หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568


>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 รายและเสียชีวิตเป็นเด็กชายวัย 10 ขวบริมถนนเพชรเกษม จ.เพชรบุรี

06.55 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพชรบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ บริเวณหลัก กม.167+500 ในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ มิตซูบิชิ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่ที่เลนซ้าย สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยการชนเสียหาย และใกล้กัน พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พลิกหงายท้องอยู่ข้างทาง สภาพพังเสียหายทั้งคัน

ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย อาการสาหัส นำส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อ นายนฤพนธ์ อายุ 56 ปี และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ เป็นเด็กชาย อายุ 10 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ายาง


>> พบร่างชายนิรนามถูกมัดมือ-มัดเท้า ลอยริมตลิ่งแม่น้ำปัตตานี ตร.สงสัยถูกฆาตกรรม

08.00 น. สภ.ตาเซะ ได้รับแจ้งจาก นายรอฮิง มามะ ผู้ใหญ่บ้านบาโด ว่า พบร่างผู้เสียชีวิตลอยน้ำในแม่น้ำปัตตานี บริเวณริมฝั่งในพื้นที่บ้านบาโด หมู่ที่ 3 ตำบลยุโป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาเซะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา ได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ทันที พบผู้เสียชีวิต เป็นชายยังไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30-50 ปี สภาพศพนอนคว่ำหน้า แขนซ้ายเกี่ยวติดอยู่กับท่อนไม้ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงินคาดเหลือง และกางเกงขายาวสีดำ ลักษณะศีรษะล้าน และที่ข้อเท้ามีเชือกฟางสีขาวมัดอยู่

ชุดสืบสวน สภ.ตาเซะ นำโดย พ.ต.ท. อิศราพันธ์ สุรทิตย์ (พนักงานสอบสวน) ได้ประสานงานกับชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน (กก.สส.) ภ.จว.ยะลา และ สภ.เมืองยะลา ร่วมตรวจสอบในพื้นที่ใกล้เคียง พบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 1 กิโลเมตร ภายในตะกร้ารถมีเชือก และพบรองเท้า 1 คู่ตกอยู่บนฝั่งแม่น้ำ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปยังโรงพยาบาลยะลา เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด

ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลการแจ้งบุคคลสูญหายในพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่อื่น ๆ เพื่อระบุตัวบุคคลผู้เสียชีวิต ส่วนประเด็นสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ การฆ่าตัวตาย การพลัดตกน้ำโดยอุบัติเหตุ และการฆาตกรรม 
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด และเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เพื่อคลี่คลายคดี และหาสาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตต่อไป


>> ไฟไหม้บ้านเรือน ที่บ้านเม่น เมืองอุดรฯ เสียหายวอด 4 หลัง บ้าน 'ผู้ใหญ่บ้าน' โดนด้วยเสียหายไปครึ่งหลัง

08.30 น. รายงานข่าวแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในพื้นที่บ้านเม่น หมู่ 7 ต.บ้านขาว อ.เมืองอุดรธานี หลังเกิดเหตุ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและอำนวยการระงับเหตุทันที โดยมีการระดมรถดับเพลิงจาก อบต.บ้านขาว, ทต.นาข่า, อบต.นาพู่ (อ.เพ็ญ) และ อบต.กุดสระ เข้าฉีดน้ำสกัดเพลิง

จากการสอบสวนพยานในพื้นที่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้าย "สวิตช์คัตเอาต์ระเบิด" ดังมาจากบริเวณชั้น 2 ของบ้านต้นเพลิง

เจ้าหน้าที่จึงตั้งสมมติฐานเบื้องต้นว่า สาเหตุของเพลิงไหม้อาจเกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อตรวจสอบความเสียหาย พบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากเปลวเพลิงรวมทั้งสิ้น 4 หลัง ได้แก่ บ้านเลขที่ 60 (ครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น) ของ นางบุญเมือง เสียหายทั้งหลัง, บ้านเลขที่ 154 (บ้านปูนชั้นเดียว) ของ นายทองสุข เสียหายทั้งหลัง, บ้านเลขที่ 27 (ครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น) ของ นายสมบูรณ์ เสียหายทั้งหลัง และ บ้านเลขที่ 55 (ครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น) ของนายธงชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 เสียหายครึ่งหลัง

ยืนยันว่าไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไปโดยเร็ว

 

>> ไฟไหม้โรงงานสีข้าวเปลือก ในพื้นที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย

09.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.อ่างทอง รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ โรงงานสีข้าวเปลือก แห่งหนึ่ง บนถนนสายเอเชีย ขาเข้า ต.หลักฟ้า อ.ไชโย จ.อ่างทอง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นเพศชายทั้งหมด 1 ในนั้นมีอาการสาหัส 1 ราย

เจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงจากหลายพื้นที่ เข้ามาช่วยระงับเหตุ โดยสารเคมีในโรงงาน คือ สารเฮกเซน มีคุณสมบัติติดไฟได้ ต้องใช้น้ำฉีดเป็นละอองฝอยดับเพลิง เพื่อรักษาอุณหภูมิของถังสารเคมีให้เย็นลง และดับด้วยโฟม

ขณะเดียวกันทางด้านนายไพบูลย์ ศุภบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์โดยยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สามารถปิดวาล์วป้องกันสารเคมีรั่วไหลและระเบิดเพิ่มเติมได้แล้ว และมีการใช้น้ำฉีดเพื่อลดอุณหภูมิ โดยขณะเกิดเหตุมีคนทำงานประมาณ 20 ราย ยืนยันผู้บาดเจ็บ 3 ราย นำส่งโรงพยาบาลไชโย

ด้านนายบรรจง โพธิวงค์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถปิดวาล์ว สาร "ออกซี่เฮกซอน" ถังใหญ่ ขนาด15,000 ลิตร ได้แล้ว ยังใช้น้ำหล่อเย็นควบคุมอุณหภูมิและใช้โฟมควบคุมเพลิงอยู่ หากเพลิงสงบหมดแล้วจะเข้าประเมินว่ายังเหลือสารเคมีอีกเท่าไหร่ คาดว่าไม่เกิน 1,500 ลิตร 
ล่าสุด สำนักงานประชาสัมพันธ์ จังหวัดอ่างทอง เพิ่มเติมว่า สามารถระงับเหตุเพลิงไหม้โรงงานสีข้าวเปลือก ในพื้นที่ อ.ไชโย ได้แล้ว ตอนนี้ได้ใช้รถหอน้ำสูง ฉีดน้ำระบายความร้อนป้องกันการปะทุต่อ


>> อยุธยาอ่วม 3 เดือนน้ำไม่ลด คร่าชีวิตพุ่ง 19 ศพ ชาวบ้านโอด “มีคนละครึ่งก็ใช้ไม่ได้”

10.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังวิกฤติ หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำต่อเนื่อง 2,800 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา–แม่น้ำน้อยยังสูงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบ 11 อำเภอ 136 ตำบล 899 หมู่บ้าน รวมกว่า 62,450 ครัวเรือน โดยยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 19 ราย บางพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำนานกว่า 3 เดือน ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลัก บ้านบางหลังมีเรือแต่ไม่มีรถเพราะติดอยู่ในน้ำ ทำให้สัญจร–ใช้ชีวิตยากลำบาก หลายคนบ่นอุบ “มีคนละครึ่งก็ไม่ได้ใช้” เพราะออกจากบ้านได้ไม่บ่อย

ที่ ต.บ้านแป้ง อ.บางไทร ชาวบ้านเล่าว่าน้ำขึ้นรอบที่ 3 ครั้งนี้หนักที่สุด แช่บ้านนานจนปลาคราฟที่เลี้ยงไว้ตายหมด ข้าวของขนขึ้นลงหลายรอบจนหมดแรง ขณะที่ล่าสุดเกิดเหตุเศร้า เด็กชายอายุ 15 ปี ลื่นตกประตูระบายน้ำคลองขนมจีนต่อหน้า พ่อวัย 43 ปี ต้องประสานปิดประตูน้ำให้ทีมประดาน้ำลงค้นหา ก่อนพบร่างหลังใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง สะท้อนความเสี่ยงที่มากขึ้นเมื่อชาวบ้านต้องใช้ชีวิตกลางพื้นที่น้ำท่วมที่ไม่รู้จะลดลงเมื่อใด


>> ประชาชนกว่า 6,300 คน เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระพันปีหลวง

10.19 น. ณ ศูนย์อำนวยการสนามหลวง เขตพระนคร นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานประจำวันของกรุงเทพมหานคร เพื่อประสานการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างเรียบร้อย สมพระเกียรติ และทั่วถึง

โดยวานนี้ (15 พ.ย. 68) มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อย่างไม่ขาดสายรวมทั้งสิ้น 6,340 คน กรุงเทพมหานครได้บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มกำลัง


>> บุกกวาดล้าง “ไฟแช็กปลอม” ภาคกลางตอนบน ยึดกว่า 3 หมื่นกว่าชิ้น เตือนประชาชนเสี่ยงระเบิด – ไฟลุก

11.07 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หลังพบไฟแช็กปลอมยี่ห้อดัง ระบาดหนักในพื้นที่ภาคกลางตอนบน โดยเข้าตรวจค้นร้านค้าปลีก–ส่งใน จ.นครสวรรค์ จำนวน 2 จุด ยึดของกลางได้รวม 35,300 ชิ้น พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ในข้อหาเสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม

โดยการตรวจค้นเกิดขึ้นหลังบริษัทเจ้าของแบรนด์ร้องเรียนว่าไฟแช็กปลอมกำลังแพร่กระจายทั่วตลาด ทำให้ตำรวจสืบสวนเส้นทางการจำหน่ายจนพบว่าเชื่อมโยงกับร้านค้าส่งรายใหญ่ในพื้นที่ ก่อนขอหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ และบุกตรวจยึดสำเร็จ

CIB เตือนประชาชนระวังอันตรายจากไฟแช็กปลอม แม้ราคาถูกแต่ปราศจากมาตรฐาน มอก. เสี่ยงระเบิด ไฟลุก และสร้างความเสียหายต่อชีวิต–ทรัพย์สิน พร้อมย้ำจะเดินหน้าขยายผลถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเครือข่ายจำหน่ายทั้งหมด หากพบเบาะแสสินค้าปลอมสามารถแจ้งมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหรือเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ยืนยันว่าการเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด


>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ซอยเคหะร่มเกล้า 31 เสียหายวอดทั้งชั้น ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาล

11.10 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยเคหะร่มเกล้า 31 แยก 2 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านแฝด 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ห้องนอนเสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 24 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 ราย เป็นเพศหญิง 1 ราย โดนแมวข่วนที่แขน เป็นเพศชาย 2 ราย ถูกกระเบื้องบาดที่ขา อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ ไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า


>> สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานเข็มกลัดโบว์ดำแก่ประชาชนที่เข้าเฝ้าฯ ถวายความอาลัย

11.48 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จ​เป็นการ​ส่วน​พระองค์​ไป​ทรงพระราชทานเข็มกลัดโบว์ดำแก่พสกนิกร​ที่เดินทางเข้าเฝ้า ฯ ถวายความอาลัย กราบถวายสักการะ​พระบรม​ศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่บริเวณ​จุดพระราชทานสิ่งของ ใกล้ประตูมณีนพรัตน์

โดยเป็นเข็มกลัดโบว์ดำ 2 แบบ คือ แบบที่ 1 เข็มกลัดโบว์ดำดอกไม้ในพระนามาภิไธย “โมกราชินี“ แบบที่ 2 เข็มกลัดโบว์ดำพรรณไม้พระราชทาน ”มณีเทวา“ มีชื่อสามัญ หรือชื่อทั่วไปว่า ”ดอกกระดุมเงิน“ บางพื้นที่เรียก ”หญ้าหัวหงอก“

ทั้งนี้ เข็มกลัดโบว์ดำ ตรงกลางประดับด้วยดอกไม้ประดิษฐ์ ได้แก่ “โมกราชินี” และ “มณีเทวา” ดอกไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานนามไว้ เพื่อเป็นเครื่องหมายถึงการแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบและลงมือทำเข็มกลัดโบว์ดำไว้ทุกข์ถวายสมเด็จย่าด้วยพระองค์เอง ทรงตั้งพระทัยในการออกแบบและทำโบว์ดำไว้ทุกข์ ด้วยความใส่พระทัยเป็นอย่างยิ่ง บนโบว์สีดำ มีข้อความภาษาอังกฤษ สีขาวความว่า “The Queen Mother 24 October 2025” ซึ่งตรงกับวันสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อพระราชทานให้กับกรุงเทพมหานคร, กองการเจ้าหน้าที่, และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ


>> รัฐบาล ยืนยันสหรัฐฯ จะไม่โยงประเด็น “Joint Declaration ไทย–กัมพูชา” กับการเจรจาภาษีการค้า

12.04 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง เพื่อย้ำข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือด้านมนุษยธรรมและการหารือกับสหรัฐอเมริกา

โฆษกฯ ระบุว่า ภายหลังการหารือ ได้เห็นสอดคล้องกับจุดยืนของรัฐบาลไทยว่า “การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Demining) เป็นประเด็นสำคัญยิ่ง” ตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา ซึ่งมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ

ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้มอบให้นายกรัฐมนตรีอันวาร์แจ้งมายังรัฐบาลไทยอย่างชัดเจนว่า 
“สหรัฐอเมริกาจะไม่นำประเด็นการระงับ Joint Declaration (แสดงเจตจำนงทางการเมือง) ของไทยมาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้” ทั้งนี้ จดหมายจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จัดทำขึ้นก่อนวันที่ 14 พ.ย. 68 ทำให้ข้อมูลนี้มีความเป็นปัจจุบันและเชื่อถือได้มากกว่า

รัฐบาลไทยยึดมั่นต่อพันธกรณีด้านมนุษยธรรม การคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ชายแดน และการทำงานร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสันติภาพ ความปลอดภัย และผลประโยชน์ของประเทศอย่างสูงสุด


>> เอกนิติ - นภินทร ลงพื้นที่นนทบุรี มอบถุงยังชีพช่วยผู้ประสบอุทกภัยกว่า 1,500 ครัวเรือน

13.37 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ดังกล่าว เพื่อติดตามสถานการณ์ และเน้นย้ำการให้ความช่วยเหลือประชาชนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดย จุดแรกพื้นที่ตำบลเกาะเกร็ด มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและได้รับถุงยังชีพจำนวน 1,354 ครัวเรือน จากนั้นคณะเดินทางต่อไปยังวัดเตย ตำบลบางตะไนย์ เพื่อมอบถุงยังชีพเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนในหมู่ที่ 3 จำนวน 147 ครัวเรือน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพได้อย่างทันท่วงที และลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมให้ได้มากที่สุด


>> ไฟไหม้โกดัง ย่านบางปลา จ.สมุทรสาคร ค่าเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้

15.30 น. สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุเพลิงโกดังเก็บสินค้าบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.4 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางปลา ,เทศบาลตำบลนาดี อบต.ท่าทราย พร้อมอบต.บ้านเกาะและรถน้ำดับเพลิงในพื้นที่ใกล้เคียงอีกรวมประมาณกว่า 20 คัน โดยช่วยกันระดมฉีดน้ำดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่ภายในโกดังที่มีเนื้อที่ประมาณ1 ไร่เศษ ซึ่งไฟได้โหมลุกลามไหม้สิ่งของเครื่องใช้ภายในโกดังจนวอดเกือบหมดอีกทั้งโครงหลังคาพร้อมชิ้นส่วนได้ถล่มลงมาเป็นระยะเจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกมาเกรงจะเกิดอันตราย โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัด

จากการสอบถาม ผู้จัดการบริษัทฯ บอกว่าภายในโกดังของบริษัทมีอุปกรณ์อาทิเครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อทอด พัดลม แอร์ โซฟา ตู้เตียง และแบตเตอรี่ เป็นของนำเข้ามาเพื่อจำหน่าย โดยโกดังมีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้นบนเป็นที่พักของคนงานส่วนที่เหลือมีไว้เก็บสินค้า ซึ่งวันนี้มีพนักงานมาทำงานประมาณ 10 กว่าคน และก็ออกมาครบหมดแล้วโดยไม่มีใครติดอยู่ด้านใน ซึ่งสาเหตุนั้นตนไม่ทราบแต่มีพนักงานบอกว่ามันเกิดจากแคมป์ก่อสร้างด้านล่างที่มีคนงานมาซ่อมสร้างเขาบอกว่าต้นเพลิงเกิดจากบริเวณดังกล่าวและได้ลุกลามขึ้นมาในโกดัง

ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วจะได้เชิญเจ้าของโรงงานพร้อมพนักงานมาสอบปากคำเพิ่มเติมพร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสมุทรสาครมาตรวจสอบอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป โดยมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้


>> รวบอดีตโปรแกรมเมอร์ตกงาน อ้างถูกหลอกไปทำงานที่กัมพูชา เปิดบัญชีม้า 5 บัญชี

17.38 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ชาย อายุ 60 ปี ตามหมายจับศาลแขวงระยอง ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร 
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ชายคนดังกล่าว ซึ่งเคยเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ถูกเลิกจ้างในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ว่างงานและขาดรายได้ ได้พบประกาศรับสมัครงานผ่านเฟซบุ๊กในตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ที่ประเทศกัมพูชา โดยมีค่าตอบแทนเดือนละ 50,000 บาท จึงได้ตัดสินใจติดต่อสมัครงานไป

แต่เมื่อเดินทางไปถึงเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา กลุ่มบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ว่าจ้างได้ยึดบัญชีธนาคารเดิมของชายคนดังกล่าว 2 บัญชี และบังคับให้เปิดบัญชีใหม่อีก 3 บัญชี รวมเป็น 5 บัญชี พร้อมทั้งนำบัญชีทั้งหมดไปใช้ โดยให้สแกนใบหน้าเพื่อใช้ในการทำธุรกรรมเบิกถอนเงิน

หลังจากอยู่ที่กัมพูชาได้เพียง 3 วัน ชายคนดังกล่าว ก็ทราบว่าบัญชีธนาคารทั้งหมดของตนถูกอายัด และตนเองถูกดำเนินคดี เนื่องจากบัญชีดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดจนเกิดความเสียหายมูลค่าประมาณ 200,000 บาท ขณะเดียวกันกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้แจ้งว่าไม่มีงานให้ทำตามที่ประกาศไว้ และได้มอบเงิน 4,000 บาทเป็นค่าเดินทางให้กลับประเทศไทย

เมื่อกลับมาถึง ชายคนดังกล่าว ได้มาทำงานรับจ้างในพื้นที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบและเข้าทำการจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลแขวงระยองเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายริมถนนภายในซอยวัดพระเงิน จ.นนทบุรี

22.43 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำด้วยตนเอง และมีผู้เสียชีวิต บนถนนภายในซอยวัดพระเงิน ฝั่งตรงข้ามเทศบาลบ้านบางม่วง ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีฟ้า ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่
 

>> หนุ่มเมียนมาสูญหายภายในน้ำ ที่คลองหลังว่าที่การอำเภอบางบัวทอง กู้ภัยใช้เวลาชั่วโมงกว่า ก่อนนำร่างขึ้นฝั่ง

23.03 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ตรวจสอบเหตุคนจมน้ำ ที่เกิดเหตุบริเวณด้านหลังว่าที่การอำเภอบางบัวทอง ถนนเลียบคลองลากค้อน ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

โดยที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับการยืนยันว่า มีผู้สูญหายภายในน้ำเป็นชาย 1 รายอายุโดยประมาณ 43 ปี สัญชาติเมียนมา จึงประสานงานมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง สั่งการทีมประดาน้ำ ออกปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที ก่อนจะพบร่างผู้สูญหาย 1 รายเพศชายยืนยันเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง


>> แผ่นดินไหวบริเวณหมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย

23.21 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ประมาณ 472 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  


>> แผ่นดินไหว ภายในพื้นที่ของ สปป.ลาว    

00.02 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศลาว ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ประมาณ 205 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> แผ่นดินไหว 2 ครั้งติด ที่ประเทศเมียนมา    

04.20 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 175 กม. และ เวลา 04.29 น. เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 2.7 ความลึก 10 กม. ทั้ง 2 ครั้ง ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม