หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2568

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 เวลา 05:32 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2568


>> ระทึกแต่เช้า แก๊สบึ้มกลางตลาดแพรกษาซอย 10 เสียหายหลายล็อก มีผู้บาดเจ็บถูกไฟลวกแขน

07.00 น. เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดนัดซอยแพรกษา 10 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแพรกษา รีบนำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุ พบต้นเพลิงมาจากร้านราดหน้า เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงควบคุมได้ 
จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีร้านค้าเสียหายทั้งหมด 6 ล็อก และมีพนักงานหญิงของร้านต้นเพลิงถูกไฟลวกแขน ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง

เจ้าของร้านต้นเพลิง เผยว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานกำลังจุดเตาแก๊สเพื่อเตรียมของขาย จู่ ๆ ไฟวาบขึ้นอย่างแรงก่อนลุกลามไปทั่วร้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัด และประเมินมูลค่าความเสียหาย


>> รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งแล้วพลิกคว่ำ หนุ่มอเมริกันและสาวไทย เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุทั้งคู่

07.16 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต เหตุเกิดที่ช่วงทางโค้ง ถนนจอมเทียนสายสอง พัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย อายุ 40 ปี สัญชาติอเมริกา นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ในสภาพคว่ำหน้า มีบาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอก รายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนหายใจรวยรินอยู่ข้างกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ห่างไปเล็กน้อย พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า อาร์ 7 สีขาว หมายเลขทะเบียน 9026 ชลบุรี ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ตรวจสอบที่หัวน็อตเสาไฟส่องสว่างยังพบร่องรอย คราบเลือด และชิ้นเนื้อของผู้เสียชีวิตติดอยู่ด้วย

ทางเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งตาล ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางก่อนเกิดเหตุ และบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสลดในเช้านี้ พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองราย เก็บรักษาที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ รอให้ญาตินำเอกสารมาติดต่อรับศพ เพื่อนำไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป


>> กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เรื่อง พายุ “เฟิงเฉิน” ฉบับที่ 4

10.00 น. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง พายุโซนร้อน “เฟิงเฉิน” ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 18.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.4 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นอีกและจะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วตามลำดับ เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันดังกล่าว โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

จากอิทธิพลของพายุ “เฟิงเฉิน” ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23–24 ต.ค. 68 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชา;เรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


>> ย้ำ ไทย-สปป.ลาว สัมพันธ์แนบแน่น สานต่อความร่วมมือทุกมิติ เพื่อประโยชน์ของ ปชช. ทั้ง 2 ประเทศ

11.00 น. นายคำพัน อั่นลาวัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นความร่วมมือสำคัญ เช่น

ด้านพลังงาน ไทยเสนอให้ สปป.ลาว พิจารณาขยายสัมปทานและการจำหน่ายไฟฟ้าให้ไทย เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาว, ด้านขนส่งสินค้าข้ามแดนและผ่านแดน นายกฯ เสนอให้ทั้งสองฝ่ายอำนวยความสะดวก และพิจารณาอัตราค่าขนส่งร่วมกัน ให้เป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และ ด้านความร่วมมือ จะใช้กลไกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (JC) และ คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ขับเคลื่อนความร่วมมือ

บรรยากาศหารือเป็นไปด้วยมิตรภาพและความอบอุ่น สะท้อนสายสัมพันธ์ ไทย-สปป.ลาว ที่แนบแน่น พร้อมเดินหน้าความร่วมมือ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกัน


>> รวบหนุ่มโรงงาน เชื่อเพื่อนลวงหลอกเปิดบัญชีม้า อ้างลำบากต้องการเงินเลี้ยงครอบครัว

11.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จับกุม นายเอ(นามสมมุติ) อายุ 26 ปี โดยจับกุมได้ บริเวณสถานีรถไฟกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

หลังจากถูกจับกุมได้ นายเอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีเพื่อนร่วมวงสุราซึ่งทำงานที่โรงงานเดียวกัน ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นใช้งาน โดยอ้างว่า “ไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงถ่ายรูปบัตรประจำตัว ประชาชนและรูปหน้าตรงส่งให้ แล้วจะได้รับเงินค่าตอบแทนจำนวน 300 บาท” ตนเองก็หลงเชื่อ ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวกำลังประสบปัญหาด้านการเงิน มีภาระดูแลครอบครัวและต้องการหาเงิน ไปจุนเจือในชีวิตประจำวัน แต่ทั้งนี้ ปฎิเสธว่าไม่รู้ว่าบัญชีของตนถูกนำไปใช้ในขบวนการหลอกลวงประชาชนทางออนไลน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บัญชีม้า”

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พร้อมควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ สั่งถอนสัญชาติคนพัวพันสแกมเมอร์

14.30 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2568 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ถึงการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต ระบุว่า

ได้มีการตัดสัญญาณที่ส่งไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา รวมถึงฝั่งประเทศเมียนมา ซึ่งมีการร้องเรียนเรื่องสแกมเมอร์ โดยนายกฯ ได้สอบถามเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ถึงสาเหตุว่าทำไมถึงตัดล่าช้าในครั้งที่แล้ว โดย สมช. แจ้งว่าต้องรอเข้าที่ประชุม สมช. และมติครั้งนั้นก็มีผลให้ดำเนินการต่อเนื่อง หากมีอีกก็สามารถดำเนินการได้เลย

นอกจากนี้ นายกฯ ยังให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)เป็นผู้ดำเนินการหลัก และจะต้องไปนำข้อมูลมา ไม่มีการจำหน่ายให้กลุ่มสแกมเมอร์ หรือในพื้นที่เฝ้าระวัง ส่วนกลางตัดอินเทอร์เน็ตที่เมืองปอยเปต ยืนยันว่าเริ่มตั้งแต่ที่มีการเกิดสถานการณ์ชายแดน

ส่วนกลุ่มคนที่เข้าข่ายเกี่ยวพันกลุ่มสแกมเมอร์ ที่ตำรวจและ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)เสนอมา ก็ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ไปพิจารณาเพิกถอนสัญชาติ เป็นข้อสั่งการของนายกฯ


>> ผู้ว่าฯ กทม. ตรวจงานซ่อมถนนสามเสนทรุด ล่าสุด ถมดินเดินข้ามได้แล้ว เตรียมรื้อ สน.สามเสน พร้อมทำถนนคืนให้ รพ.วชิรพยาบาล

14.47 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ถนนสามเสนทรุด บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เขตดุสิต โดยกล่าวว่า เช้าวันนี้ (20 ต.ค. 68) ลงหินคลุกไปแล้ว 1,700 ลบ.ม. ครบตามที่ต้องการ พร้อมพรมน้ำบดอัด และเจาะรูดูระดับน้ำใต้ดินโดยตอนนี้อยู่ที่ -13 เมตร สูงกว่าอุโมงค์ใต้ดิน ส่วนดินที่ถมไปไม่มีการขยับตัว สามารถลงเดินได้แล้ว จากนี้จะรื้อถอน สน. สามเสน และเตรียมทำถนนคืนให้ รพ.วชิรพยาบาลต่อ

สำหรับแผนการวันนี้ ในช่วงเช้าจะปูแผ่นเหล็กหน้า สน.สามเสน เพื่อให้รถลงพื้นที่เข้าไปทำการรื้อถอน คาดว่าจะใช้เวลา 4 วัน ซึ่งการรื้อพื้นอาคาร สน.สามเสน นั้นมีความยากอยู่ เนื่องจากพื้นเป็น Post-tension คือระบบพื้นคอนกรีตอัดแรงหลังการก่อสร้าง ที่ใช้การดึงลวดเหล็กแรงสูงหลังจากที่คอนกรีตแข็งตัวแล้ว หากทำการตัดไม่ดีลวดจะดีดตัวได้ ส่วนสถานการณ์โดยรอบ มีการตรวจวัดตลอด ไม่พบการเคลื่อนของ อาคารแฟลตตำรวจ ไม่พบการแตกร้าวเพิ่มของห้องแถวที่ติดกับหลุม

ทั้งนี้ มีขั้นตอนหลังจากนี้ที่สำคัญ และต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบคือการกู้อุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินคืนกลับมา เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องใช้อุโมงค์ต่อ รวมถึงส่วนที่ต้องทำคืนคือ ประปาท่อใหญ่ ระบบระบายน้ำ และถนนทั้ง 2 ฝั่ง

“อาจจะล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ตอนแรก แต่เราก็ต้องเดินหน้าด้วยความปลอดภัย มั่นใจ เรื่องการจราจรยังไม่ได้กำหนดว่าจะเปิดใช้เมื่อไหร่ ต้องดูงานทุกมิติให้พร้อมก่อน รวมถึงการตรวจสอบหาสาเหตุก็ทำอยู่ตลอด เพื่อเป็นบทเรียนที่จะป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว


>> นายกฯ อนุทิน ประชุม คกก. นัดแรกปราบสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศ

15.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2568

โดยย้ำเงื่อนไขสำคัญคือ การปราบปรามสแกมเมอร์อย่างเป็นรูปธรรม ด้านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ยืนยันว่า ขณะนี้สามารถตัดระบบหรือปิดสัญญาณที่เป็นการสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายได้ทันที ไม่ต้องขอมติจาก สมช.

นายกฯ ย้ำ ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์หรือสแกมเมอร์ ถือเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเข้มงวด โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้บูรณาการความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา

การประชุมในวันนี้ นอกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้มีการเสนอเพิ่มอัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการในชุดนี้ด้วย


>> รถยนต์ตกคูน้ำ ริมถนนบางบาล–ผักไห่ หนุ่มวัย 41 ปี บาดเจ็บสาหัส

15.30 น. เจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักตกน้ำ ริเมถนนเส้นทางบางบาล – ผักไห่ ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลวัดยม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ฟอร์ด สีขาว หมายเลขทะเบียน อ่างทอง ลักษณะตกลงไปในคูน้ำข้างทาง ภายในรถมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุ 41 ปี อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนประสานหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลบางบาลเข้ารับตัวส่งรักษาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป


>> ไฟไหม้เพิงพักคนงาน ซอยเสรีไทย 43 หวิดวอดทั้งหลัง

15.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยเสรีไทย 43 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักไม้ชั้นเดียวหลังคาสังกะสีปลูกติดกัน 30 ห้อง ใช้สำหรับพักอาศัยของคนงาน ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมด 2 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 8 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทำการดับถ่าน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> คนงานเมียนมา หาปลาในคลองสาธารณะ พบวัตถุแปลกตา ถ่ายภาพส่งเถ้าแก่ พบเป็นระเบิดปืนคอ รีบแจ้ง EOD เก็บกู้

16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบวัตถุคล้ายระเบิด ภายในคลองสาธารณะ บริเวณซอย 40 ถนนเทศบาล 1 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จึงประสานฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยเร่งด่วน พร้อมกันห้ามชาวบ้านเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดปืนคอขนาด 60 มิลลิเมตร อยู่ในสภาพเก่ามีสนิมจับทั่วทั้งลูก แต่ยังไม่เคยผ่านการใช้งาน โดยที่มีระบบเซฟนิรภัย ไม่ได้ถูกปลดสลัดออก เจ้าหน้าที่คาดว่าดินระเบิดภายในอาจเสื่อมสภาพจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน

นายสยาม อายุ 58 ปี นายจ้างของแรงงานต่างด้าวผู้พบระเบิด เปิดเผยว่า คนงานชื่อ นายโซ อายุ 38 ปี ชาวเมียนมา ออกไปหาปลาในคลองห่างจากแคมป์ราว 2 กิโลเมตร ก่อนจะงมเจอวัตถุลักษณะคล้ายท่อนเหล็ก จึงถ่ายภาพส่งมาให้ดูทางโทรศัพท์ แต่เนื่องจากภาพแรกไม่ชัด ตนจึงให้ถ่ายใหม่อีกครั้ง คราวนี้คนงานนำวัตถุดังกล่าวขึ้นมาวางบนบกแล้วถ่ายใกล้ ๆ เมื่อเห็นภาพตนถึงกับผงะ เพราะมันคือ “ลูกระเบิดปืนคอ” จึงรีบสั่งให้ลูกน้องถอยห่างออกมา พร้อมขับรถมาดูด้วยตนเอง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบทันที

ต่อมานายณฐาภพ ยมจินดา ปลัดฝ่ายความมั่นคง อำเภอบางละมุง พร้อมหน่วย EOD ตำรวจภูธรภาค 2 เดินทางเข้าตรวจสอบ และเก็บกู้อย่างปลอดภัย โดยสันนิษฐานว่า อาจมีผู้ลักลอบนำระเบิดมาทิ้งในคลองเพื่อหลบหนีความผิด เนื่องจากการครอบครองวัตถุระเบิดถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นเพิ่มเติม แต่ไม่พบระเบิดลูกอื่น เบื้องต้น ได้เคลื่อนย้ายระเบิดปืนคอลูกดังกล่าวไปยังพื้นที่ปลอดภัยในค่ายทหาร เพื่อทำลายตามขั้นตอนต่อไป


>> จับชาวกัมพูชา ลอบขนอาหารทะเลสดและแช่แข็ง น้ำหนักรวมกว่า 1 ตัน

16.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ว่า ได้จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมเรือบรรทุกสินค้าอาหารทะเลสด-แช่แข็ง จำนวน 1 ลำ ซึ่งลักลอบนำเข้ามาจากประเทศไทย โดยถูกเจ้าหน้าที่ปราบปรามจับได้ขณะกำลังแล่นอยู่ในน่านน้ำทะเล บริเวณชายฝั่งจังหวัดเกาะกง สินค้าบางส่วนถูกเผาทำลาย และยึดไว้เป็นของกลางตามกฎหมาย 
การปฏิบัติการครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานของจังหวัดเกาะกงเข้าร่วม ภายใต้การประสานงานของรองอัยการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต่าง ๆ โดยร่วมติดตามและเข้าจับกุมเรือสินค้า 1 ลำจากประเทศไทย เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม 2568 ขณะคาดว่ากำลังจะขนสินค้าขึ้นฝั่งเพื่อนำไปยังบริเวณชายแดน จังหวัดกำปอต

ด้าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง เปิดเผยว่า เจ้าของเรือพร้อมผู้ต้องหาอีก 2 คน อาศัยอยู่ในจังหวัดเกาะกง ซึ่งลักลอบขนสินค้าหนีภาษีจากท่าเรือในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ประเทศไทย ตั้งใจจะขนสินค้าขึ้นที่คลองชาบัด แล้วลำเลียงเข้าทางช่องเพียมกระสอป โดยมีรถรอรับต่อ แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับไว้ได้ทัน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาสารภาพว่า รับจ้างขนสินค้าจากฝั่งไทยเที่ยวละ 12,000–15,000 บาท โดยสินค้าจะถูกลำเลียงต่อไปยังชายแดน จังหวัดกำปอต และได้กระทำการลักษณะนี้ต่อเนื่องมาประมาณ 2 เดือนแล้ว ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย ปูทะเลสด 29 ลัง ปูแช่แข็ง 5 ลัง ขาไก่แช่แข็ง 12 ลัง น้ำหนักรวมกว่า 1 ตัน นอกจากนี้ยังพบกระป๋องสี สารเคมีกรด กาแฟบรรจุซอง ใบกระท่อม ถุงมือผ้า และขวดน้ำเปล่า สินค้าแช่แข็งทั้งหมดถูกเผาทำลาย ส่วนปูทะเลสดถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ชุมชนป่าโกงกาง อำเภอมณฑลสีมา จังหวัดเกาะกง


>> ตม.ชลบุรี รวบหนุ่มอินเดีย หนีหมายจับคดีทำร้ายร่างกาย ย้ำเร่งเดินหน้ากวาดล้างต่างด้าวผิดกฎหมาย

17.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี ด่านพัทยา นำโดย ร.ต.อ.วิรัช ปัฏธรรมวงศ์, ร.ต.อ.พงศ์เจริญ ทองไพบูลย์, ร.ต.อ.อิงควัชร์ เกรียงสินกุลยศ, ร.ต.ท.ปราโมทย์ เฟื่องฟุ้ง, พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ออกตรวจสอบคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ

โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณ ริมทางสาธารณะ จอมเทียนซอย 5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบชายชาวต่างด้าวต้องสงสัย จึงขอตรวจสอบเอกสารประจำตัว พบว่า เป็นผู้ชาย อายุ 42 ปี สัญชาติอินเดีย จากการตรวจสอบพบว่า ชายคนดังกล่าว มีหมายจับของ ศาลแขวงพัทยา ลงวันที่ 11 เมษายน 2568 ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ” เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ การจับกุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่เน้นการกวดขันคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างพัทยา


>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย

18.14 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี มีอุบัติเหตุ รถยนต์ส่วนบุคคล ชนกับ รถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย บนถนนสายดอนคา - ดอนใหญ่ ใกล้เคียงวัดดอนพรหม เขตพื้นที่ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ราชบุรี ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน นครปฐม ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นผู้ชาย 1 ผู้หญิง 1 และเด็กหญิง 2 ราย ทั้งหมดบุคคลสัญชาติลาว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพหัก


>> รถทัวร์เสียหลักตกข้างทาง ริมถนนสุรนารายณ์ มีผู้บาดเจ็บหลายราย จ.นครราชสีมา

20.30 น. ฮุก 31 โนนไทย รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถทัวร์เสียหลักตกข้างทาง ริมถนนสุรนารายณ์ ช่วงก่อนถึง อบต.สายออ ในพื้นที่ อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์ สายนครราชสีมา - ชัยภูมิ สีฟ้า - ขาว ป้ายทะเบียน นครราชสีมา ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 รายส่วนมากอาการไม่สาหัส ทางอาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาล และนำส่งโรงพยาบาลโนนไทย ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โนนไทย


>> ไฟไหม้รถยนต์ ริมถนนศรีอยุธยา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ เสียหายที่ห้องเครื่อง

21.08 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นเพลิงไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล บนสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย มีผู้เสียชีวิตหญิง 1 ราย

22.25 น. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาออก ช่วงเชิงทางลงสะพานข้ามคลองบางกอกน้อย ในพื้นเขตตลิ่งชัน กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่เลนขวา ห่างออกไปพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุประมาณ 57 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี  


>> คุณลุง รปภ.เข้าไปห้ามเหตุคนทะเลาะกัน ถูกลูกหลง โดนฟันเข้าศีรษะเสียชีวิต จนท.รวบมือมีดได้ทันควัน

00.05 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดเหตุคนถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดและมีผู้เสียชีวิต 1 คน บริเวณคลังสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดกระบัง กทม.

ที่เกิดเหตุ อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง  ตรวจสอบพบว่า มีผู้บาดเจ็บ ลักษณะถูกฟันด้วยอาวุธมีด ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณฝั่งตรงข้ามประตู 6 ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายไทย อายุประมาณ 62 ปี ถูกฟันบริเวณศีรษะและหัวไหล่ข้างขวา หมดสติในจุดเกิดเหตุ อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง พร้อมกู้ชีพ113 เร่งเข้าให้การช่วยเหลือโดยการ CPR และร้องขอรถแอดวานซ์ ทีมกู้ชีพนคราภิบาล เข้าสนับสนุนในจุดเกิดเหตุ และยืนยันเสียชีวิตในเวลาต่อมา พื้นที่รับผิดชอบ สน.ลาดกระบัง

พ.ต.ต.กัมปนาท สมมา สารวัตร(สอบสวน) สน.ลาดกระบัง ลงพื้นที่ตรวจสอบ และจากการสอบสวนพยานทราบว่า ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ที่ผ่านมา ขณะที่ ผู้เสียชีวิต เข้าเวรยาม รปภ.อยู่ ได้มีคนขับรถบรรทุกก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน รปภ.จึงได้เข้าไปห้ามคนขับรถบรรทุกไม่ให้ทะเลาะกัน กระทั่งถูกคนขับรถบรรทุกใช้มีดสปาต้ายาว เข้ามาทำร้าย รปภ.จนเสียชีวิต

จากนั้นทางตำรวจได้ให้กู้ภัย นำศพส่งพิสูจน์สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ก่อนมอบศพให้ญาติไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง จึงควบคุมตัวคนขับรถบรรทุกที่ก่อเหตุไว้ได้ อยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป  


>> แผ่นดินไหว  ในพื้นที่ท่าสองยาง จังหวัดตาก

02.55 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.6 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม