หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568


>> รถกระบะรับส่งนักเรียน เสียหลักชนกำแพงตึกพาณิชย์ บาดเจ็บหลายราย คนขับเผยพวงมาลัยล็อก

07.35 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยตาดาน ว่ามีอุบัติเหตุรถรับ-ส่งนักเรียนเสียหลักลงข้างทางและมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนเส้นทาง สังขะ - ศีขรภูมิ ช่วงท้ายตลาดสดเทศบาลตำบลสังขะ บ้านขามน้อย ตำบลสังขะอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะโดยสาร รับส่งนักเรียน ยี่ห้อ เชฟโลเล็ต สีดำ ป้ายทะเบียน สุรินทร์ ลักษณะเสียหลักลงข้างทางแล้วชนกับกำแพงตึกพาณิชย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็น คนขับและเด็กเรียนจำนวน 19 ราย แยกเป็นผู้บาดเจ็บสีเขียว18 ราย ผู้บาดเจ็บสีเหลือง 1 ราย หน่วยกู้ภัยตาดาน หน่วยกู้ภัยซาเซี๊ยะกงเร่งดำเนินการช่วยเหลือคัดแยกผู้ได้รับบาดเจ็บปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสังขะ

จากการสอบถาม ผู้ขับขี่เบื้องต้นว่า ขณะขับมาถึงที่เกิดเหตุ พวงมาลัยรถยนต์ล็อกจึงทำให้ไม่สมารถหักเลี้ยวได้ จึงส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ เบื้องต้นสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างเจ้าหน้าร้อยเวรสอบสวนของ สภ.สังขะ เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป


>> “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน กระชับสัมพันธไมตรีสองประเทศ

10.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานทหารดอนเมือง เพื่อประทับเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8886 เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ (State Visit) ระหว่างวันที่ 13 - 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้ จะเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือจะเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ 50 ปี


>> กรมการปกครอง เพิกถอนสัญชาติไทย ลูก 3 คน ของนายก๊กอาน ส.ว.กัมพูชา

10.57 น. กรมการปกครอง เผยแพร่รายงานผลการดำเนินการทางทะเบียน กรณีนายก๊อกอัน หรือ ก๊กอาน สว.กัมพูชา และบุตร ความว่า กรมการปกครองถอนสัญชาติ ลูก 3 คน ของนายก๊กอาน เนื่องจากได้แอบอ้างนำคนสัญชาติไทยซึ่งไม่ใช่พ่อแม่แท้จริง มาเป็นพ่อและแม่ของตัวเอง ดังนั้น จึงถือว่าบุตรของนายก๊กอาน “เป็นคนต่างด้าว ที่ไม่มีสิทธิอยู่ในประเทศไทย” จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย

โดยมีเนื้อหาดังนี้ กรมการปกครอง ได้ตรวจสอบข้อมูลในทางลับจากหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานทางการข่าว พบว่า นายก๊กอาน (KOK AN) บุคคลสัญชาติกัมพูชา มีต้นแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาของประเทศกัมพูชา ประกอบธุรกิจหลายประเทซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มกาสิโน ค้ามนุษย์ การฟอกเงิน สแกมเมอร์ และถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายไทย และได้รับใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ทั้งยังมีบุตรจำนวน 3 ราย ซึ่งได้สัญชาติไทยโดยระบุว่ามีบิดามารดา เป็นบุคคลสัญชาติไทย จึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

กรมการปกครอง ในฐานะสำนักทะเบียนกลางซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลสำนักทะเบียนทุกแห่ง ได้เร่งรัดในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมีถิ่นที่อยู่ และการได้สัญชาติไทยดังกล่าวแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักทะเบียนกรุงเทพมหานคร สำนักทะเบียนอำเภอ และส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว

จึงถือว่าบุคคลดังกล่าว ทั้ง 3 ราย นั้น ไม่มีสัญชาติไทยตั้งแต่แรก โดยมีการยกเลิกสูติบัตรที่ได้มีการแจ้งการเกิดโดยทุจริต และสำนักทะเบียนกลางได้แจ้งให้สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพฯ ดำเนินการจำหน่ายชื่อของบุคคลดังกล่าวออกจากทะเบียนบ้านด้วยแล้ว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 โดยทั้ง 3 คนมีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตประเวศ กรุงเทพฯ) โดยปัจจุบันบุคคลทั้ง 3 ราย ถือว่า “เป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิอยู่ในประเทศไทย” และจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายจากผลที่ได้มีการแจ้งการเกิดโดยทุจริตต่อไป


>> นายกฯ เผยกองทัพมีความพร้อมรับมือสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา เปิดช่องทางสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

11.13 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ในระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศ ว่า ไม่มีปัญหา ตนได้เปิดช่องทางการสื่อสารกับที่เกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบต่อสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนที่ประชาชนมีความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน เนื่องจากเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) มีเหตุการณ์ เสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณบ้านหนองจาน - หนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราจะทำให้ดีที่สุด พร้อมยืนยันว่าเราไม่ได้มีเจตนาจะไปรุกรานใคร แต่เราก็ไม่ยอมให้ใครมาคุกคามอธิปไตยของเรา ทั้งจะไม่ยอมให้ประชาชน และทหารต้องประสบภัยอันตราย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนว่าทางกัมพูชามีการใช้ปืนเล็กยิงก่อกวนเข้ามาในฝั่งไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทหารมียุทธวิธี ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากมีความจำเป็นต้องอพยพ เรื่องของศูนย์พักพิง และเงินเยียวยา มีความพร้อมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว


>> นายอำเภอฯ ยัน "เกาะสมุยปลอดภัย" จากเหตุแผ่นดินไหว ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงใช้ชีวิตและท่องเที่ยวตามปกติ

11.39 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานจากนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายหลังจากการติดตามสถานการณ์จากเหตุเหตุแผ่นดินไหวขนาด 2.4 ความลึก 4 กม. เมื่อช่วงเวลา 00.47 น. วันนี้

"โดยนายอมร ชุมช่วย นายอำเภอเกาะสมุย ได้บูรณาการร่วมกับนายพูนชิด คำลุน รักษาการหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุย รวมถึงผู้แทนเทศบาลนครเกาะสมุย สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมในพื้นที่เกาะสมุย ได้ลงพื้นที่ทันทีเมื่อได้รับแจ้งเหตุ ซึ่งพบว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือน เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง และตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ทีมบูรณาการได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ในบริเวณเกาะสมุย ไม่ได้รับผลกระทบ ไม่เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างใดทั้งสิ้น"

โดยสถานการณ์ในขณะนี้ ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย พี่น้องประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ และยังได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ Booking โรงแรมและทัวร์ ท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย นายอำเภอเกาะสมุย เน้นย้ำและยืนยันว่า เกาะสมุยปลอดภัย


>> เปิดปฏิบัติการ “คืนศรัทธา บอกลางมงาย” ทวงคืนทรัพย์สินวัดพระบาทน้ำพุ มูลค่ากว่าหมื่นล้าน

12.29 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการ “Operation Endgame: คืนศรัทธา บอกลางมงาย สไตล์ CIB” บูรณาการร่วมหลายหน่วยงาน ตรวจสอบและทวงคืนทรัพย์สินที่ถูกยักยอกจากวัดพระบาทน้ำพุ หลังพบพฤติการณ์ “หมอบี–เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” เปิดรับบริจาคเงินกว่า 300 ล้านบาท โดยอ้างนำเงินเข้าวัด แต่กลับนำไปใช้ส่วนตัว ร่วมกับอดีตเจ้าอาวาส “พระอลงกต พูลมุข” ซึ่งถูกออกหมายจับข้อหาทุจริตและฟอกเงิน

จากการสืบสวนพบทรัพย์สินจำนวนมากถูกโอนให้บุคคลอื่นถือครองแทน เจ้าหน้าที่สามารถติดตามยึดคืนได้กว่า 7,200 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างและยานพาหนะ รวมมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท เพื่อส่งคืนให้วัดพระบาทน้ำพุดำเนินการอย่างโปร่งใสตามกฎหมาย โดย CIB ยืนยันการดำเนินคดีไม่เพียงเพื่อเอาผิดผู้กระทำความผิด แต่ยังเพื่อฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนที่ร่วมบริจาคอย่างสุจริต


>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ย่านพุทธมณฑลสาย 2 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

12.33 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยพุทธมณฑลสาย 2 ซอย 7 ถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายหิ้งพระ ลุกลามพัดลมติดผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการจุดธูป เทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค


>> สาววัย 32 ปีขับเก๋ง เกิดอาการหลับใน ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จ.ชลบุรี

13.00 น. สภ.นาจอมเทียน รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ มีทั้งผู้เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณใกล้ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนสุขุมวิท ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุพบ รถนั่งส่วนบุคคล นิสสัน มาร์ช สีส้ม ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ลักษณะขึ้นไปบนฟุตบาท ชนอัดติดคาอยู่กับกองหินข้างร้านอาหาร หน้ารถพังเสียหาย ภายในรถพบ หญิงไทย อายุ 32 ปี คนขับ ได้รับบาดเจ็บ มีอาการปวดคอและหน้าอก ทางหน่วยกู้ภัย ได้ช่วยกันปฐมพยาบาล ก่อนเร่งนําตัวส่งรักษายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามฯ

ใกล้กันพบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีฟ้า-ดำ ทะเบียน ระยอง ถูกพุ่งชนกระเด็นไปติดคาอยู่บริเวณท้ายรถกระบะที่จอดอยู่ข้างทาง ห่างออกไปราว 30 เมตร บนฟุตบาทพบร่าง ชายไทย อายุ 47 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ เสียชีวิตคาที่ ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้เห็นเหตุการณ์

สอบถาม หญิงคนขับรถเก๋ง ให้การด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ระหว่างขับรถจากบางแสน มุ่งหน้ากลับบ้านที่บางเสร่ เกิดมีอาการหลับใน รู้สึกตัวอีกทีรถก็พุ่งชนท้ายจักรยานยนต์เข้าอย่างแรง ก่อนเสียหลักขึ้นไปเกยบนโขดหินข้างร้านอาหาร ดังกล่าว

ด้าน พนักงานสอบสวน หลังเกิดเหตุ ได้ทําบันทึกที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย


>> สภา กทม. ลงพื้นที่จี้เร่งซ่อมถนนทรุดหน้า “วชิระพยาบาล” ล่าช้านานกว่า 50 วัน กระทบประชาชนวันละหมื่นคน

14.16 น. สภากรุงเทพมหานครนำโดยนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภา กทม. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจจุดถนนทรุดหน้าโรงพยาบาลวชิระพยาบาล เขตดุสิต หลังการซ่อมแซมล่าช้ากว่ากำหนดกว่า 50 วัน ทั้งที่ผู้รับเหมารับปากจะคืนพื้นผิวจราจรตั้งแต่ 9 ต.ค. 2568 แต่ยังไร้ความคืบหน้า ส่งผลให้โรงพยาบาลและประชาชนได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

ประธานสภา กทม. และคณะเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครเร่งหาผู้รับผิดชอบและประเมินความเสียหาย พร้อมเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง หลังพบว่ามีผู้รับเหมาสองรายเกี่ยวข้องกับเหตุถนนยุบขนาด 30x30 เมตร ขณะที่แพทย์วชิระเผย ปัญหาดังกล่าวกระทบต่อการให้บริการประชาชนกว่า 12,000 คนต่อวัน จี้เร่งแก้ไขโดยด่วนเพื่อคืนความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่ใจกลางเมืองหลวง


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 8/1 เสียหายวอดทั้งชั้น

14.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 8/1 ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ปลูกติดกัน 5 คูหา ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด 2 คูหา เสียหายบางส่วน 1 คูหา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 260 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ 
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่แบตเตอรี่สำรอง ชนิดพกพา ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทวีวัฒนา


>> ผู้การสืบ บช.น. แจงจับ “สันธนะ” ตามหมายศาล ยันทำตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่เกี่ยวการเมือง

15.30 น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันการจับกุมนายสันธนะ ประยูรรัตน์ และพวกรวม 4 คน เป็นไปตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รวมทั้งหมด 11 หมายจับ เป็นคนไทย 7 คน และชาวต่างชาติ 4 คน โดยขณะนี้จับได้แล้ว 4 คน เหลืออีก 7 คนอยู่ระหว่างติดตามตัว หนึ่งในนั้นหลบหนีออกนอกประเทศแล้ว ทั้งนี้ จากการตรวจค้นคอนโดย่านถนนวิทยุ พบอาวุธปืน 2 กระบอก อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิการครอบครอง

ผู้การสืบสวน บช.น. ระบุว่า หมายจับดังกล่าวเป็นคดีเก่าที่ผู้ต้องหาเคยเข้ามอบตัวแล้ว แต่ภายหลังอัยการมีการขอศาลออกหมายจับใหม่ เนื่องจากไม่มาพบตามนัด ย้ำตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมือง แม้ภรรยา นายสันธนะ จะออกมาโต้แย้งว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองก็ตาม


>> สตช.กำชับตำรวจทุกหน่วย ดูแลประชาชนที่เดือดร้อนจากเหตุน้ำท่วม

16.13 น. พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์สุโขทัย กำแพงเพชร อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และอุบลราชธานี ซึ่งบางจังหวัดมีน้ำท่วมสูงอย่างรวดเร็วจากเหตุพนังกั้นน้ำเสียหาย ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน บางจุดมีน้ำทะเลหนุน และฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นวงกว้าง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับตำรวจทุกพื้นที่ ออกมาตรการดูแลช่วยเหลือ รักษาความปลอดภัย และอำนวยการจราจร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยออกตรวจตราในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้เพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเพิ่มกำลังสายตรวจ, ปรับแผนการตรวจจัดกำลังให้เหมาะสมกับพื้นที่และห้วงเวลา โดยบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข้อมูล และการปฏิบัติกับฝ่ายปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และอาสาสมัคร ออกตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพิจารณาเปิดพื้นที่สถานีตำรวจ จุดตรวจ ตู้ยาม เป็นสถานที่พักพิงของผู้ประสบภัยชั่วคราว


>> สันธนะ ไม่กลัวถ้าต้องเข้าคุก จะได้คุยพี่ใหญ่ แฉมีหลักฐานเด็ดเกี่ยวนักการเมือง ลั่นให้พังกันไปข้าง

17.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายสันธนะ อดีตตำรวจสันติบาล สอบปากคำพร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติม นานกว่า 3 ชั่วโมง ขณะที่นายสันธนะ เดินออกมาจากห้องสอบปากคำเพื่อที่จะขึ้นไปยังห้องควบคุมตัว

โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ที่ผ่านมายืนยันว่าไม่มีการออกหมายเรียก ส่วนการจับกุมในวันนี้ เป็นการควบคุมตัวไปเข้าพบอัยการ ซึ่งทั้งสำนักงานอัยการและศาลปิดทำการแล้ว ตำรวจจึงต้องควบคุมตัวตนไว้เพื่อนำส่งอัยการต่อไปในวันพรุ่งนี้ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ 1

เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ นายสันธนะ กล่าวว่า ตนไม่ใช่คนชอบสาบาน แต่ถ้าเรื่องนี้ตนทำผิดขอให้ฟ้าดินทำให้ตนอับอาย แต่เป็นเรื่องของการเมืองในขั้วที่มีปัญหากับตน เมื่อวานนี้มี พล.ต.อ.โทรผ่านบุคคลที่ 3 เพื่อคุยกับตน ซึ่งตนรู้ว่าจะมีข้อแลกเปลี่ยนหากตนคุย เนื่องจากมีหมายจับออกแล้ว ก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนกันหรือไม่

นายสันธนะ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการเรียกค่าไถ่คนไต้หวันนั้น ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักคนไต้หวันมาก่อน เพียงแค่เขาเคยอาศัยรถคนติดตามตนมา ซึ่งมีเรื่องกันมาก่อน และตนช่วยเคลียร์ให้ เพราะเป็นพลเมืองดี บุคคลดังกล่าวมีการโกงผู้เสียหายชาวไต้หวัน จำนวน 2.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยตีเป็นเงินไทยประมาณ 100 ล้านบาท เมื่อเกิดเรื่องก็มีการเรียกรับเงินจากตนกว่า 6 ล้านบาทอีก

เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับการออกมาแฉนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชาหรือไม่นั้น นายสันธนะ ถามกลับว่า ใช่หรือไม่ ที่ผ่านมาตนพยายามนิ่ง วันนี้ยืนยันว่าไม่กลัวเพราะไม่ได้ทำผิด ทั้งยังขอให้ตำรวจควบคุมตัวที่ สน.ทองหล่อ ด้วย เพราะตนจะได้ใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่ เช่นการดำเนินคดีฟ้องกลับทุกคน

นายสันธนะ กล่าวต่อว่า หากเลวร้ายถึงขั้นต้องเข้าเรือนจำ ดีเหมือนกันตนจะได้ปรึกษากับพี่ใหญ่ที่เขารออยู่ข้างใน


>> รัฐบาลโต้กัมพูชาเผยแพร่ข่าวปลอม ยืนยันไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ โปร่งใส และคุ้มครองประชาชนอย่างสูงสุด

18.49 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับเหตุทุ่นระเบิดและเหตุยิงปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยืนยันข้อกล่าวหาทั้งหมดเป็นการบิดเบือน ไร้หลักฐานรองรับ โดยรัฐบาลไทยดำเนินการทางการทูตและทางทหารอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสอดคล้องตามกติกาสากลทุกประการ คือ

กรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด : กองทัพบกตรวจสอบพบทุ่นระเบิด PMN-2 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่กัมพูชาเคยใช้ และมีการวางใหม่ในพื้นที่, กรณีกัมพูชาเปิดฉากยิงที่บ้านหนองหญ้าแก้ว : ไทยตอบโต้ตามกฎการใช้กำลัง โดยทิศทางการยิงและมุมกระสุนไม่ได้มุ่งยิงไปยังพลเรือน และ การนำภาพศพประชาชนไปบิดเบือนเป็น “ศพเชลยศึก” : แท้จริงคือประชาชนกัมพูชาที่เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัวในโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ซึ่งญาติประสานขอส่งศพกลับ และทางการไทยได้อำนวยความสะดวก ตามหลักมนุษยธรรม

โฆษกรัฐบาลเน้นย้ำว่า ไทยดำเนินการอย่างรวดเร็วและครบถ้วน โดยได้ประท้วงผ่านช่องทางทางการทูต ส่งหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการถึงเลขาธิการสหประชาชาติ และจะนำคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในจุดเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป

รัฐบาลไทยยึดมั่นสันติภาพ แต่จะไม่ยอมให้ผู้ใดบิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะและนานาชาติทุกกรณี


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ แล้วสาวนั่งโดยสารซ้อนท้ายร่างไถล ถูกรถเมล์ขับตามหลังทับซ้ำ เสียชีวิตกลางถนนกรุงเทพ - นนทบุรี

19.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำแล้วถูกรถเมล์ชนซ้ำ มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ถนนกรุงเทพฯ - นนทบุรี มุ่งหน้าแยกวงศ์สว่าง เชิงทางลงสะพานข้ามคลองบางเขน แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ - ขาว ทะเบียน กทม. ลักษณะเบรกกระทันหัน เสียหลักพลิกคว่ำในช่องทางขวา ผู้โดยสารที่นั่งซ้อนท้ายไถลไปช่องทางซ้าย ถูกรถประจำทางสาย 2-2 สีขาว-แดง ป้ายทะเบียน กทม. วิ่งในช่องทางซ้ายขนาบข้าง ล้อรถเหยียบทับที่ศีรษะ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาชาวจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ไปโรงพยาบาล

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร.ต.ท. วิเชียร นิลเทศ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ประชาชื่น ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อชันสูตรหาสาเหตุต่อไป


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำในช่องทางหลัก ถนนพหลโยธิน พบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 รายในช่องทางคู่ขนาน

00.09 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบทาง และมีผู้เสียชีวิต ถนนพหลโยธิน ขาออก บริเวณทางเบี่ยง ก่อนถึงทางเข้านวนคร ประมาณ 500 เมตร ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ที่เลนขวาในช่องทางหลัก และห่างออกไปในช่องคู่ขนาน เลนขวา พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 35 - 40 ปี ตรวจสอบพบเสาป้ายจราจรลักษณะถูกชนล้มเสียหายบนทางเท้า ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง
 

>> แผ่นดินไหว แถวหมู่เกาะสุมาตรา    

03.07 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.6 ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ประมาณ 480 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

ข่าวยอดนิยม