หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568

>> คุณลุงวัย 64 ปี พลัดตกเรือจมน้ำเสียชีวิต คาดพายเรือกลับไปดูบ้านที่ถูกน้ำท่วม

06.30 น. เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้จมน้ำเสียชีวิตในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลวัดยม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงจัดกำลังพร้อมเรือท้องแบนเดินทางไปตรวจสอบ

บริเวณใต้ถุนบ้านหลังหนึ่ง พบร่างของผู้ชายลอยน้ำอยู่ใต้ถุนบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือ นายประดิษฐ์ อายุ 64 ปี เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว

จากการสอบถามญาติทราบว่า ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่เพียงลำพัง บ้านถูกน้ำท่วมมานานจึงย้ายไปกางเต็นท์นอนริมถนน ญาติมักแวะมาเยี่ยมและนำอาหารมาให้เป็นประจำ เมื่อคืนเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ยังมีคนไปส่งข้าวให้ตามปกติ ผู้เสียชีวิตบอกคิดถึงบ้าน คาดว่าอาจพายเรือกลับมาดูบ้านในช่วงกลางคืน แต่เกิดพลาดพลัดตกเรือโดยไม่มีใครเห็น จนกระทั่งเช้ามีคนมาพบร่างลอยอยู่ใต้ถุนบ้าน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบาล มอบให้อาสากู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลบางบาลเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


>> ก.สาธารณสุข กำชับจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมรับภาวะฉุกเฉิน

10.29 น. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนที่มีทหารไทยเหยียบกับระเบิด ที่ห้วยตามาเรีย ตรงข้ามปราสาทพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และ ตราด ให้เตรียมความพร้อมตามมาตรการสำหรับโรงพยาบาลและหน่วยบริการชายแดนทุกระดับที่กำหนดไว้ เพื่อรับสถานการณ์ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ภาวะปกติ (สีเขียว) ให้ติดตามเฝ้าระวัง ภาวะฉุกเฉินระดับ 1 (สีเหลือง) ระดับตื่นตัว ไปจนถึงภาวะฉุกเฉินระดับ 4 (สีแดง) ที่มีการตั้งศูนย์อพยพ

โดยทุกหน่วยงานให้เตรียมจัดการภาวะฉุกเฉินทั้งระยะก่อนเกิดเหตุ คือ จัดทำแผนการแพทย์ร่วมกับแผนอพยพ เตรียมกำลังคน สำรองเวชภัณฑ์ เตรียมพื้นที่และระบบสำหรับจุดปฐมพยาบาล จัดระบบสื่อสารสำหรับการแจ้งเตือนภาวะฉุกเฉิน สำรวจข้อมูลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ระยะเกิดเหตุ ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการสาธารณสุข ปิดโรงพยาบาลในเขต Hot Zone ให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ เฝ้าระวังและควบคุมโรค ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต สื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพ ติดตามข้อมูลสุขภาพผู้ได้รับผลกระทบ และระยะหลังเกิดเหตุ โดยฟื้นฟูสุขภาพประชาชนและระบบบริการสุขภาพ ที่สำคัญขอให้มีการสื่อสารทำความเข้าใจกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยด้วย

สำหรับแผนอพยพส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเสี่ยงใน 7 จังหวัด รวม 22 แห่ง ได้เตรียมโรงพยาบาลรับส่งต่อไว้ 54 แห่ง สามารถรองรับผู้ป่วยวิกฤตได้ 268 เตียง ผู้ป่วยทั่วไป 3,048 เตียง และหากมีการตั้งศูนย์อพยพ หน่วยงานสาธารณสุขพร้อมจัดทีมดูแลทั้งด้านสุขภาพกายและใจ การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม การป้องกันควบคุมโรค และกิจกรรมต่างๆ


>> นายกฯ ลงพื้นที่อ่างทอง ติดตามสถานการณ์น้ำ ยืนยัน “รัฐบาลได้ยินทุกคำพูดของประชาชน และจะช่วยเหลือทุกวิถีทาง”

12.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่โรงเรียนป่าโมกข์วิทยาภูมิ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ พร้อมมอบหมาย นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว

นายกฯ ระบุว่า ปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่เกิดซ้ำซากและสร้างความทุกข์เรื้อรังให้ประชาชน รัฐบาลจะเร่งระบายน้ำและดำเนินการเยียวยาประชาชนโดยเร็ว พร้อมขอบคุณชาวนาและชาวไร่ที่เสียสละพื้นที่ทำกินให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ยืนยันจะเร่งเสนอเรื่องต่อที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติการช่วยเหลือทดแทนโดยเร็ว ครอบคลุมทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ นายกฯ ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหลือประชาชน จัดหาที่พักชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ในช่วงที่ประสบภัย พร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับจิตอาสาจำนวน 7 ราย และถุงยังชีพจำนวน 1,500 ชุด ให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย


>> รถมินิบัสเสียหลัก พุ่งตกร่องกลาง ถนนสุขุมวิท จ.ระยอง ผู้โดยสาร-คนขับบาดเจ็บ 17 ราย

12.30 น. รับแจ้งอุบัติเหตุ บนถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข3) ฝั่งขาออกมุ่งหน้าจันทบุรี ช่วง กม.277 ม.1 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง

ที่เกิดเหตุ พบรถมินิบัส สายกรุงเทพฯ - สุวรรณภูมิ - จันทบุรี ลักษณะลื่นไถลลงไปยังร่องกลางถนน ทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย รวม 17 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือคนเจ็บ ส่ง รพ.แกลง จำนวน 2 ราย ส่วนผู้โดยสาร ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ประสงค์ รพ. บริษัทจัดรถมารับเพื่อนำส่งไปยังจุดหมายปลายทางต่อไป สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ สภ.แกลง


>> คุมตัว 'เสอจื้อเจียง' เจ้าพ่อชเวโก๊กโก ส่งกลับดำเนินคดีสแกมเมอร์ที่จีน

12.45 น. ที่สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำตัว นายเสอ จื้อเจียง บุคคลสัญชาติจีน-กัมพูชา กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามความผิดฐานเปิดบ่อนกาสิโนโดยมิชอบด้วยกฎหมายจีน เนื่องจากนายเฉอมีพฤติการณ์อยู่เบื้องหลังเว็บพนันรายใหญ่ โดยมีถิ่นฐานอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสุ่ยโกกู่ หรือชเวโก๊กโก่ ในประเทศเมียนมา

โดยชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน ได้นำตัว นายเสอ ออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมมายัง สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า) อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อรอส่งตัวกลับประเทศจีนตามคำสั่งศาล โดยเครื่องบินจะออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 16.20 น. ของวันนี้

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายเสอ ถูกทางตำรวจไทยจับกุมตามหมายจับตำรวจสากลหรือหมายแดง ในความผิดที่เกี่ยวกับการหลอกลวงประชาชนผ่านเว็บพนันออนไลน์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ในเวลาต่อมา ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปที่ประเทศจีนตามที่ทางการจีนมีคำขอเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ก่อนถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อรอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับประเทศจีน

จากนั้น นายเสอ ได้ยื่นคำโต้แย้งในประเด็นข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 มาตรา 19 และมาตรา 21 ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนที่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า กฎหมายฉบับดังกล่าว ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ส่งตัว นายเฉอ กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนภายใน 90 วัน


>> รถจักรยานยนต์แหกโค้งพลิกคว่ำ คุณลุงวัย 65 ปีเสียชีวิต

13.00 น. สมาคมกู้ภัยน้ำปาด รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์แหกโค้งตกข้างทาง บริเวณถนนเส้นทางระหว่าง บ้านสวน - บ้านทรายขาว ก่อนถึงสะพานบ้านทรายขาวประมาณ 300 เมตร ในพื้นที่ ต.บ้านฝาย อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง - ขาว ลักษณะพลิกคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 65 ปี ชาวตำบลเด่นเหล็ก อำเภอน้ำปาด

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำปาด พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้ อาสากู้ภัยนำร่างส่งตรวจพิสูจน์ ที่รพ.น้ำปาดต่อไป


>> รอง ผบ.ตร.แถลง “ตำรวจ 191“ ทลายโกดังซุกยาบ้า กว่า 10,000,000 เม็ด

13.30 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร. ) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ ฯ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมแถลงผลการจับกุม แก๊งยาเสพติด ของกองบังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษหรือ 191 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ตำรวจ 191 ทลายโกดังยาเสพติด ใน จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมผู้ต้องหา เป็นผู้หญิงไทย 2 ราย

พร้อมด้วยของกลางและทรัพย์ที่ตรวจยึด คือ ยาบ้า ประมาณ 50 กระสอบ รวม ยาบ้าประมาณ 10 ล้านเม็ด, รถยนต์ 3 คัน, รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน มูลค่ารวมประมาณ 500,000,000 บาท

แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา ว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็น การกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”


>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ภายในชุมชนศาลาครืน 9 ซอยวุฒากาศ 42 เสียหายวอดทั้งหลัง

13.39 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนศาลาครืน ซอยวุฒากาศ 42 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง และลุกลามบ้านข้างเคียง เสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากฟ้าผ่า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดาวคะนอง


>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะติดตามการบริหารจัดการน้ำ เน้นรวดเร็ว ทำงานเป็นทีม พร้อมขอทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

15.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัยบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ณ เทศบาลเมืองผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
นายกฯ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำและสั่งการให้ทุกหน่วยงานดำเนินการด้วยความรวดเร็วในการช่วยเหลือชีวิตและความปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ และต้องสื่อสารข้อมูล การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ปริมาณการระบายน้ำ ให้ประชาชนและฝ่ายปกครองในพื้นที่ทราบอย่างชัดเจน เป็นรายชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว

นอกจากนี้ นายกฯ ได้ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ บูรณาการการทำงานร่วมกัน การเพิ่มทางระบายน้ำ การขุดลอกคลอง การเพิ่มศักยภาพคลองระบายน้ำ และการซ่อมแซมผนังกั้นน้ำที่ชำรุด การหน่วงน้ำและการเก็บกัก การสร้างแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็ก-กลางเพิ่มเติม หรือการบริหารการใช้ทุ่งรับน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้มีน้ำใช้ในฤดูแล้งและเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างยั่งยืน


>> ตำรวจไซเบอร์ รวบแฮกเกอร์ระดับโลก หลังหนี FBI ซุกตัวในเกาะภูเก็ต

15.24 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. รับการประสานจากสำนักสอบอเมริกา (FBI) ว่ามีแฮกเกอร์ระดับโลกวัย 35 ปี รายหนึ่ง ซึ่งเคยเจาะระบความปลอดภัยและโจมตีหน่วยงานรัฐทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา มีเป้าหมายเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จึงได้ประสาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรววจท่องเที่ยว, สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ, สำนักงานอัยการสูงสุดและหน่วยงานในพื้นที่ หลังทราบว่าคนร้ายรายนี้ได้เดินทางมากบดานอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

ต่อมา พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. ประสานงานร่วมกับ พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผกก.ตม.ภูเก็ต ส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่เพื่อติดตามพฤติกรรม พบแฮกเกอร์รายดังกล่าวได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ต.ค.68 และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานกับสำนักงานอัยการสูงสุด ขอออกหมายจับผู้ต้องหา จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ได้สนธิกำลังลังร่วมกับตม.จว.ภูเก็ต,บก.สส.ภ.8 และ ภ.จว.ภูเก็ต นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นห้องพักและจับกุมผู้ต้องหาต่างชาติรายนี้ไว้ได้ ณ โรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมทั้งตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางเทคโนโลยีต่อไป

สำหรับการปฏิบัติการระหว่างทางการไทยและสำนักสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (FBI) ในครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งยกระดับเป็นวาระสำคัญของโลกในการร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องต่อไป


>> จังหวัดสระบุรี แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำคลองชัยนาท - ป่าสัก

16.57 น. นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี แจ้งว่า ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในหลายจังหวัด เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา สำนักงานชลประทานที่ 10 ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน ที่ต้องร่วมดำเนินการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยดังกล่าวจะดำเนินการตัดยอดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อช่วยลดการระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

โดยจะรับน้ำเข้าคลองชัยนาท - ป่าสัก ผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ ประมาณ 250 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในคลองชัยนาท - ป่าสัก เพิ่มขึ้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 แต่ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวจะควบคุมให้เกิดผลกระทบในพื้นที่น้อยที่สุด

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรีพิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดต่อทรัพย์สินของประชาชนจากการที่ระดับน้ำในคลองชัยนาท - ป่าสัก เพิ่มขึ้น จึงแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำป่าสัก อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร กระชังปลา เป็นต้น รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งคลองชัยนาท - ป่าสัก ขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อไป


>> หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จับแรงงานกัมพูชา 108 คน ลักลอบเข้าไทยเพื่อหางานทำ

17.00 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชค.ทพ.นย.2) ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรสะตอน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และ ตำรวจสันติบาล จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการจับกุมผู้นำพาแรงงานต่างด้าวและแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาจำนวน 108 คน บริเวณบ้านสวนส้ม ตำบลสะตอน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี

ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า กลุ่มแรงงานทั้งหมดมีความประสงค์จะเดินทางเข้ามาทำงานในพื้นที่ส่วนหลังของประเทศ เช่น จังหวัดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร โดยจ่ายค่าเดินทางให้กับผู้นำพาตั้งแต่ 5,500–7,000 บาทต่อคน จากการสอบปากคำเพิ่มเติมทราบว่า แรงงานจำนวนมากได้อพยพกลับประเทศกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ภายหลังเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้หลายพื้นที่ฝั่งกัมพูชามีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ขาดแคลนรายได้และโอกาสในการทำงาน แรงงานบางส่วนจึงพยายาม ลักลอบกลับเข้ามายังประเทศไทยเพื่อหางานทำ แม้จะทราบถึงความเสี่ยงและการเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย

การจับกุมในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการเข้มงวดมาตรการควบคุมและปิดช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ของกองทัพเรือ เพื่อ ป้องกันการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมาย การลักลอบข้ามแดน และการย้ายฐานปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่าย Cyber Scam ซึ่งกองทัพเรือได้ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง


>> อุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิงวัย 54 ปี

18.00 น. พ.ต.ท.ชาฆินทร์ คล่องแคล่ว สว.สอบสวน สภ.อู่ทอง ได้เดินทางตรวจสอบอุบัติเหตุพร้อมหน่วยกู้ภัยจากนารายณ์ และ กู้ชีพ อบต.หนองโอ่ง หลังได้รับแจ้งมีอุบัติ รถยนต์กับจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน บนถนน 333 สาย(อู่ทอง-สระกระโจม) บริเวณ จุดกลับรถโรงงานน้ำตาล ต.หนองโอ่ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 9019 และรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า หมายเลขทะเบียน 554 ล้มที่เกิดเหตุ ทั้งสองคันมีร่องรอยการเฉี่ยวชน ห่างออกไปพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 54 ปี เป็นชาวบ้านตำบลยุ้งทะลาย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 
ทางด้านของพนักงานสอบสวนและแพทย์เวรโรงพยาบาลอู่ทองพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ กู้ชีพ อบต.หนองโอ่ง ร่วมกันตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป


>> กองทัพภาคที่ 1 เผยเหตุปะทะชายแดน จ.สระแก้ว ชี้ฝ่ายกัมพูชาเริ่มก่อน ยืนยันฝ่ายไทยตอบโต้เพื่อระงับเหตุ ปกป้องอธิปไตยของชาติ

18.02 น. กองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานจาก กกล.บูรพา เหตุการณ์ยิงปะทะกันในบริเวณ จต.ส.34-35 บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัด สระแก้ว ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ เมื่อ เมื่อ 12 พ.ย. 2568 เวลา 16.10 น. ได้เกิดเหตุการใช้อาวุธปืนยิงมาจากฝั่งกัมพูชา คาดว่าเป็นอาวุธปืนเล็ก AK-47 จำนวนประมาณ 30 นัด โดย กกล.บูรพา ได้ยิงเตือนและดำเนินการโต้ตอบเหตุการณ์ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสถานการณ์จะสงบลง ตรวจสอบฝ่ายไทยไม่ได้รับการสูญเสีย

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 โดย กกล.บูรพาได้ทำการเตือนและตอบโต้ยึดตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัดเพื่อระงับเหตุ ซึ่งการใช้อาวุธตอบโต้นั้นเป็นทางเลือกสุดท้ายในสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อปกป้องชีวิตและอธิปไตยของชาติ โดยกำลังพลได้ยิงตอบโต้ด้วยอาวุธปืนเล็กยาวไปยังทิศทางยิงของฝ่ายตรงข้ามที่กระทำต่อกำลังพลฝ่ายเรา โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ ไม่ให้ถูกเป้าหมายพลเรือน ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และได้ทำการหยุดตอบโต้ เมื่อภาวะคุกคามจากฝั่งตรงข้ามสิ้นสุดลงทันที


>> เพลิงไหม้ภายในห้องซาวน่า บนคอนโดฯ ย่านพหลโยธินซอย 15 ระบบดับเพลิงอัตโนมัติทำการดับเพลิงสงบ

22.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ คอนโดแห่งหนึ่ง ถนนพหลโยธิน แขวงทุ่งพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 31 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 8 ภายในห้องซาวน่า เพลิงลุกไหม้เครื่องทำความร้อน ลุกลามฝาผนังและฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร ระบบดับเพลิงอัตโนมัติภายในอาคารทำการดับเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องทำความร้อน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดุสิต

 

>> รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ ริมถนนงามวงศ์วาน มีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย

23.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะพลิกคว่ำ และใกล้กันพบว่ามีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 28 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.นราธิวาส

บนถนนงามวงศ์วาน ใกล้เคียงซอยงามวงศ์วาน 2 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์

 

>> แผ่นดินไหวขนาด 4.9 ภายในพื้นที่ของ สปป.ลาว ศูนย์กลางห่าง จ.บึงกาฬ ประมาณ 240 กม.

23.26 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.9 ความลึก 10 กม. ภายในพื่นที่ของประเทศลาว ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ประมาณ 240 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

 

>> แผ่นดินไหวบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ในหลายพื้นที่บนเกาะ

00.47 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 4 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.เกาะสมุย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ในหลายพื้นที่บนเกาะสมุย  


>> เพลิงไหม้แคมป์คนงาน ซอยพระราม 9 ซอย 62 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

02.51 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพระราม 9 ซอย 62 ถนนพระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น  ผนังโฟมสำเร็จรูป ใช้เป็นที่พักคนงาน ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องเลขที่ เอฟ-106 เพลิงลุกไหม้ตู้เย็น ลุกลามที่นอน เครื่องครัว และผนังห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ  6 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก   
 

ข่าวยอดนิยม