หน้าแรก > อาชญากรรม

รวบหนุ่มบัญชีม้า รับโอนเงินแก๊งสแกมเมอร์ ลวงผู้เสียหายหลายพื้นที่

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16:39 น.


วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย ผกก.6 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.มนตรี สงคง สว.กก.6 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนเองหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต จับกุมได้บริเวณหน้าร้านขายติ๋มซำแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.ควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนคดีหลอกลวงลงทุนออนไลน์ ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายจังหวัด ทั้ง เชียงใหม่, พระนครศรีอยุธยา และภูเก็ต มีมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท จนทราบว่า นายเอ (นามสมมุติ) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมกระทำผิด จึงได้ติดตามสืบสวนจนพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีหมายจับมาทำงานเป็นพนักงานเคาน์เตอร์รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อปี พ.ศ. 2566 ได้ถูกเพจเฟซบุ๊กหนึ่งชักชวนให้ไปทำงานเป็นแอดมินโดยมีรายได้สูง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเปิดบัญชีธนาคารให้จำนวน 5 บัญชี จากนั้นทางเพจได้โอนเงินให้ 1,000 บาท เป็นค่าเดินทางไปที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อข้ามแดนไปยังกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา เมื่อไปถึง ตนถูกนำตัวไปควบคุมในห้องแถวภายในหมู่บ้านที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา พร้อมกับคนไทยอีกกว่า 100 คน

ซึ่งทั้งหมดถูกหลอกมาเปิดบัญชีม้าเช่นกัน ในแต่ละวันจะมีรถตู้มารับตนและคนอื่นๆ ไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อให้ชาวจีนใช้โทรศัพท์สแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน แล้วจึงนำกลับมาควบคุมไว้ที่เดิม ตนถูกควบคุมตัวและถูกบังคับให้สแกนใบหน้าเป็นเวลา 1 เดือน จนกระทั่งทางกลุ่มชาวจีนแจ้งว่าใบหน้าของตนไม่สามารถใช้สแกนได้อีกต่อไป และให้เลือกว่าจะทำงานเป็นแอดมินต่อหรือจะกลับบ้าน ตนจึงเลือกขอกลับบ้าน โดยได้รับเงิน 3,000 บาท และถูกปล่อยตัวกลับมา เมื่อกลับถึงประเทศไทยจึงทราบว่าตนเองมีหมายจับ ทำให้ต้องหลบหนีมาทำงานที่ จ.พัทลุง จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม