หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05:11 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568


>> สุชาติ เตรียมบินเจรจาผู้นำศรีลังกา ขอ ‘พลายประตูผา-พลายศรีณรงค์’ กลับมาดูแล

08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเจรจาขอขอพลายประตูผา และพลายศรีณรงค์ คืนจากศรีลังกา กลับมาดูแลที่ประเทศไทย ว่า ทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้หารือกับอธิบดีกรมเอเชียใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ถึงข้อตกลงและพิธีการต่างๆ รวมถึงการประสานงานกับประเทศศรีลังกา

ขณะที่ตนจะหาโอกาสพบกับผู้นำรัฐบาลศรีลังกา ซึ่งอยู่ในระหว่างการประสานงาน  จึงฝากถึงประชาชนคนไทยที่มีความห่วงใยช้างทั้ง 2 เชือก ขอให้หลีกเลี่ยงการไปพูดถึงการดูแลช้างทั้ง 2 เชือก ว่าดีหรือไม่ดี ควรพูดในลักษณะที่มาขอความเห็นใจว่าเราอยากขอกลับมาดูแล และไม่อยากให้ไปดิสเครดิตหรือไปโทษใครเรื่องวิธีการดูแล เพราะวิถีชีวิตและการเลี้ยงของแต่ละประเทศย่อมต่างกัน

นายสุชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรี สนับสนุนเต็มที่ โดยผ่านการดำเนินงานของกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้นขอพี่น้องคนไทยทุกคน ที่มีเสียงเรียกร้องในเรื่องนี้ว่าให้มั่นใจ ทุกอย่างมีความคืบหน้า โดยการเจรจาจะต้องมีวิธีการพูดที่ละมุนละม่อมในลักษณะขอความเห็นใจ จะไม่ไปพูดว่าใครดีหรือไม่ดีไม่ได้ และยืนยันว่าตนจะทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยใช้สติในการพูดคุยเจรจา และจะเดินทางไปพบกับทางศรีลังกาในเร็วๆนี้ จะได้เจอและได้พูดคุยในเรื่องนี้แน่นอน เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปในทิศทางที่ดี


>> พบศพหญิงเกี่ยวติดประตูระบายน้ำ คลองสำโรง จ.สมุทรปราการ

08.30 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกู้ชีพสมุทรปราการ รับแจ้งพบศพหญิงลอยติดอยู่บนประตูระบายน้ำ คลองสำโรง พื้นที่ ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุพบหญิงอายุประมาณ 35-45 ปี สวมเสื้อยืดลายขวาง สีน้ำเงิน–ขาว ร่างห้อยอยู่กับประตูระบายน้ำ โดยขาถูกเกี่ยวกับ ตะขอเกี่ยวผักตบชวา ของเครื่องสูบน้ำ 
เจ้าหน้าที่ประจำประตูระบายน้ำเผยว่า ขณะเปิดเครื่องระบายน้ำตามปกติ พบสิ่งแปลกติดมากับตะขอ เมื่อตรวจสอบใกล้ ๆ พบว่าเป็นร่างของผู้เสียชีวิต จึงรีบหยุดเครื่องและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

เบื้องต้นตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ อยู่ระหว่างตรวจสอบและส่งศพชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนประสานญาติมารับศพต่อไป


>> รถทัวร์ทัศนศึกษาจากอุตรดิตถ์พลิกคว่ำลงข้างทาง นักเรียนบาดเจ็บหลายรายที่ จ.นครสวรรค์

10.05 น. รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสาร 2 ชั้น ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ พลิกคว่ำลงข้างทาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 29–30 ถนนพิษณุโลก–นครสวรรค์ ช่วงแยกบ้านแหลมยาง หมู่ที่ 2 ตำบลหนองกรด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์

เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลบรรพตพิสัย และอาสากู้ภัย ได้รุดเข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ พบรถบัสโดยสาร 10 ล้อ หมวดทะเบียนอุตรดิตถ์ พลิกตะแคงอยู่ข้างทาง มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่บาดเจ็บเล็กน้อย ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือนำนักเรียนออกจากตัวรถ ก่อนเจ้าหน้าที่จะลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล 
มีนักเรียน โรงเรียนอุตรดิตถ์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 27 คน และนำส่งโรงพยาบาลอีก 3 คน รวมผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 30 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ โรงเรียนได้จัดกิจกรรมทัศนศึกษา ณ บึงบอระเพ็ด อำเภอเมืองนครสวรรค์ โดยใช้รถทัวร์ 2 ชั้น จำนวน 8 คัน ซึ่งรถที่ประสบอุบัติเหตุเป็นคันสุดท้ายของขบวน จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า รถเกิดปัญหาล้อหน้าขัดข้อง ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง 
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของคนขับรถ ผลเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป


>> เพลิงไหม้ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ซอยศรีนครินทร์ 40 เสียหายหมดทั้งห้อง

11.30 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยศรีนครินทร์ 40 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ประกอบกิจการร้านนวดเพื่อสุขภาพ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุขุมวิท


>> เปิดปฏิบัติการ "Romance 114" ทลายเครือข่ายโรแมนซ์สแกม จับกุมชาวไนจีเรีย สูญเงินกว่า 114 ล้านบาท

12.39 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 6 ราย ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกัน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยบุกจับกุมได้ที่อาคารย่านถนนพหลโยธิน และโรงแรม ในอ.บางละมุง จ.ชลบุรี ,บ้านพักซอยพัฒนาการ 38 และอาคารย่านถนนพญาไท

สืบเนื่องจาก มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ กก.3 บก.ปอท. กรณีถูกแก๊ง Romance Scam หลอกลวงให้โอนเงิน กว่า 114 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนจับกุมและขยายผล โดยมีการจับกุมผู้ต้องหารวม 6 ราย ยึดทรัพย์สินกว่า 2.5 ล้านบาท

จากการตรวจสอบและซักถามนางรอ (นามสมมุติ) 1ในผู้ต้องหา ซึ่งมีสามีเป็นชาวไนจีเรีย(ที่ถูกจับในครั้งนี้ด้วย) และเป็นคนสั่งการและรับเงินที่ถอนต่อไป โดย น.ส.โรสจะได้ส่วนแบ่ง 3% ของเงินที่ถอนในแต่ละครั้ง และจะนำเงินไปส่งตามจุดต่างๆ ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และ กทม. จึงได้ขยายผลออกหมายจับเพิ่มเติม ซึ่งเงินจะถูกโอนต่อไปยังผู้ร่วมขบวนการที่อยู่ไนจีเรีย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งดำเนินคดีต่อไป


>> รวบหนุ่มนักเสพ วิ่งราวแหวนทอง 1 บาท กลางห้างย่านอ่อนนุช ตร.ใช้เวลา 2 ชั่วโมงไล่ล่าก่อนควบคุมตัว

13.20 น. รับแจ้งจาก สน.พระโขนง ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถดำเนินการจับกุมชาย 1 ราย ที่บริเวณซอยอ่อนนุช 1/1 หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ ร้านทองแห่งหนึ่ง ภายในห้างย่านอ่อนนุช ในพื้นที่ เขตวัฒนา กทม. เมื่อช่วงเวลา 11.09 น.ที่ผ่านมา

โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ ชายไทย อายุ 26 ปี จึงได้ทำการตรวจค้น พบของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ชนิดเกล็ดใส บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสชนิดกด ปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก ชั่งรวมถุงประมาณ 0.66 กรัม (ได้ชั่งต่อหน้าผู้ต้องหา) โดยถุงเปล่าหนัก 0.26 กรัม น้ำหนักเฉพาะตัวยาไอซ์หนัก 0.40 กรัม, แหวนทองคำ น้ำหนักประมาณ 15.2 กรัม จำนวน 1 วง และ เอกสารการรับชื้อทองคำเก่า ของบริษัทหนึ่ง (มีรายชื่อผู้ขาย มียอดเงินจำนวน 57,000 บาท)

จากการสอบถาม ผู้ก่อเหตุ ได้รับสารภาพว่า เสพยาบ้าจนหลอน และก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ยา หลังขายทองต่อได้ 57,000 บาท แบ่งให้นายสอ เพื่อนร่วมก่อเหตุ 3,000 บาท ก่อนนำเงินที่เหลือไปใช้หนี้ และให้การว่าแหวนทอง ได้นำไปขายที่ร้านค้าทองย่านซอยสุขุมวิท 71 จึงได้เดินทางไปขยายผลยังสถานที่ดังกล่าว ทางร้านแจ้งว่าผู้ก่อเหตุได้นำแหวนทองมาขายจริง จึงได้ตรวจยึดแหวนทองไว้เป็นของกลางลำดับที่ 2 พร้อมกับเอกสารการรับซื้อทองคำเก่า ของกลางลำดับที่ 3 จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบรับสารภาพที่ร้านทองในห้างย่านอ่อนนุช เขตวัฒนา กทม.

เบื้องต้น ฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนงยึดเงินคืนจากผู้รับชำระหนี้ได้บางส่วนและได้แจ้งข้อกล่าวหา ข้อหา “วิ่งราวทรัพย์และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอช์) ไว้ในครอบครองโดยได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเกท 1 เมทแอมเฟตามีน โดยผิดกฎหมาย” นำตัวไปที่ สน.พระโขนง ทำบันทึกจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้ร้านเครื่องเสียง ย่านโชคชัยสี่ 4 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบก่อนจะลุกลาม

13.25 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยโชคชัย 4 ซอย 9 ถนนโชคชัย 4 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาพาณิชย์ 2 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่าย และติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องโชว์รูม เพลิงลุกไหม้เสียหายเครื่องเสียงอุปกรณ์รถยนต์ ตู้กระจก ลุกลามผนัง และฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟภายนอกตัวอาคาร ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว


>> แผ่นปูนร่วงจากชั้น 13 ลงมาทับคนงานเสียชีวิต  
 
15.22 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุแผ่นกำแพงตกทับคนงานเสียชีวิตภายในไซด์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง ซอยประชาอุทิศ4 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารกำลังก่อสร้าง ขนาดความสูง 20 ชั้น บริเวณข้างรถเครนยกแผ่นปูน พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 46 ปี ชาว จ.เชียงราย นอนหงายจมกองเลือดในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีดำ หมวกนิรภัยหลุดจากศีรษะ เหลือแค่โครงหมวกติดอยู่ มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ แผ่นปูนซ้อนอยู่บนไม้พาเลททับอยู่ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครนยกเอาแผ่นปูนออก

จากการสอบสวน เพื่อนร่วมงาน ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้นำแผ่นผนังห้องที่ทำจากอิฐมวลเบาขนาด 2.85×60 ซ.ม. น้ำหนักประมาณแผ่นละ 100 กิโลกรัม มาส่งให้กับโครงการ ซึ่งเคยมาส่งหลายครั้ง ไม่เคยมีปัญหา ครั้งนี้นำมาทั้งหมด 8 พาเลท เครนยกขึ้นไปบนชั้นที่ 20 ครั้งละ 2 พาเลท น้ำหนักประมาณ 20 ตัน ในวันนี้ยกขึ้นไปแล้ว 2 ครั้ง 
ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกับผู้เสียชีวิต ช่วยกันประครองพาเลทรองแผ่นปูนเพื่อร้อยเข้ากับสายพานของเครนตามปกติ เมื่อเครนยกแผ่นปูนขึ้นไปถึงชั้นที่ 13 สายพานของเครนเกิดรูด ทำให้แผ่นปูนน้ำหนัก 20 ตัน ร่วงลงมาแบบไม่มีใครคาดคิด ตนแหงนขึ้นไปมองพอดี ทำให้กระโดดหลบได้ทัน รอดตายหวุดหวิด ส่วนผู้เสียชีวิต ไม่ทันได้ตั้งตัว จึงถูกแผ่นปูนทับ

เบื้องต้นพนักงงานสอบสวนจะได้เรียกคนขับเครนมาสอบสวนหาสาเหตุของสายพานรูดครั้งนี้ว่าเกิดจากสาเหตุใด เป็นความประมาท หรืออุปกรณ์ไม่สมบูรณ์ เพื่อที่แจ้งข้อหาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป


>> เปิดปฏิบัติการ Cut Down Scam สยบเครือข่ายค้า "ข้อมูลส่วนบุคคล" พบข้อมูลปชช.รั่วไหลกว่า 9 ล้านรายชื่อ

16.40 น. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกองบังคับการปราบปราม แถลงปฏิบัติการตรวจค้น 8 เป้าหมาย (พื้นที่จังหวัดเชียงราย ,อุดรธานี ,สระบุรี ,ปทุมธานี ,สมุทรสาคร ,ประจวบคีรีขันธ์ ,ชลบุรี และภูเก็ต) และ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ รวม 6 คน พร้อมยึดของกลางหลายรายการ

โดยปฏิบัติการ “Cut Down Scam – สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล” ตำรวจกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ จำนวน 8 เป้าหมาย โดยรูปแบบพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้าย มีทั้งการกระทำความผิดในรูปแบบของการหลอกลวงทางออนไลน์แบบคอลเซ็นเตอร์ การชักชวนลงทุนผิดกฎหมาย หรือการชักชวนเล่นการพนันออนไลน์ กลุ่มคนร้าย มักจะทราบประวัติข้อมูลของผู้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ - สกุล , ที่อยู่ , หมายเลขโทรศัพท์ , หมายเลขบัญชีธนาคาร ก่อนจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวในการข่มขู่ หลอกลวง หรือใช้เป็นช่องทางติดต่อกับผู้เสียหาย ดังนั้นจึงทำให้เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่กระทำความผิดทางออนไลน์เหล่านี้ มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนทั่วไปอยู่ในครอบครองอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลดังกล่าวมากระทำความผิด

และจากการสอบถามถึงแหล่งที่มาของข้อมูล กลุ่มผู้ต้องหารับว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากกลุ่มลักลอบทำเว็บพนันออนไลน์ แอปพลิเคชั่นกู้เงินออนไลน์ แอปพลิเคชันหลอกลวงขอข้อมูลผิดกฎหมาย แล้วนำมาลักลอบขายให้กับมิจฉาชีพในตลาดมืดออนไลน์ โดยจากการตรวจสอบของกลางเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มผู้ต้องหายังมีข้อมูลส่วนบุคคลเก็บไว้เพิ่มเติมอีกกว่า 6 ล้านรายชื่อ รวมรายชื่อข้อมูลส่วนบุคคลที่พบว่ารั่วไหล รวมประมาณ 9 ล้านรายชื่อ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวส่งดำเนินคดีต่อไป


>> ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

17.19 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (๑๕ วัน) ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ


>> รมต.ภราดร ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมป่าโมก เร่งกู้สถานการณ์หวั่นกระทบหลายตำบล

21.30 น. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อุทกภัย บริเวณเชิงสะพานป่าโมก อำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทอง เพื่อติดตามการแก้ไขแนวคันดินที่ชำรุด เพื่อชะลอน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน คาดว่าจะต้องเร่งดำเนินการตลอดทั้งคืน

โดยระบุว่า สถานการณ์ค่อนข้างรุนแรงในรอบ 20 ปี ยังไม่เคยเห็นสถานการณ์น้ำที่รุนแรงในพื้นที่นี้มาก่อน ซึ่งขณะนี้ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เร่งอุดแนวที่ชำรุดไป เพราะหากไม่สามารถปิดกั้นได้จะมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอีกหลายตำบล พร้อมแจ้งเตือนประชาชนอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ท้ายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 2 หมู่ 1 หมู่ 8 ตำบลเอกราช และตำบลนรสิงห์ อำเภอป่าโมก , ตำบลมหาดไทย อำเภอเมืองอ่างทอง , ตำบลไผ่ดำพัฒนา ตำบลหัวตะพาน และตำบลมหาดไท อำเภอวิเศษชัยชาญ หัวตะพาน ขอให้เตรียมการยกของขึ้นที่สูง ซึ่งขณะนี้ได้พยายามแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ทั้งหมด


>> ยิงหนุ่มใหญ่ดับ น้องสาวสุดช็อกเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เห็นคนมุงรีบออกมาดู ถึงเห็นพี่ชายสิ้นใจแล้ว ตร.เร่งสอบสวนติดตามคนร้าย

22.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ภายในพื้นที่ หมู่ 1 ต.หนองกะขะ อ.พานทอง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 43 ปี นอนจมกองเลือด ลักษณะถูกยิงด้วยอาวุธปืน ยังไม่ทราบชนิด มีบาดแผลเข้าที่ข้างลำตัว 2 นัด หน้าอก 1 นัด และที่ขมับขวากระสุนตุงอยู่ขมับซ้าย และใกล้กันพบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตตกอยู่ข้างตัว ส่วนข้างบ้านของผู้เสียชีวิตพบขวดเบียร์เปิดอยู่ 3 ขวด และมีเบียร์อยู่ในแก้ววางอยู่

จากการสอบถาม น้องสาวของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนกำลังอาบน้ำอยู่และเปิดเพลงเสียงดัง ทำให้ไม่ได้ยินเสียง แต่พออาบน้ำเสร็จเดินออกมาหน้าบ้านเห็นมีคนมุงอยู่ จึงรีบออกมาดู ถึงเห็นพี่ชายเสียชีวิตดังกล่าวแล้ว ซึ่งพี่ชายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือทะเลาะกับใคร

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม รวมทั้งผู้ที่รู้จักคุ้นเคยเพื่อสาเหตุที่แท้จริง ก่อนติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 


>> ไฟไหม้รถแท็กซี่ เสียหายวอดทั้งคัน

02.09 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณซอยสุทธิพร ถนนอโศก-ดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น รถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) ชนิดเก๋ง  ไม่ทราบสี หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม