวลา 22.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.สระบุรี มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนมิตรภาพ ช่วงหลัก กม.ที่ 23 ในพื้นที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน สระบุรี ลักษณะชนท้ายรถบรรทุก ป้ายทะเบียน สงขลา บนเบาะรถ จยย. พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แก่งคอย


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดลำปาง

05.19 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.2 ลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ทุ่นกว๋าว อ.เมืองปาน จ.ลำปางขณะนี้ยังไม่มีรายงารการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน 

 

ข่าวยอดนิยม